เจาะสนามเลือกตั้ง ‘ลูกพ่อขุน’ คว้าชัย อ.ศ.ม.ร. กับสกิล ‘ซอฟต์-ฮาร์ด’ ในศตวรรษที่ 21

27.02.24 | 12:10 น.

เจาะสนามเลือกตั้ง ‘ลูกพ่อขุน’ คว้าชัย อ.ศ.ม.ร. กับสกิล ‘ซอฟต์-ฮาร์ด’ ในศตวรรษที่ 21

ปังมาก!

อย่างกับเลือกตั้งใหญ่

สำหรับการเข้าคูหาลงคะแนนเลือกคณะกรรมการองค์การนักศึกษา (อ.ศ.ม.ร.) และสมาชิกสภานักศึกษา (ส.ม.ร.) ประจำปีการศึกษา 2567 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนนับคะแนนและประกาศผล

การเลือกตั้งบริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง

ปรากฏว่า ‘พรรคลูกพ่อขุน’ ไล่บี้ ‘พรรคตะวันใหม่’ คว้าชัย ‘อ.ศ.ม.ร.’

Advertisement

ชูธง รามคำแหงต้องเปลี่ยน ลุยฟื้นกิจกรรม น.ศ.

ส่วน ‘พรรคพลังราม’ ตามมารั้งท้าย

การใช้สิทธิครั้งนี้มีนักศึกษาตบเท้าเข้าคูหา 3,777 คน บรรยากาศทั่วไปเข้าข่ายคึกคัก ทยอยหย่อนบัตรตั้งแต่เช้าจนปิดหีบ ระหว่าง 08.30-16.00 น.รอบอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยเข้ามาดูรายชื่อของตนเองก่อนเข้าคูหาไปลงคะแนนเสียง

บ้างแต่งกายด้วยชุดนักศึกษา บ้างมาด้วยอารมณ์ลำลองคอสตูมไปรเวต

ทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงตั้งเต็นท์พร้อมกั้นด้วยผ้าใบสีขาวบริเวณรอบอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ซึ่งเป็นจุดลงคะแนน โดยแบ่งโซนแยกแต่ละชั้นปี พร้อมเขียนป้ายระบุไว้อย่างชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการลงทะเบียนใช้สิทธิ

โดยชั้นปีที่ 1 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งที่เต็นท์ หน้าตึกคณะนิติศาสตร์, ชั้นปีที่ 2 บริเวณสระน้ำ, ชั้นปีที่ 3 หน้าอาคารหอสมุดกลาง และชั้นปีที่ 4 ขึ้นไป ที่เต็นท์หน้าอาคารศิลาบาตร

รอบนี้มีพรรคลงสมัคร จำนวน 3 พรรค โดยมีการติดป้ายประกาศหาเสียงทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย ทั้งบริเวณม้านั่งริมสระน้ำ อาคารโรงอาหาร อาคารกองกิจการนักศึกษา และมีจุดเช็กอินให้ถ่ายรูปเซลฟี่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

แม้อากาศค่อนข้างร้อนแต่ยังคงมาร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งตัวแทนของตน

สำหรับผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้ง 3 พรรค ได้แก่

1.พรรคตะวันใหม่ สโลแกน มุ่งพัฒนากิจกรรมบนความหลากหลาย ภายใต้ผลประโยชน์ของนักศึกษาและมหา’ลัย

2.พรรคลูกพ่อขุน สโลแกน กิจกรรมนักศึกษาต้องฟื้นฟู รามคำแหงต้องเปลี่ยน

3.พรรคพลังราม สโลแกน พลังรามเราคือพลังของตัวแทนนักศึกษาทุกคน

บรรยากาศการนับคะแนนในการเลือกตั้ง (อ.ศ.ม.ร.) และ (ส.ม.ร.)

หวังนักศึกษา ‘ฟื้นกิจกรรม’

เน้นย้ำวางรากฐานเส้นทางอาชีพ

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน การเลือกตั้งฝั่งนักศึกษาเคยตกเป็นข่าวใหญ่ในทำนองว่ามีการ ‘ทุจริต’ เกิดขึ้น โดยให้เหตุผลว่ามีการแก้ไขระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคที่ชนะ

พรรคพลังรามและพรรคสานแสงทอง ประกาศยื่นเรื่องถึงอธิการบดีให้สอบสวน โดยร่วมกันแถลงจุดยืนคัดค้านผลการเลือกตั้งขององค์การนักศึกษา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยพรรคลูกพ่อขุนซึ่งเป็นพรรคก่อตั้งใหม่ในช่วงเวลานั้นได้คะแนนสูงสุด

