ตามรอย ‘โกลเด้นบอย’ ที่อเมริกาเตรียมส่งคืนไทย เป็นประติมากรรมรูปใครกันแน่

13.02.24 | 12:00 น.

ตามรอย ‘โกลเด้นบอย’ ที่อเมริกาเตรียมส่งคืนไทย เป็นประติมากรรมรูปใครกันแน่

หนึ่งในข่าวใหญ่ปลายปี 2566 ที่ผ่านมาก็คือ สหรัฐอเมริกาทำหนังสือแจ้งขอส่งคืนถึงกรมศิลปากรส่งคืนโบราณวัตถุอีก 2 รายการ แก่ประเทศไทย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นที่เป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง คือ “โกลเด้นบอย”

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร แถลงข่าวความว่า

“การส่งคืนโบราณวัตถุในครั้งนี้ สืบเนื่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันทำการตรวจสอบรายการโบราณวัตถุที่มีประวัติการได้มาเกี่ยวข้องกับ นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด นายหน้าค้าโบราณวัตถุ ผู้ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้แจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเมื่อปี พ.ศ.2562 แล้วพบว่ามีโบราณวัตถุประติมากรรมสำริดจากประเทศไทย คือประติมากรรมพระศิวะสำริด ที่รู้จักในชื่อ Golden Boy…”

Advertisement

หากตื้นลึกหนาบางกว่านั้นนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2567 มี 2 บทความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ บทความชื่อ “ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะ(?) จากพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน (The Metropolitan Museum of Art)” ของ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์

ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ คือ กรรมการ ในคณะกรรมการติดตามคืน โบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย และคณะอนุกรรมการด้านวิชาการเพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ดังนั้นเรื่องของโกลเด้นบอยจึงเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่เขาเฝ้าติดตาม

ประติมากรรมสำริดจากปราสาทตาเมือนธม

แองเจล่า ชิว นักประวัติศาสตร์ศิลปะอิสระ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะเอเชียตะวันออก และหนึ่งในทีมประสานงานกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของหน่วยงานโฮมแลนด์ซีเคียวริตี้ สหรัฐอเมริกา ส่งข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้    ดร.ทนงศักดิ์ ด้วยความมั่นใจว่า

โบราณวัตถุ โกลเด้นบอย ที่พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทันครอบครองนั้นเป็นการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย แม้มันจะมาจากการบริจาคของนักสะสมผู้หนึ่ง แต่ก็เกี่ยวพันกับบริษัทรับซื้อของเก่า และนักค้าโบราณวัตถุชื่อดัง ดักลาส แลตช์ฟอร์ด ที่ขายผ่านกันมาเป็นทอดๆ

ประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ (ซ้าย) และจากพนมบาย็อง (ขวา)

ดร.ทนงศักดิ์จึงรวบรวมหลักฐานการค้นพบเสนอเข้าคณะอนุกรรมการด้านวิชาการเพื่อติดตามโบราณวัตถุไทยฯ เพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีโบราณวัตถุสำหรับติดตามคืน ในการประชุมเมื่อเดือน เมษายน 2564

ขณะเดียวกันก็ตอบรับการติดต่อจากบริษัท Channel NewsAsia-สำนักข่าวของสิงคโปร์ ที่ติดต่อผ่านทาง แองเจล่า ชิว เพื่อขอถ่ายทำสารคดีเรื่อง Looted : Hunting Priceless Relics เพราะการถ่ายทำเท่ากับว่าเป็นการบันทึกหลักฐานการติดตามโบราณวัตถุชิ้นนี้ให้นานาประเทศรับทราบ

เนื้อหาสารคดี เริ่มจากการสืบค้นเรื่องการค้าโบราณวัตถุของ ดักลาส แลตช์ฟอร์ด ที่ปล้นออกมาจากโบราณสถานทั้งในกัมพูชาและไทย ด้วยการว่าจ้างให้ชาวบ้านขุดหาโบราณวัตถุบนพื้นที่โบราณสถาน และรับซื้อมาเพื่อขายออกไปยังต่างประเทศ ส่วนชาวบ้านบ้านยางโป่งสะเดา อำเภอละหานทราย ที่ขุดหาโบราณวัตถุยืนยันว่าเทวรูปที่ตนขุดและขายไปในราคา 1 ล้านบาท เมื่อประมาณ พ.ศ.2518 คือ โกลเด้นบอย

