สุโขทัย ‘ไม่ง่าย’ เหมือนในกระดาษ จับตา 6 เดือนแผนแม่บท 3 อุทยานประวัติศาสตร์

เพิ่งประชุมครั้งแรกของปีไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รายล้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นและจากส่วนกลาง ชวนให้คาดหวังถึงผลลัพธ์ในอนาคตข้างหน้าที่มักถูกตั้งคำถามด้วยความห่วงใย ว่าท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นเพียงแบบร่างที่อยู่ในกระดาษหรือจะผงาดสมศักดิ์ศรี “มรดกโลก” ที่ได้มาครองตั้งแต่ พ.ศ.2534

แม้จะไม่ได้มีปมปัญหาระดับอภิมหาเงื่อนปมดังเช่นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทว่ายังมีอีกหลายประเด็นสำคัญไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยว แต่คำว่า “สุโขทัย” เชื่อมโยงกับระบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา พร้อมกับการผลิตซ้ำวาทกรรม “ราชธานีแห่งแรก” ซึ่งนักวิชาการออกมาท้วงติงอย่างต่อเนื่องนับสิบปี กระทั่งล่าสุดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงยืนยันว่าไม่มีข้อความดังกล่าวในการจัดแสดงอีกแล้ว


ไหนจะเรื่องผู้คนใน “ชุมชนเมืองเก่า” ที่ยังมีชีวิตรายล้อมซากอิฐและปูนปั้น จะดูแลกันและกันอย่างไรดี ?

ประเด็นเหล่านี้ ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ 3 อุทยานประวัติศาสตร์อย่างไม่อาจแยกจากกันได้

Advertisement

หน้าตาของแผนแม่บทดังกล่าวจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องน่าติดตาม

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ไม่มีประโยค "สุโขทัยคือราชธานีแห่งแรกของไทย"แล้ว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ไม่มีประโยค “สุโขทัยคือราชธานีแห่งแรกของไทย”แล้ว


เกาะยุทธศาสตร์ชาติ บูรณาการทุกภาคส่วน

หลังเข้าประชุมนานนับชั่วโมง พล.อ.ธนะศักดิ์สรุปรวบยอดถึงผลการประชุมเบื้องต้นว่าจะมีการทำแผนแม่บทที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตั้งแต่ 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี โดยเน้นให้มีการบูรณาการ เชื่อมโยง มองหาจุดที่เหมือนและแตกต่างของ 3 อุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อหยิบยกให้มีความโดดเด่น โดยนอกเหนือจากโบราณสถานแล้ว จะใช้ประเด็นทางวัฒนธรรมเพิ่มคุณค่าให้ชุมชน ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ แต่ใช้สิ่งที่มีให้เกิดมูลค่า เช่น อาหารและสินค้าอย่างสังคโลก ส่งเสริมให้รักภูมิลำเนา จะใช้เวลาทำแผนราว 5-6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม

“แผนแม่บทจะทำใหม่ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ของชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีทั้งกรมศิลปากร กระทรวงมหาดไทย โยธา ที่ดิน และอื่นๆ จะนำทั้งหมดมารวมกัน แล้วพูดคุย เขียนแผนให้สอดคล้องกัน เช่น ตึกที่จะสร้างใกล้อุทยานฯ ควรมีความสูงได้เท่าไหร่ สร้างได้หรือไม่ ระหว่างที่ทำแผนจะให้ทุกคนดำเนินกิจกรรมของตัวเองไปก่อน โดยมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานใหญ่ภายในเดือนเมษายน รมว.จะนำแบบร่างแรกมาให้ดู จากนั้นให้เวลาอีกไม่เกิน 2-3 เดือน จะนำเข้า ครม. และจบภายในเดือนกรกฎาคม จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการกำกับการปฏิบัติงานอีกคณะหนึ่ง ทั้งกำแพงเพชร ศรีสัชนาลัย สุโขทัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนอธิบดีกรมศิลปากรเป็นอนุกรรมการด้านวิชาการ” รองนายกฯกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าแผนนี้จะต้องมีผลงานออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่สวยหรูอยู่บนแผ่นกระดาษ

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีประเด็นของการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีแนวคิดการพัฒนาถนนหนทางให้สะดวกสบาย จัดแผนการเดินทางให้เชื่อมต่อ เช่น รถประจำทางจากอุทยานฯ เข้าเมือง ทั้งยังเตรียมการนำสายไฟลงดิน โดยเริ่มจากเขตอุทยานฯ แล้วค่อยขยายสู่ชุมชนเมืองเก่าซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนปัญหาการบุกรุกโบราณสถาน จะเน้นการอยู่ร่วมกัน ไม่สร้างศัตรู