ตัดภาพมาในปีนี้ ไม่มีวิวาทะในลักษณะดังกล่าว

รศ.ดร.จักรี ไชยพินิจ

งานนี้ต้องขอพูดคุยกับ รศ.ดร.จักรี ไชยพินิจ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มีบทบาทสำคัญ

“คึกคักเหมือนกับทุกครั้งที่เรามีการเลือกตั้งในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมได้รับรายงานมาว่าที่สนามการเลือกตั้ง วิทยาเขตบางนา มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าปีที่แล้วมากพอสมควร รวมถึงบรรยากาศช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย เดินทางมาดูเอง พบว่ามีนักศึกษาทยอยมาเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ที่วิทยาเขตบางนาจะปิดหีบก่อน แล้วจึงค่อยย้ายมาเปิดหีบนับคะแนนที่ ม.รามคำแหง หัวหมาก

ถ้าเราพูดถึงที่รามคำแหง เรื่องบรรยากาศของการเลือกตั้งจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งจะมีเวทีหาเสียง มีการออกแคมเปญ แต่ละพรรคก็จะพยายามทำกิจกรรมดึงมวลชน ดึงน้องๆ นักศึกษาเข้ามาแข่งขันกันเหมือนเวทีการเลือกตั้งจริงๆ มีป้ายหาเสียงสวยงาม น่ารักมาก” รศ.ดร.จักรีกล่าว

จากนั้นยังเล่าต่อไปอีกว่า ในช่วงเช้ามีพรรคต่างๆ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งเรามีระบบผู้สังเกตการณ์ที่จะต้องมีรายชื่อได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ในคูหาได้

“สิ่งที่น่าสนุกไม่แพ้กระบวนการอื่นก็คือตอนนับคะแนน ซึ่งจะออกมาให้ทุกคนทราบวันถัดไป”

การเช็คสิทธิก่อนการเข้าคูหาเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า อยากให้การเลือกตั้งในครั้งนี้มีการพัฒนาขึ้นอย่างไรบ้าง?

รศ.ดร.จักรีเผยว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการเลือกตั้งของมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีการปรับตัวอยู่ 2 ช่วง อย่างช่วงก่อนโควิด เราทำกิจกรรมกันได้ตามปกติ มีการออกค่ายอาสา ทำกิจกรรมในลักษณะต่างๆ แต่เมื่อโควิด-19 ระบาด การจัดกิจกรรมก็ต้องนิ่งไป ที่ผ่านมาเราเจอปัญหาคือหลังจากโควิดที่ผ่านมาจำนวนนักศึกษาที่มาทำกิจกรรมน้อยลงกว่าเดิม

“ความคาดหวังส่วนตัวผมเอง อยากจะให้พรรคที่ชนะ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตามรื้อฟื้นบรรยากาศของการทำกิจกรรมกลับมาให้ได้ ให้มันมีความคึกคักเหมือนเดิม เหมือนในอดีต ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการไปทำอาชีพในอนาคตต่อไป” รศ.ดร.จักรีกล่าว

เมื่อถามถึงสิ่งที่คิดว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหงทำมาดีอยู่แล้ว และจะยังคงทำต่อไป?

รศ.ดร.จักรีตอบว่า มีหลายเรื่องมาก ขอแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เรามีชื่อเสียงด้านกีฬา มีหลากหลายประเภท หลากหลายชมรมที่เป็นกีฬา เป็นพื้นฐานของการไปแข่งขันนักกีฬาแห่งชาติ เป็นพื้นฐานการแข่งซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์

“เวลาที่เราดูทีมชาติไทยกับเอเชี่ยนเกมส์ หรือซีเกมส์ ในบรรดาผู้ที่ได้รับเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญเงิน หรือทองแดง ก็จะมีชื่อของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่ด้วย

ส่วนที่ 2 เรื่องชมรมเรามีชื่อเสมอมา ก็คือพวกโครงการพัฒนา จิตอาสาต่างๆ และส่วนที่ 3 ก็จะเป็นพวกชมรมเชิงวิชาการที่เวลามีรายการแข่งขันสอบ แข่งขันโต้วาที แข่งขันว่าความ ก็ต้องมีชื่อของนักศึกษารามคำแหงอยู่ด้วย อันนี้ก็คือพื้นฐานของชมรมกิจกรรมต่างๆ” รศ.ดร.จักรีระบุ

บอร์ดผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้ง 3 พรรค

ทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21

ฮาร์ดสกิล คู่ซอฟต์สกิล เรียนแค่ในห้องไม่ได้!

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยอยากผลักดันหลังจากนี้?

