ธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธาน ‘พีมูฟ’ (และเพื่อนรวมขบวน) คัมแบ๊กทวงสิทธิที่ดินบรรพบุรุษ

25.02.24 | 11:31 น.

ธีรเนตร ไชยสุวรรณ
ประธาน ‘พีมูฟ’ (และเพื่อนรวมขบวน)
คัมแบ๊กทวงสิทธิที่ดินบรรพบุรุษ

“ถ้าเป็นท่าน ท่านจะอยู่อย่างไร?”

เสอะเยียเบ่อ งามยิ่ง หญิงสูงวัยจากเครือข่ายกะเหรี่ยงตะวันตก ชุมชนกะเหรี่ยงโผล่วบ้านป่าผาก คว้าไมค์เปล่งเสียงกลางถนนหน้าทางเข้าทำเนียบรัฐบาล

เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ ‘พีมูฟ’ ต้องนัดม็อบ หอบข้าวของและความคับข้องใจ ปรี่ตรงมากินนอนกลางแดดถึงกรุงเทพฯ ไม่ใช่รอบแรกที่พูดเรื่อง ‘ที่ดิน’ เมื่อข้อเรียกร้องให้แก้ปัญหาเชิงนโยบาย 10 ด้าน ที่ได้เสนอไปตั้งแต่ตุลาคมปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏให้เห็น

“อยู่ไม่ได้ ต้องมาหาผู้รู้ ผู้มีอำนาจ ที่จะตัดสินใจให้กับพวกเราผู้ถูกกระทำ ที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด”

Advertisement

เสียงของชนเผ่าที่หวั่นว่าภูมิปัญญาบรรพบุรุษถูกลบหาย ทำไร่หมุนเวียนตามจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงไม่ได้อีกต่อไป ทั้งคนไทยแท้ที่ไม่มีสิทธิทำกินในที่ดินของตนเอง เป็นความจำใจ เป็นไฟต์บังคับให้มาเรียกร้องในสิ่งที่เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นเจ้าของ เพราะหากถอย จะใช้ชีวิตกินนอนที่ไหน?

มอง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ และ โฉนดชุมชน เป็นหนทางออก ต้องมีกฎหมายเป็นเครื่องการันตีว่าจะคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตชนเผ่า ที่มีหลักยึด มีขนบ ในจัดการชีวิตความเป็นอยู่ในแนวทางของตัวเอง

ไม่อยากเห็นภาพหันหลังเมินเฉย ยืนยันว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมาพูดคุยและหาทางไป ระหว่างปักหลักค้างแรม แม้มีความคืบหน้า เป็นสัปดาห์แห่งการนัดประชุมใหญ่และแก้ปัญหาทั้งตะกร้า แต่ยังกังวลกับท่าทีจึงมีการแอ๊กชั่น
อยู่เรื่อยๆ

23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีนัดประชุมคณะทำงานที่ดินทั้งระบบ ที่เกี่ยวข้องกับ ‘กระทรวงมหาดไทย’ แต่น่าเสียดายที่พีมูฟไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วม

ในวันเดียวกันนี้ ‘บางกลอยคืนถิ่น’ จัดคาร์ม็อบ มูฟไปกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ทวงถามเรื่องเร่งด่วน กับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และย้ำเตือนอีกสักรอบ ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบปัญหาของ
พี่น้องชาติพันธุ์

หลังมีชาวบ้านบางกลอย 3 ครอบครัว 18 คน ถูกบีบบังคับให้ต้องออกจากบ้าน (19 ก.พ.67) ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นผลจากที่กรมอุทยานฯ ไม่ได้จัดสรรที่อยู่อาศัย ตามที่สัญญาไว้กับชาวบ้าน ต้องอาศัยอยู่ในที่ดินของคนอื่นที่ได้รับการจัดสรร จากการอพยพโยกย้ายชุมชนในปี 2539 ขอให้เร่งหาที่รองรับ

ยังจับตาต่อ 27 กุมภาพันธ์นี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะนั่งประธาน ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ ครั้งแรก ซึ่ง ‘โฉนดชุมชน’ ถูกสอดอยู่ในแฟ้มการประชุมรอบนี้ด้วย ในขณะที่รองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย เห็นชอบให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นประธานคณะทำงานภายใต้ชื่อ ‘คณะอำนวยการแก้ไขปัญหาของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม’

ท่ามกลางความคาดหวัง ว่าความเดือดร้อนของประชาชน จะถูกแก้ไขบนกติกาที่เที่ยงตรง

นั่งลงสบตาสนทนา ธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธาน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ ‘พีมูฟ’ และเพื่อนร่วมขบวน ถึงที่มา และที่ไป ความในใจ และสิ่งที่คาดหวัง

⦁ ทำไมรอบนี้พีมูฟถึงกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง?