ทั้งหมดนี้ รองนายกฯบอกว่า นอกจากจะขับเคลื่อนโดยหน่วยงานรัฐ ยังมีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ชุมชนเมืองเก่า ก่อนเข้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมฯโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ 3 แห่ง
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ชุมชนเมืองเก่า ก่อนเข้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมฯโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ 3 แห่ง


คิดได้ เขียนได้ แต่ ‘ไม่ง่าย’ เหมือนในกระดาษ

ตามแนวทางข้างต้น เมื่อสอบถามไปยังผู้มีประสบการณ์ทั้งในเชิงการจัดการการท่องเที่ยว และความรู้ด้านประวัติศาสตร์ อย่างธนกฤต ลออสุวรรณ อดีตอาจารย์คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเพิ่งผันตัวเองเข้าสู่สายงานประวัติศาสตร์อย่างเต็มตัว โดยเข้าเป็นอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหงหมาดๆ

ธนกฤตบอกว่า โดยภาพรวมของแผนดังกล่าว เห็นด้วยทั้งเรื่องการพัฒนาระบบคมนาคมให้เชื่อมโยงกัน รวมถึงการดึงวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่า ทว่ายังมีรายละเอียดบางอย่างที่อาจไม่ง่ายอย่างที่คาดหวัง รวมทั้งการบูรณาการที่ต้องประสานหลายภาคส่วน

“การบูรณาการต้องร่วมมือกันหลายหน่วยงานพอสมควร ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจะเล็งผลในแง่การท่องเที่ยวให้มีคนมามากขึ้น สิ่งที่จะทำได้จริงนอกเหนือจากแผนงานใหญ่ทั้งหมดก็คือเรื่องพื้นฐาน เช่น งบประมาณการดูแลรักษา ซึ่งไม่ใช่แค่การบูรณะโบราณสถาน แต่หมายถึงระบบขนส่ง ป้ายข้อมูล การปรับปรุงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้ได้ประโยชน์จริงๆ ที่สำคัญคือ ความปลอดภัย การดันให้เป็นระดับโลก นักท่องเที่ยวต้องมั่นใจเรื่องนี้ อาจต้องประสานงานกับตำรวจ และบรรดาชุมชนให้เป็นหูเป็นตา ควรให้ความรู้ชุมชนให้ตระหนักถึงแผนใหญ่ว่าผลดีไม่ได้ตกอยู่แค่ส่วนกลาง แต่ชาวบ้านยังได้ประโยชน์ด้วย สำหรับการดึงวัฒนธรรมมาชูเป็นสิ่งที่ดี แต่ในระยะแรกการคาดหวังว่านักท่องเที่ยวจะโดนใจก็อาจไม่ง่าย เพราะบางอย่างคนไทยรู้จัก แต่ต่างชาติรู้จักหรือไม่ ควรลองสำรวจความต้องการของเขาด้วย เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีคุณภาพ เนื่องจากทั้ง 3 อุทยานฯนี้ ไม่ได้เดินทางมาง่ายๆ ต้องตั้งใจมา”

 

การสำรวจวัดพระสี่อิริยาบถ กำแพงเพชร ในยุคแรกๆ โดยศรีศักร วัลลิโภดม พิสิฐ เจริญวงศ์ สุจิตต์ วงษ์เทศ และจิระเดช ไวยโกสิทธิ์ หรือ ขุนเดช ในเรื่องสั้นชื่อดังที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครหลายครั้ง (ภาพจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)
การสำรวจวัดพระสี่อิริยาบถ กำแพงเพชร ในยุคแรกๆ โดยศรีศักร วัลลิโภดม พิสิฐ เจริญวงศ์ สุจิตต์ วงษ์เทศ และจิระเดช ไวยโกสิทธิ์ หรือ ขุนเดช ในเรื่องสั้นชื่อดังที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครหลายครั้ง (ภาพจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์)