ประติมากรรมสำริด พระศิวะ(?) พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน

แล้ว “โกลเด้นบอย” ที่ว่าเป็นใคร

ดร.ทนงศักดิ์อธิบายว่า สำหรับ โกลเด้นบอย นั้น นักวิชาการหลายคนสันนิษฐานว่าเป็นรูปพระศิวะ ขณะที่บางส่วนก็ตั้งคำถามว่าอาจเป็นรูปสนองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ด้วย แต่ไม่มีใครสันนิษฐานว่าเป็นรูปทวารบาล

ทว่า ความงดงามอย่างพิสดารและความน่าทึ่งของประติมากรรมชิ้นนี้ ทำให้นักวิชาการไทยหลายคนว่า โกลเด้นบอย เป็นของปลอม โดยทำเลียนแบบประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีการค้นพบจากการขุดแต่งโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ.2532

หากโกลเด้นบอย ที่ได้จากปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ คือเมื่อ พ.ศ.2518 ก่อนที่จะถูกครอบครองโดยพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ โกลเด้นบอย จะทำเลียนแบบประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ได้

ปราสาทบ้านยางและแหล่งโบราณคดีที่อยู่ใกล้เคียง

ดร.ทนงศักดิ์ยังคัดเลือกตัวอย่างประติมากรรมเพียง 3 รายการ มาเปรียบเทียบ ได้แก่

1.ประติมากรรมสำริดสูง 140 เซนติเมตร จากปราสาทสระกำแพงใหญ่ ศิลปะเขมรแบบบาปวนตอนต้น ในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1

2.ประติมากรรมสำริดสูง 50 เซนติเมตร จากพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน ศิลปะเขมรแบบบาปวนตอนกลาง-ตอนปลาย (ที่ ดร.ทนงศักดิ์เห็นว่าอาจอยู่ในรัชสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2-พระเจ้าหรรษวรมันที่ 3)

3.ประติมากรรมสำริดสูง 57 เซนติเมตร จากพนมบาย็องศิลปะเขมรแบบนครวัดตอนต้น ในรัชสมัยพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1

โดยศึกษาเปรียบเทียบในรายละเอียดดังนี้ 1.พระพักตร์ ตั้งแต่ไรพระศก, พระเกศา, สร้อยพระศอ และจี้ห้อย 2.ผ้านุ่ง ตั้งแต่ผ้าขมวดปมด้านหน้า, เข็มขัด, ชายผ้ารูปสมอ หรือหางปลา, ผ้าผูกด้านหลัง เมื่อพิจารณาเทียบเคียงลวดลายที่ปรากฏ (ซึ่งในที่นี้ ไม่ขอลงรายละเอียด) สรุปได้ว่า โกลเด้นบอย เป็นศิลปะเขมรแบบพิมาย มีรูปแบบศิลปะที่พัฒนามาจากศิลปะเขมรแบบบาปวน

ปกหนังสือทางวิชาการของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ค.ศ.1989

ประติมากรรมรูป Golden Boy นี้ คือ ประติมากรรมรูปสนองพระองค์ (ขณะมีชีวิต) ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เพื่อนำไปประดิษฐานที่ปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา บ้านยาง ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ สันนิษฐานว่าเพื่อการทำบุญแด่พระพุทธศาสนาซึ่งในอดีตคือถิ่นฐานเดิมของพระองค์ ซึ่งเป็นชุมชนชาวพุทธศาสนาที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก

ที่ยกมาก็เป็นเพียงบางส่วนจากบทความของ ดร.ทนงศักดิ์ และบางส่วนของบทความเกี่ยวกับ โกลเด้นบอย ที่ นิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ นำเสนอ ซึ่งยังมีอีกหนึ่งบทความคือ “Golden Boy ไม่ใช่พระรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 แต่เป็นพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 : พระรูปผีบรรพชน” ของ รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล

ตลอดจนคลิปเรื่องราวของโกลเด้นบอย จากนักวิชาการคนสำคัญหลายท่าน ทาง www.youtube.com/@Silpawattanatham ที่จะเผยแพร่ในวันจันทร์ที่ 12, 19, 26 กุมภาพันธ์ และ 4 มีนาคม เวลา    20.00 น. มีให้เลือกดูกันแบบจุกๆ อีกด้วย

วิภา จิรภาไพศาล
[email protected]