รศ.ดร.จักรีมองว่า ตอนนี้สิ่งที่อยากจะผลักดันมากที่สุด คือการรื้อฟื้นบรรยากาศการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยให้กลับคืนมาก่อน ตอนนี้เมื่อเริ่มที่จะมีระบบออนไลน์ นักศึกษาหลายคนก็อาจจะเห็นความสำคัญของกิจกรรมน้อยลงไปด้วย

“แต่ว่าจริงๆ อย่างที่เราทราบว่า ในศตวรรษที่ 21 การเรียนในห้องเรียน หรือในชั้นเรียนมันเป็น hard skill (ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน) แต่ว่าการผลักดันให้เกิด Soft Skill (ทักษะด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับวิชาชีพ แต่เป็นทักษะที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับผู้อื่น) สำคัญมากในการทำงานในชีวิตจริง อย่างที่เราเรียนมาก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งมันคือทักษะการแก้ปัญหา การอยู่กับเพื่อน การที่จะบริหารจัดการงาน ซึ่งเหล่านี้มันเรียนในห้องไม่ได้เลย มันผ่านการทำกิจกรรมทั้งนั้น ดังนั้น Soft skill มันจะช่วยได้เยอะมากเลยจากการทำกิจกรรม” รศ.ดร.จักรีกล่าว

ขับเคี่ยวเข้มข้น

จบเลือกตั้ง ก็ยังเป็น ‘เพื่อนกัน’

เมื่อถามว่า บรรยากาศปีนี้ถือว่าคึกคักมากน้อยแค่ไหน?

รศ.ดร.จักรีกล่าวว่า ยังคึกคักเหมือนเดิม ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถ้าสังเกตจะมีจุดเด่นอยู่อย่างหนึ่ง คือเราจะมีการเลือกตั้งอยู่สองระบบ จะมีระบบสภา กับระบบฝ่ายบริหาร

“ฝ่ายสภาก็เรียกว่าสภาบริหารองค์การนักศึกษา แต่ว่าถ้าเป็นระดับบริหารเราเรียกว่า (อ.ศ.ม.ร.) ก็คือองค์การบริหารนักศึกษา

ฝ่ายบริหาร ตัวนายกองค์การจะกำหนดนโยบายใดก็ตามก็คงมีขอบข่ายในระดับหนึ่ง มีอำนาจมากในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายอำนาจจะอยู่ที่สภาด้วย แปลว่าโครงการ งบประมาณ หรือแผนต่างๆ ถ้าฝ่ายบริหารคิด แต่สภาไม่อนุมัติ มันก็อาจจะทำยาก ซึ่งเหมือนเวทีจริงๆ เลย ดังนั้น ลักษณะของการแบ่งเลเยอร์ของฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร มันก็คือการทำงานการเรียนรู้การเมืองในแบบจริงๆ เลย

มันกลับมาสู่คำถามที่ว่า ทำไมมันถึงคึกคัก แม้ว่าแดดจะร้อนเพราะว่าน้องๆ รู้ว่าการเลือก (อ.ศ.ม.ร.) และ (ส.ม.ร.) มันจะส่งผลต่อนโยบายที่มีต่อกิจกรรมเขายังไง” รศ.ดร.จักรีกล่าว

แม้ผลเลือกตั้งออกมาแล้วว่าใครคว้าชัย แต่ก็ต้องขอย้อนถามว่าจุดเด่นของแต่ละพรรคคืออะไร?

รศ.ดร.จักรีมองว่า ปีนี้ก็น่าสนใจทั้ง 3 พรรค บางพรรคก็ทำกิจกรรมมานาน ฉะนั้นรู้เรื่องของระบบเอกสาร รู้เรื่องของงานแอดมินรู้เรื่องระบบประกันคุณภาพ บางพรรคอาจจะมีประสบการณ์ในอดีตแล้วก็ขาดหายไป แต่ว่าก็สามารถที่จะรื้อฟื้นกลับมาเรียนรู้ได้ มีพลัง บางพรรคก็อาจจะอยู่ในแวดวงของกิจกรรมมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่ได้ขึ้นมาบริหารเต็มๆ

“แต่ละพรรคจริงๆ แล้วจะมีจุดเด่นต่างกัน เท่าที่ผมสังเกตหลังเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคไหนจะชนะ แต่สุดท้ายเดี๋ยวน้องๆนักศึกษาเขาก็จะมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรม จัดสรรงานต่างๆ ได้ เพราะสุดท้ายแล้วพอเสร็จเลือกตั้ง เขาก็เป็นเพื่อนกันอยู่ดี” รศ.ดร.จักรีกล่าวทิ้งท้าย

ชญานินทร์ ภูษาทอง