เน้นความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ซากอิฐ

อีกหนึ่งเรื่องที่มีการกล่าวถึงโดยรองนายกฯ หลังการประชุมครั้งนี้ว่าจะมีการสนับสนุนอย่างชัดเจนก็คือการขี่จักรยานซึ่งจะบรรจุไว้ในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อีกทั้งล่าสุด อุทยานฯสุโขทัยก็เดินหน้าโครงการ “โลว์คาร์บอน” อย่างจริงจังโดยห้ามนำพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์เข้าเขตอุทยานฯ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

ประเด็นนี้ ลองมาดูมุมมองของผู้ “สังเกตการณ์” ที่ผ่านการทำงานในกองบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณนานถึงเศษ 1 ส่วน 4 ศตวรรษ เท่ากันกับจำนวนปีที่ อุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มนี้ได้เป็นมรดกโลก

กฤช เหลือลมัย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักปั่นจักรยานและคอลัมนิสต์ด้านอาหารมากกว่างานประจำที่เคยคร่ำหวอด มองว่า สุโขทัย นับเป็นเส้นทางที่ดี เพราะมีภูมิประเทศหลายแบบ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังจุดที่เปลี่ยว เช่น พื้นที่ทางทิศตะวันตก แง่มุมนี้ ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชรน่าจะทำได้ดียิ่งกว่า เพราะยังไม่ได้ถูกจัดการมากเหมือนสุโขทัย จึงร่มรื่นกว่า มีทั้งพรรณไม้ และสัตว์หลากหลาย โบราณสถานก็ไม่กระจุกตัวกันมาก แต่ละที่มีความโดดเด่น  ซึ่งควรนำจุดนี้ออกมา เพื่อให้การเยี่ยมเยือนสถานที่เหล่านี้น่าสนใจยิ่งขึ้น

“สมมุติว่าไปทั้งครอบครัว คงไม่ใช่ทุกคนที่สนใจวัด กรมศิลปากรไม่ควรสนใจแต่ตัวเองอย่างเดียว โดยให้ความสำคัญแต่สถาปัตยกรรม ความจริงแล้ว สัตว์ พืช อากาศ เชื้อรา ไลเคน ล้วนประกอบสร้างเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถาน เพราะฉะนั้นน่าจะให้ความสำคัญด้วย โดยบอกเล่าในศูนย์ข้อมูลของอุทยานฯ เหมือนกับที่น้ำตกคลองลาน กำแพงเพชร มีตัวอย่างสัตว์ พืช แมลงให้ดู พอขี่ไปเจอของจริงก็จะรู้ ไม่ต้องทำป้ายบอกในจุดนั้นๆ ให้รุงรัง ชมนกชมไม้ ดูต้นเปลาะหอมตามพื้น ดูปลาในแหล่งน้ำ เพราะคนยุคสุโขทัยก็ต้องกินปลา อาจจะขอมากไปหรือเปล่าไม่รู้”

บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน ซึ่งอุทยานฯสุโขทัยเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังแล้ว (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)
บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน ซึ่งอุทยานฯสุโขทัยเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังแล้ว (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)


‘ความจริง’ ต้องบอก อย่าหลอกคนดู

ยังมีประเด็นสำคัญที่ข้ามไปไม่ได้ นั่นคือข้อมูลทางวิชาการที่ผ่านการศึกษา วิเคราะห์ตีความกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำ โดยในปี 2503 มีการจัดสัมมนาใหญ่ นักปราชญ์ทั่วสยามประเทศไทยไปรวมตัวถกประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นก็มีการดำเนินงานทางโบราณคดี พบหลักฐานใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ทว่าข้อมูลเหล่านั้นนอกจากบันทึกไว้ในรายงานการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่ง ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างคุ้มค่าต่อสาธารณชนหรือไม่

ประเด็นนี้ กฤชบอกว่า ย้อนเวลากลับไปใน พ.ศ.2526 มีการดำเนินงานด้านโบราณคดีอย่างเข้มข้น น่าพอใจ รายงานการขุดค้นเต็มสำนักงานอุทยานฯ สุโขทัย มีการตีความต่างๆ นานา มีกลุ่มที่คอยติติงวิพากษ์วิจารณ์แผนการบูรณะ จัดว่าเป็นบรรยากาศที่ดี แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดช่วงหลังมีงานวิชาการผลิตออกมาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเกี่ยวข้องกับงบประมาณหรือไม่ ไม่แน่ใจ

