27 มกราคม ของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อเป็นการรำลึกและเป็นเกียรติแก่ชาวยิว 6 ล้านคน รวมถึงเด็กๆ 1 ล้านคน และกลุ่มผู้คนอื่นๆ อีก 5 ล้านคน ที่ถูกนาซีสังหารอย่างเป็นระบบและโหดเหี้ยมระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล โดยเริ่มด้วยการจุดเทียน 6 เล่ม เพื่อรำลึกถึงชาวยิวผู้เสียชีวิต 6 ล้านคน โดย นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย, ดร.แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเยอรมนี และ กีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย

จากนั้น เป็นการกล่าวสุนทรพจน์โดยเอกอัครราชทูตเยอรมนี ในหัวข้อการทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และวิธีที่เยอรมนีนำการศึกษามาใช้เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก ตามด้วย ดร.เกลน ชัทเทลิเอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวถึงวิธีเตรียมนักศึกษาให้เข้าใจเรื่องเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ก่อนที่พิธีจะจบลงด้วยสุนทรพจน์โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอล ซึ่งกล่าวถึงผลอันเกิดจากความล้มเหลวในการจัดการศึกษาที่ดี
แม้เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวเกิดขึ้นมาแล้วกว่า 80 ปี แต่บทเรียนจากความโหดร้ายมิได้หยุดอยู่ในช่วงเวลานั้น ทว่า ยังคงมีความเกี่ยวเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ความเกลียดชัง การไม่ยอมรับความแตกต่าง การสังหารหมู่ และเหตุการณ์เลวร้ายอื่นๆ ยังคงเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก
เอกอัครราชทูตอิสราเอลกล่าวในระหว่างพิธีว่า การที่กลุ่มก่อการร้ายฮามาสบุกเข้ามาโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เตือนเราว่า ความโหดร้ายเช่นนี้มิใช่เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตอีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ที่จะต้องให้ความรู้แก่คนรุ่นหลัง
เพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