เดิม คือเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา เราชุมนุมจนมีมติ ครม.ออกมา 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 10 และ 16 ตุลาคม 2556 ในส่วนของการแก้ไขปัญหา ก็มีคณะทำงาน และคณะอนุกรรมการหลายคณะ แต่ว่าในทางปฏิบัติ อนุกรรมการเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินการในหน้างานของตัวเอง อย่างเช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องมีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ก็ไม่ได้มีการประชุม

ซึ่งพื้นที่ชุมชนของพีมูฟเอง ที่มีอยู่ 486 ชุมชนทั่วประเทศ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ก็ได้ยื่นหนังสือไปให้แต่ละชุมชนเลือกกลับมา ว่าจะให้ดำเนินการรูปแบบไหน แต่ปรากฏว่าเอกสารนั้น เราไม่ได้รับ และเมื่อไม่ได้รับไม่ได้ตอบกลับไป ก็เท่ากับว่าเรารับโครงการของ สคทช. ไปในตัว

เราก็เสนอให้มีการประชุมคณะกรรมการที่มีท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธานดูเรื่องโฉนดชุมชน ก็ยังไม่เปิดประชุม

อีกอันคือเรื่อง คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ ที่มีท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน ก็ยังไม่เปิดประชุมเช่นกัน แต่ละพื้นที่ที่มีปัญหา แต่ละกระทรวง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ดำเนินคดีกับพี่น้องเรื่อยๆ

⦁ คดีที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง และมากน้อยแค่ไหน?

ส่วนมากพวกคดีป่าไม้ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ช่วงการเพาะปลูกของพี่น้องกะเหรี่ยง พี่น้องปกากะญอ สุดท้ายไม่สามารถเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูกได้ ก็เข้าใจช่วงนี้มีเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่ตอนนี้สังคมให้ความสนใจ แต่ว่าพี่น้องที่ใช้ชีวิตอยู่กับการทำไร่หมุนเวียน ต้องสลับพื้นที่ เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการเพาะปลูก เมื่อไม่สามารถทำได้ ก็ไม่มีข้าว ไม่มีอาหารกินในปีต่อไป ไม่มีเสบียง ถ้าจะเข้าไปทำไร่ก็ถูกดำเนินคดี และมันยังมีมากขึ้นเรื่อยๆ

พี่น้องเลยตัดสินใจว่า ต้องเดินทางมาเรียกร้อง ปลายทางคือ เรื่องที่ 1 ให้เปิดประชุมคณะกรรมการโฉนดชุมชน 2.ให้เปิดประชุมคณะกรรมการฯ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่มีท่าน พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาร่วมเจรจา และให้เปิดประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ อย่างเร่งด่วน ทั้ง 3 คณะ

⦁ เรื่องสิทธิชุมชนสำคัญอย่างไร หากจะอธิบายให้คนในเมืองเข้าใจมากขึ้น?

ถ้าจะอธิบายให้คนเมืองเขาใจสถานการณ์ปัจจุบัน อากาศร้อน มีหมอกควันที่เราเรียกว่า PM2.5 ทีนี้ เรื่องระบบสิทธิชุมชนและโฉนดชุมชน จะมาช่วยเอื้อในการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชน เพราะพี่น้องเราส่วนมากอาศัยอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับป่า ทำการเกษตร ทีนี้เรามีการจัดแบ่งพื้นที่ ปลูกป่าทดแทน แล้วก็ดูแลป่า ที่ชัดเจนคือ จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีพื้นที่ของพี่น้องชาวกะเหรี่ยงอยู่มาก เป็นพื้นที่โฉนดชุมชนและมีพื้นที่ป่าอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นพื้นที่ของสมาชิกพีมูฟด้วย ถ้าเกิดว่าเราสามารถบริหารจัดการ โดยชุมชนสามารถออกแบบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเองได้ ก็จะเอื้อกัน เพราะพี่น้องบ้านเขาไม่มีแอร์ ก็ต้องปลูกต้นไม้เพื่อช่วยรักษาระบบนิเวศ แต่พอรัฐเข้ามาบริหารจัดการให้ดำเนินการตามรัฐทั้งหมด ตามระบบของการพัฒนาอะไรต่างๆ ต้องทำตามทั้งหมด

⦁ ต้องทำตามที่รัฐวางไว้ ไม่สามารถกำหนดวิถีชีวิตได้เอง?

