‘จิลส์ การาชง’ ชวนเที่ยวงานศิลป์กลางแสงจันทร์ Galleries’ Night

31.01.17 | 15:23 น.
บรรยากาศใน "เฟอร์รี่ แกลเลอรี่"

ค่ำวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา เรือข้ามฟากลำสีขาวเข้าเทียบที่ท่าน้ำทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นำพาผู้โดยสารไปส่งยัง เดอะ แจม แฟคตอรี่ ชมนิทรรศการศิลปะของ Pomme Chan หรือ ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ศิลปินสาวนักวาดภาพประกอบระดับแถวหน้าของโลก

ไม่เพียง “เดอะ แจม แฟคตอรี่” เรือข้ามฟากที่นำพาผู้โดยสารกรุ๊ปพิเศษเดินทางตัดข้ามสายน้ำมายังสถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งของความน่าตื่นตาตื่นใจ รู้จักกันในชื่อ “เฟอร์รี่ แกลเลอรี่” (Ferry Gallery)

เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะประเภทวิดีโออาร์ต กลางแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแห่งเดียว ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารข้ามฟากจากท่าเตียนไปยังท่าวัดอรุณ ทุกวันตั้งตีห้าจนถึงสามทุ่ม

สนนราคาค่าเข้าชม เช่นเดียวกับเรือข้ามฟากลำอื่นๆ คนละ 3 บาท!

กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินวิดีโออาร์ต ในวัยเพียง 29 ปี เจ้าของเฟอร์รี่ แกลเลอรี่ เล่าถึงที่มาของแกลเลอรี่ลอยน้ำแห่งนี้ว่า มาจากความคิดที่ต้องการให้มีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้า คนเชิดสิงโตที่ต้องใช้บริการเรือข้ามฟากไปทำงานทุกวัน คนที่ไม่ได้เรียนศิลปะ นักท่องเที่ยว ฯลฯ ได้ดูงานศิลปะร่วมสมัยในรูปของงานวิดีโออาร์ต

Advertisement

บนแกลเลอรี่ลอยน้ำแห่งนี้จึงมีเพียงวิดีโอ 2 เครื่องติดตั้งบนเรือ นำเสนอผลงานของศิลปินต่างประเทศที่สับเปลี่ยนมาแสดงทุก 3 เดือน

“ไม่อยากให้ดูเป็นแกลเลอรี่ เกรงว่าคนอื่นจะไม่กล้าเข้า เราอยากให้เป็นเรือข้ามฟากที่มีจอทีวี ซึ่งคนทั่วไปก็ดูทีวีอยู่แล้ว ทำให้เขาเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้น”

กวิตาบอกและว่า “งานที่เอามาแสดงจะมีทั้งงานของศิลปินไทยและต่างชาติ เป็นเชิงสัญลักษณ์มากๆ ต้องใช้การตีความ ค่อนข้างลึกซึ้งนิดนึง แต่คนที่ไม่คุ้นเคย เราก็มีคำอธิบายเป็นโบรว์ชัวร์ ก็เหมือนเขาได้ความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศอื่น อย่างมีอยู่ครั้งหนึ่งเราเอางานของปาเลสไตน์เกี่ยวกับสงครามมา ต้องใช้การตีความ ก็จะเกิดการซักถามพูดคุยกับคนข้างๆ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ”

ทั้ง “ปอม จันทร์” และกวิตาเป็นเพียง 2 ในจำนวนศิลปินราว 50 ชีวิตใน 45 แห่งของพื้นที่แสดงศิลปะและแกลเลอรี่ในกรุงเทพฯ ที่เป็นพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์นี้ในงาน “แกลเลอรี่ ไนท์” (Galleries’ Night)

มุมหนึ่งในนิทรรศการของ "Pomme Chan" ที่เดอะ แจม แฟคตอรี่
มุมหนึ่งในนิทรรศการของ “Pomme Chan” ที่เดอะ แจม แฟคตอรี่

160 ปี สัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทย

เวียนมาอีกครากับเทศกาลงานศิลปะที่สถานทูตฝรั่งเศสจัดขึ้นทุกปี ภายใต้ชื่อ “ลาแฟ็ต” เพื่อเป็นการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย โดยเน้นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีพลวัตรและนำเสนอผลงานศิลปะแบบใหม่ เพื่อสร้างความรื่นรมย์แก่สาธารณชนเป็นสำคัญ