“ที่มีปัญหาคือ รถรางนำชม วิทยากรอธิบายโดยไม่มีฐานวิชาการเลย เท่าที่เคยฟัง เข้าใจว่าไม่ใช่ชุดความรู้ของกรมศิลปากรที่ขุดมาหลายสิบปี เช่น บอกว่า สุโขทัยตระพังเป็นเมืองน้ำ เพราะน้ำเป็นความร่มเย็น อันนี้เหมือนพูดไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นบริษัทเอกชนรับเหมา ก็น่าจะให้ใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ที่ดีกว่านี้ให้เขาเอาไปใช้”

 

การแสดงชุด อานุภาพพ่อนขุนรามคำแหง จากอดีต ถึงปัจจุบัน ยังอยู่ภายใต้แนวคิดเดิม ที่เพิ่มเติมคือความอลังการ (ซ้าย) อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง มีฉากสุดท้ายปลุกใจรักชาติ (ไทย) บทประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ (กิม เหลียง วัฒนปฤดา หรือ วิจิตร วิจิตรวาทการ) แสดงครั้งแรกเมื่อปี 2497 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก่อนนั้นหลวงวิจิตรวาทการเคยแต่งบทเพลงดนตรีประวัติศาสตร์ พิมพ์แจก พ.ศ. 2482 (ขวา) การแสดงครั้งล่าสุด ในงานวันพ่อขุนรามคำแหง พ.ศ.2560
การแสดงชุด อานุภาพพ่อนขุนรามคำแหง จากอดีต ถึงปัจจุบัน ยังอยู่ภายใต้แนวคิดเดิม ที่เพิ่มเติมคือความอลังการ (ซ้าย) อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง มีฉากสุดท้ายปลุกใจรักชาติ (ไทย) บทประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ (กิม เหลียง วัฒนปฤดา หรือ วิจิตร วิจิตรวาทการ) แสดงครั้งแรกเมื่อปี 2497 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก่อนนั้นหลวงวิจิตรวาทการเคยแต่งบทเพลงดนตรีประวัติศาสตร์ พิมพ์แจก พ.ศ. 2482 (ขวา) การแสดงครั้งล่าสุด ในงานวันพ่อขุนรามคำแหง พ.ศ.2560


ประเด็นเรื่อง “ข้อมูล” ชวนให้โยงไปถึงการเตรียมผลักดันวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งคอลัมนิสต์ด้านอาหารท่านนี้ห่วงใยไปล่วงหน้า ขอร้องว่าให้ “พูดความจริง” ไม่ต้องหลอกว่าเป็นเมนูเก่าแก่ไปถึงยุคสุโขทัย หรือย้ำว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว เพราะไม่จริง !

“วัฒนธรรมอย่างอาหาร มักถูกบอกเล่าว่านี่คือเอกลักษณ์ อร่อยสุด เก่าแก่มาก มีที่เดียว บางทีต้องยอมรับความจริงว่าอาจไม่ใช่ของดั้งเดิม ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน ควรเชื่อมโยงว่ามีที่อื่นทำอาหารแบบนี้ด้วย ที่ไหนบ้าง อาหารเป็นเค้าเงื่อนอย่างหนึ่งซึ่งจะเชื่อมโยงให้เห็นภาพว่าผู้คนมีการเคลื่อนย้ายติดต่อ เป็นสเน่ห์ด้วยซ้ำ”

ปัญหาด้านการพูดความจริงนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้จะได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว แต่ยังติดอยู่ในความทรงจำ เพราะยังถูกตอกย้ำผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น การแสดงแสงสีเสียง “อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง” ที่บทพูดเน้นการสร้างชาติ ทั้งที่แนวคิดเรื่องรัฐชาติเพิ่งเกิดขึ้นในภายหลัง สุโขทัยจึงยังคงเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

ด้วยมิติซับซ้อนและความอ่อนไหวของประเด็นต่างๆ อย่างมากมาย การดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมตามแผนแม่บทที่กำลังจะถูกร่างจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นครกใบใหญ่ที่ต้องค่อยๆ เข็นขึ้นภูเขา

การขุดค้นอ่างเก็บน้ำโบราณ (บาราย) ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำโบราณเมืองเก่าสุโขทัยที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)
การขุดค้นอ่างเก็บน้ำโบราณ (บาราย) ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำโบราณเมืองเก่าสุโขทัยที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)
การบูรณะปูนปั้นวัดเจดีย์สี่ห้อง ในปัจจุบัน (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)
การบูรณะปูนปั้นวัดเจดีย์สี่ห้อง ในปัจจุบัน (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image