ใช่ แต่มันไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และวิถีของพี่น้อง เพราะเขามีแนวทางของเขาเอง อย่างเรื่องการมอบสิทธิให้พี่น้อง ยิ่งตอนนี้มุ่งไปเรื่อง PM2.5 การค้าคาร์บอน ทาง สคทช.ก็ให้นับมาว่ามีพื้นที่กี่ไร่ แล้วให้พี่น้องปลูกป่า ปลูกป่าเสร็จ แต่พี่น้องจะไปใช้สอยในป่านั้นก็ไม่ได้ แล้วก็ต้องหารเป็นค่าคาร์บอนออกมา เหมือนกับว่าจ้างให้พี่น้องปลูกป่าให้ แต่ทำใช้ประโยชน์จากป่านั้นไม่ได้เลย ไม่มีสิทธิในป่าที่ตัวเองปลูก

⦁ ถ้าเกิดเข้าไปเก็บผลไม้ป่ามากิน ได้ไหม?

เก็บผลไม้ป่าก็ไม่ได้ รัฐจะให้ออกหนังสือก่อน เหมือนอย่างการเก็บเห็ดที่ผ่านมา ต้องมีใบอนุญาตการเก็บของป่า เราถึงบอกว่า เรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัยต้องเกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งโฉนด ที่ดินรัฐ ที่ป่าไม้ ที่ดิน ส.ป.ก. และสิทธิชุมชนที่ประชาชนควรจะต้องจัดการตัวเองได้

⦁ คิดว่าปัญหาทั้งมวล ที่ยังวนเวียนแก้ไม่ได้จริง เป็นเพราะติดขัดตรงไหน?

บอกตรงๆ ว่า รัฐ นโยบาย 10 ข้อที่พีมูฟมาขอให้แก้ไข คือเรื่องการกระจายอำนาจ ในการบริหารการจัดการทรัพยากร แต่รัฐคุมไว้เฉพาะตัวเอง วันนี้เราถึงต้องมาชุมนุมที่นี่ ถ้าเกิดว่าพี่น้องบริหารจัดการเองได้ พี่น้องคงไม่ต้องมาถึงกรุงเทพฯ เราเสนอให้มีการเปิดประชุมทั้ง 3 คณะ และนัดเราไปร่วมหารือ

⦁ ถ้าไม่มีความคืบหน้า?

คิดว่าเราต้องยกระดับ ล้อมทำเนียบ สั่งสมกำลังพี่น้องจากทางบ้านให้เข้ามาสมทบมากขึ้น และพร้อมปักหลักอย่างยาวนานยิ่งกว่านี้เพื่อสร้างหลักประกันทางนโยบาย ว่าเราจะยังสามารถรักษาผืนดิน ถิ่นอาศัยของเราสู่ลูกหลานต่อไปได้

หนูเดือน แก้วบัวขาว
อายุ 55 ปี อาชีพทำนาทำไร่ ผู้ได้รับผลกระทบใน ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

⦁ ที่ผ่านมาเจอเรื่องราวอะไรมาบ้าง เดินทางมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ กี่รอบแล้ว?

โห นานมาก มาหลายรอบมากจนนับไม่ถ้วนเลย กรณีของพวกเรา ชุมชนตำบลบุ่งหวาย นายทุนออกเอกสารสิทธิทับที่ เราอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่แล้ว บรรพบุรุษก็อยู่กันมาก่อน พอนายทุนออกโฉนดทับ ชาวบ้านก็ร้องเรียนตั้งแต่ พ.ศ.2510 กว่าๆ ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ที่หนักกว่าคือนายทุนออกเอกสารสิทธิเสร็จ เขาเอาไปจำนอง แล้วเอาไปผ่านกระบวนการก็คือนายทุนเป็นบุคคลล้มละลาย เอาไปขายทอดตลาด มันมีกระบวนการฟอกโฉนดให้ถูกต้องตามกระบวนการ