ปีนี้มีแกลเลอรี่ต่างๆ รวมทั้งพื้นที่แสดงงานศิลปะ ตบเท้าเข้าร่วมขบวนส่งมอบความสุขมากมาย ไม่เพียงในกรุงเทพฯ 45 แห่ง ยังมีที่เชียงใหม่อีก 24 แห่ง โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “Galleries’ Night”

เช่นเดียวกับทุกปี ที่จัดงานเป็น 2 ช่วงเวลา ในสองสถานที่เหมือนเคย คือ ที่กรุงเทพ และเชียงใหม่

ที่ต่างไปคือ การนำเสนอรูปแบบรวมกลุ่มคลัสเตอร์เพื่อปรับให้กิจกรรมน่าสนใจยิ่งขึ้น เป็นการขยายการร่วมมือกันระหว่างแกลเลอรี่และพื้นที่จัดแสดงศิลปะซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนเดียวกัน

จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เล่าถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า แกลเลอรี่ไนท์ เป็นเส้นทางเยี่ยมชมแกลเลอรี่ไม่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ที่เชียงใหม่ด้วย แกลเลอรี่ไนท์ ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 4 แล้วจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนที่เชียงใหม่จัดเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27-28 มกราคม 2560 โดยอยู่ในกรอบของลาแฟ็ต ซึ่งลาแฟ็ตที่เคยจัดตั้งแต่ปี 2558 แต่เดิมจัดในรูปเทศกาลนาน 1 เดือน แต่ปัจจุบันมีความหลากหลายและจัดทั้งปี แกลเลอรี่ไนต์อยู่ในรูปแบบของลาแฟ็ตรูปแบบใหม่นี้ด้วย

“ปี 2560 สำคัญยิ่งเพราะเป็นการเฉลิมฉลอง 160 ปี ความร่วมมือทวิภาคี และเป็นการเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ฝรั่งเศส และความร่วมมือนี้ก็เริ่มจากการได้รับพระราชทานพื้นที่ตรงนี้จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แก่รัฐบาลฝรั่งเศส จวบจนปัจจุบันเป็นเวลานาน 160 ปีแล้ว”

วัตถุประสงค์สำคัญคือ เน้นความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส งานแกลเลอรี่ไนต์เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มศักราชใหม่ โดยได้รับความร่วมมือในการจัดงานจากแกลเลอรี่และพื้นที่จัดแสดงศิลปะทั้งในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ จะเห็นได้ว่าทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ถือเป็นเมืองสำคัญและกำลังเติบโต และเป็นเมืองที่มีความดึงดูดในแง่เมืองศิลปะ ถือเป็นศูนย์รวมของศิลปะและทัศนศิลป์โดยรวมในภูมิภาคเอเชียนี้

“เรามีความภูมิใจที่เป็นผู้ริเริ่มการจัดแกลเลอรี่ไนท์ ซึ่งเริ่มที่ในเมืองไทยที่กรุงเทพฯ และมีความภาคภูมิเป็นอย่างยิ่งที่เชียงใหม่รับแนวคิดนี้ไปจัดคือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) เชียงใหม่ นอกจากนี้ที่เชียงใหม่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อ ‘ใหม่เอี่ยม’ ที่น่าสนใจมากที่จัดตั้งโดยชาวฝรั่งเศส”

จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

ประสานพลังเรียกลูกค้ารายใหม่

ทางด้าน วาเนสซา ซิลวี รองที่ปรึกษาทางด้านวัฒนธรรม บอกว่า แกลเลอรี่ไนต์เป็นการเติบโตของกิจกรรมวัฒนธรรมของทางสถานทูตฝรั่งเศส ซึ่งมีความรุ่มรวยและน่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการสร้างสรรค์งานของตัวศิลปินเอง ความร่วมมือกันระหว่างศิลปินไทยและศิลปินฝรั่งเศส ซึ่งสถานทูตให้ความสำคัญมาก

แกลเลอรี่ไนต์ สำหรับกรุงเทพฯ เป็นครั้งที่ 4 ส่วนที่เชียงใหม่เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทุกปีที่จัดเราจะเพิ่มความสำคัญขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ละปีจะมีการปรับและพัฒนาขึ้นโดยมีทิศทางจากผู้ชมงานเป็นสำคัญ อย่างปีนี้ที่กรุงเทพฯ มีแกลเลอรี่ใหม่มาเข้าร่วมอีก 5 แห่ง โดยจัดกิจกรรมจังหวัดละ 2 วัน

“ตัวกิจกรรมที่ทำขึ้นมาเพราะอยากจะดึงดูดและเชื้อเชิญผู้ชมที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำกิจกรรมเช่นนี้เข้ามาร่วมงาน และพบกับการสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่มีรูปแบบแตกต่างกันไป เช่น นิทรรศการ งานแสดง การพูดคุยพบปะศิลปิน ฯลฯ