กล้าเรียกเต็มๆ ปากว่าเป็น ขบวนการฟอกโฉนด เพราะที่ดินหมื่นกว่าไร่ นายทุนคนเดียวฮุบเอาทั้ง 2 ตำบล ตำบลบุ่งหวายและตำบลหนองกินเพล ชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก เพราะในกระบวนการต่อสู้ ชาวบ้านสู้นายทุนไม่ได้ เพราะเขาออกเป็นโฉนด ที่ดินก็เป็นของเขา หน่วยงานราชการ กรมที่ดินในพื้นที่ก็เป็นของเขา แล้วก็ช่วยยืนยันว่าเขาออกเอกสารสิทธิถูกต้อง

ที่หนักสุดคือบุคคลที่ซื้อต่อๆ กันมา เขาจะเข้าไปเอาพื้นที่ของชาวบ้าน อย่างแฟนของเรา เอารถแบ๊กโฮ ไปขุดเอาต้นไม้ออกจากที่สวน ที่ทำกิน ปลูกมะม่วงหิมพานต์ กอไผ่ มันสำปะหลัง ตอนนี้ก็เดือดร้อนมาก พอไปแจ้งความตำรวจในพื้นที่บอกว่า คุณไม่มีสิทธิมาแจ้งความ คุณไม่มีโฉนด ทั้งที่หลักฐานก็มีว่าเราอยู่มาก่อน อยู่มาตั้งแต่พ่อแม่ แต่เขาไม่รับแจ้งความ ต้องไปทะเลาะกับตำรวจนานมาก ผ่านไป 2-3 วัน เขาถึงจะรับแจ้ง บอกว่า อ่ะ แจ้งๆ ให้เขาไป เราก็มองว่าไม่น่าจะได้รับความเป็นธรรมในการสืบสวนคดี เพราะตั้งอคติกับชาวบ้านไปแล้วว่าชาวบ้านไม่มีสิทธิ นายทุน คนที่มีโฉนด มีสิทธิ

⦁ ไปแจ้งความช่วงปีไหน รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าที่ดินที่เราเคยอยู่มาตั้งแต่เกิดกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น?

ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แต่เรื่องนายทุนออกโฉนดทับที่ดิน รู้มาตั้งแต่ พ.ศ.2530 กว่าๆ ที่ชาวบ้านเริ่มถูกฟ้องคดี ในส่วนของเรารู้เมื่อปี 2538 เพราะว่าเขามาหาที่ดินคนที่มีโฉนด ไปให้สำนักงานที่ดินออกมารังวัด แล้วปรากฏว่า ที่ของเขา ดันอยู่ในที่ของเราที่ครอบครองอยู่ เราก็สู้ร้องเรียนมาตลอด แต่มันก็แก้ปัญหาไม่ได้สักที ผ่านมาตั้งหลายสิบรัฐบาลแล้ว แก้ปัญหายังไม่ได้

⦁ จากที่เคยมีบ้านอยู่อาศัย แต่อยู่ดีๆ ต้องมาเรียกร้อง กินนอนข้างถนน ทั้งที่มั่นใจว่าไม่ใช่คนผิด คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?

จริงๆ แล้วไม่ได้อยากมาเลย เพราะเวลามาทีนึง ทั้งเหนื่อยทั้งเดือดร้อน แล้วก็ไม่มีเวลาทำมาหากิน ไมมีเวลาอยู่กับครอบครัว

บางทีเรามานั่งอยู่ คนที่เดินผ่านไปมา เขาก็มองว่าพวกนี้ทำให้คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เดือดร้อน ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้อยากมา แต่ว่ามันจำเป็น เพราะว่าในจังหวัดก็ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้ เราก็เลยต้องมา หวังว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ไขปัญหาให้เราได้ อย่างน้อยก็ขอให้ช่วยยุติการคุกคามในพื้นที่ก่อน เพราะว่าตอนนี้เราเดือดร้อนมาก

⦁ ส่วนตัวโดนคดีด้วยไหม?

โดนยึดที่และยังโดนคดีด้วย แฟนเราถึงกับถูกจับติดคุกทั้งที่อยู่ในที่ดินของตัวเอง ติดคุกไปเกือบ 2 ปี ตอนนี้ก็ออกมาแล้ว แต่ถ้ากระบวนการยังไม่มีการแก้ปัญหา ก็มีโอกาสที่จะกลับไปติดคุกอีก เพราะว่าเรายังอยู่ในที่ดินเดิมของเรา

⦁ ตอนนี้ทำมาหากิน อาศัยกินนอนอยู่ตรงไหน?

ที่ดิน เรายังอาศัยอยู่ที่เดิมคือ ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แต่ติดพันเรื่องคดี ที่ยังอยู่ที่เดิมได้เพราะว่าเราก็สู้มาตลอด เรายืนยันว่าอยู่มาก่อน พ่อของเราแกมีใบจอง ออกปี พ.ศ.2510 แต่นำไปออกโฉนดไม่ได้ เพราะว่านายทุนออกโฉนดทับ แกก็ไปฟ้องศาลปกครองตั้งแต่ปี 2549 ฟ้องว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ร้องขอให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบโฉนดที่มาทับของแก ไปฟ้องศาลปกครองอยู่ 10 ปี ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ปรากฏว่าเราชนะคดี แต่ปัญหาคือ กรมที่ดิน ไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ตามมาตรา 61 ศาลปกครองสูงสุดตัดสินตั้งแต่ปี 2558 ผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี

⦁ มองว่าเป็นการโยนความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน?

หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ คือกรมที่ดิน และอธิบดีกรมที่ดินไปแล้ว เขาเชื่อสำนักงานที่ดินจังหวัด ซึ่งเป็นคนออกโฉนดให้นายทุน ไม่ยอมลงไปตรวจสอบเอง ให้แต่ทางจังหวัดตรวจสอบ ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัด ตรวจสอบแล้วเขาก็บอกว่า โฉนดถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะพบข้อพิรุธ ถึงจะพบข้อพิรุธก็ยังยืนยันว่าออกถูกต้อง ขนาดว่าโฉนดย้ายไปย้ายมา ย้ายไปนู่นบ้าง กลับมานี่บ้าง ก็ยังบอกว่าถูก

⦁ อยากบอกอะไรรัฐบาล หรือนายกฯ ให้ช่วยเรื่องสิทธิที่ดินทำกินอย่างไรบ้าง?

อยากจะบอกให้นายกฯ มีคำสั่ง ให้ตรวจสอบกระบวนการตรวจสอบเอกสารสิทธิทั้งหมด ทั้งตำบลบุ่งหวาย ตำบลหนองกินเพล หมื่นกว่าไร่ ให้นายทุนคนเดียว เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมากมาย จนชาวบ้านสูญเสียที่ดินเพราะว่านายทุนเขาฟ้อง ขับไล่ พอชาวบ้านแพ้ ก็อยู่ไม่ได้ อยู่ก็ต้องติดคุก นอกจากเสียเงินสู้คดีแล้ว ยังเสียเวลาทำมาหากิน สุขภาพจิตก็ไม่ดี บางคนกลายเป็นคนไม่มีที่ดินไปเลย เพราะไม่มีเงินจะไปซื้อที่อื่น ลำบากมาก อยากให้ท่านนายกฯ สั่งให้ตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบทุกกระบวนการแล้วว่า มันออกโดยชอบ พวกเราจะยอมพับ แต่ปัญหาคือไม่มีใครรับไปตรวจสอบ

⦁ ก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องไปยังหน่วยงานใดบ้าง หรือไม่ให้ตรวจสอบเรื่องนี้?

แต่ก่อนเคยเรียกร้องให้ ดีเอสไอ ไปตรวจสอบเมื่อปี 2552 ตอนนั้นดีเอสไอ มีความเห็นว่า โฉนดออกไม่ชอบ แต่สุดท้ายดีเอสไอ ก็ให้อธิบดีกรมที่ดิน ไปดำเนินการตามมาตรา 61 แล้วกรมที่ดินก็ทำหนังสือ ไปถามจังหวัดที่ออกโฉนดให้กับนายทุน จังหวัดบอก ออกโฉนดถูกต้องแล้ว ก็ไม่ดำเนินการอะไรต่อ มันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ก็เลยแก้ปัญหาไม่ได้ มันเหมือนตันไปหมด ไม่รู้เราจะไปพึ่งใคร แม้แต่ตำรวจในพื้นที่เวลาเราแจ้งความก็บอกว่า เราไม่มีสิทธิแจ้ง ขนาดเราบอกว่า ต้นไม้ทุกต้น เรา พ่อแม่เราเป็นคนปลูก พื้นที่ของเรา อย่าทำลายทรัพย์สินเรา ตำรวจในพื้นที่ก็ยังมีอคติกับเรา พอไม่มีโฉนดก็ไม่อยากรับแจ้ง ตอนนี้คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงแล้ว (น้ำตาคลอ)

⦁ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง?

ลำบากมาก ไม่ใช่เฉพาะครอบครัวเรา ยังมีอีกหลายคน แต่ก่อนนี้มีทั้งหมด 500 ครอบครัว เราเคยไปชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี 2540 ทั้ง 500 ครอบครัว ปัญหาคือที่คนน้อยลงเพราะถูกฟ้องคดี ถ้าไม่ออกจากที่ดินก็จะโดนจับติดคุก ต้องยอมทิ้งที่ดินทำกินของตัวเอง บางคนก็ไปทำงานรับจ้าง ทำอาชีพอื่นแทน เพราะสูญเสียธุรกิจจากที่ดินของตัวเอง เข้าไร่เข้าสวนไม่ได้ ไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินตรงนั้นได้ บางคนต้องไปทำมาหากินที่อื่น ผลักให้เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ

‘ป้าสาคร’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง
เจ้าของรางวัลนักสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา

⦁ ร่วมเคลื่อนไหวให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง แต่มาร่วมม็อบพีมูฟเพราะอะไร?

เราก็เป็นชาวบ้าน เหมือนกันกับเขา เราเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ลำบาก ไม่ใช่คนรวย เดิมป้าอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ แล้วก็ย้ายมาอาศัยที่กรุงเทพฯ เพราะทำมาหากินลำบาก

⦁ ถามถึงคุณภาพชีวิตเมื่อย้ายเขาเมืองกรุง ดีขึ้นไหม?

ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน เพราะอยู่กรุงเทพฯ หากินง่ายหน่อย ไปม็อบ หาอะไรติดมา 5 บาท 10 บาท พอได้ขาย ของกินบ้างอะไรบ้าง ติดมาด้วย

ป้าเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว อยู่กับเสื้อแดง ผ่านเหตุการณ์สลายคนเสื้อแดงในปี 2553 ไม่อย่างนั้นเราไม่เจ็บขนาดนี้ ที่เจ็บทุกวันนี้เพราะเราผ่านตรงนั้นมา เจ็บใจเพราะว่าโดนแก๊สน้ำตา โดนปราบ โดนทุกอย่างแม้แต่กระสุนยาง แถมหมดเงินด้วย สมัยนั้นเขียนเลยว่า เขตพื้นที่กระสุนจริง

⦁ ปัจจุบันยังมีคนถูกลิดรอนสิทธิ นักโทษการเมืองถูกคุมขัง ดำเนินคดีเกือบ 2,000 คน มองภาพรวมการเมืองตอนนี้อย่างไร?

เราอยากให้มีการนิรโทษกรรมประชาชน เฉพาะประชาชนนะ พวกทหาร พวกที่ทำการปฏิวัติไม่เอานะ คนทำรัฐประหารไม่สมควรนิรโทษ เขามีความผิดมากที่ฉีกรัฐธรรมนูญ ฉีกกฎหมายสูงสุดทิ้ง และลอยนวลอยู่อย่างทุกวันนี้ ต้องปล่อยนักโทษทางความคิด

⦁ มองสถานการณ์ผู้ต้องหาการเมืองและม็อบพีมูฟ ว่ามีจุดร่วมกันอย่างไรบ้าง?

ชาวบ้าน ประชาชนเขาถูกลิดรอนสิทธิเหมือนกัน ถ้าเขาไม่เดือดร้อนก็คงไม่มา เราก็ได้พูดคุยกับพี่น้องที่มาชุมนุมกับพีมูฟ เขาก็เป็นชาวบ้าน คนปกติทั่วไปแต่ถูกลิดรอนสิทธิ มาจากหลายจังหวัด จากบางกลอยก็มา ก่อนหน้านี้ที่มาม็อบ saveบางกลอย เราก็มานอนค้างเป็นเพื่อนเขาบ้าง ภาครัฐควรหันมาสนใจ รับฟัง แล้วก็ช่วยเหลือด้วย เพราะประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ถ้าเกิดไม่มีประชาชน คุณอยู่ได้ไหม เงินเดือนก็มาจากภาษีประชาชน แต่พอประชาชนจะขออะไร ยากเย็นเหลือเกิน

อยากบอกให้รัฐบาลรีบมาดู และให้สิ่งที่เขาต้องการ เรื่องจะได้จบเร็วๆ เขาจะได้กลับไปทำมาหากิน

อธิษฐาน จันทร์กลม