“ทุกปีในประเทศไทยมีแกลเลอรี่ และอาร์ตสเปซ เปิดขึ้นใหม่ตลอด เราเห็นว่าสถานที่เหล่านี้ที่เปิดขึ้นมาก็เพื่อที่จะให้เห็นคุณค่าของงานศิลปะเป็นการส่องสว่างให้กับตัวศิลปินในประเทศ และโปรโมตให้กับศิลปินทั้งในประเทศและต่างประเทศไปด้วย ซึ่งแก่นของการจัดงานนี้ในระยะยาวเรามองที่การทำงานร่วมกันระหว่างตัวพื้นที่กับศิลปินผู้สร้างงาน รวมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับตลาดศิลปะบนเวทีนานาชาติในอนาคตด้วย”

ซิลวีบอกอีกว่า ไม่เพียงต้องการโปรโมทพื้นที่แสดงศิลปะ สิ่งสำคัญคือการเพิ่มฐานผู้ชมใหม่ที่จะเข้ามา เรามองว่าเราจะต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดผู้ชมกลุ่มใหม่เข้ามา ปีนี้การทำกิจกรรมจึงเน้นให้แกลเลอรี่ทำงานร่วมกับพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนนั้นๆ เช่นส่วนของร้านอาหาร บาร์ เป็นต้น เพื่อจะเกิดฐานผู้ชมใหม่ เกิดการพูดคุยเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ เพื่อให้ความรู้กับเด็กๆ เกี่ยวกับศิลปะ

ปีนี้เรามีอาสาสมัคร 60 คนที่จะประจำแกลเลอรี่ต่างๆ เป็นตัวเชื่อม ตัวอธิบายงานที่อยู่ในแกลเลอรี่ไนต์และที่สำคัญมากคือ ช่วยอธิบายแนวทางที่แกลเลอรี่เป็น เพราะความจริงแกลเลอรี่หลายแห่งในกรุงเทพฯ เจ้าของเป็นศิลปินด้วย จึงเป็นโอกาสที่จะบอกเล่าว่าแกลเลอรี่ของตัวเองเป็นอย่างไร โดยมีหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพเป็นแม่งาน

งานศิลปะของ อเล็ก เฟซ ที่ บางกอก ซิตี้ ซิตี้ แกลเลอรี่
งานศิลปะของ อเล็ก เฟซ ที่ บางกอก ซิตี้ ซิตี้ แกลเลอรี่

อึด-ฮึด-สู้ เพื่อให้ถึงฝั่งฝัน

“จริงๆ แล้วแกลเลอรี่และพื้นที่แสดงศิลปะเฉพาะในกรุงเทพฯ มีมากกว่า 45 แห่ง มากกว่า 50 แห่งด้วยซ้ำที่มีชีวิตรอดอยู่ได้”

แมรี่ ปานสง่า ภัณฑารักษ์อิสระ เปิดใจ และว่า ความเคลื่อนไหวของแกลเลอรี่ มีทั้งลดลงและเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของแกลเลอรี่

บางแห่งอาจมีปัญหาเรื่องเงินทุนก็ปิดไป แต่ตอนนี้มีหลายกลุ่มที่เปิดแกลเลอรี่ มีทั้งที่เป็นองค์กรใหญ่หน่อย เป็นสถาบัน เป็นแกลเลอรี่ที่เน้นการขายงานศิลปะ และมีอีกกลุ่มที่เป็นแกลเลอรี่เล็กๆ เป็นอาร์ต สเปซเล็กๆ เป็นศิลปินเอง หรือเป็นกลุ่มนักสะสม หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่หน่อย

ถ้าให้ประเมินตอนนี้แกลเลอรี่ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ มีค่อนข้างเยอะ และมีหลากหลายมากขึ้น ด้วยปัจจุบันโลกค่อนข้างกว้าง การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ สามารถทำได้ง่ายขึ้น ความที่บุคลิกของคนรุ่นใหม่ที่กล้ามากขึ้น ทำงานแนวทดลองมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเพราะการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ สามารถทำได้ง่ายขึ้น การที่จะดึงข้อมูลหรือสิ่งที่ตัวเองสนใจมาทำงานมันค่อนข้างกว้าง แนวทางในการทำงานศิลปะของศิลปินรุ่นใหม่จึงค่อนข้างหลากหลายกว่าศิลปินรุ่นเก่าๆ แต่ความอยู่รอดถ้าเทียบกับศิลปินรุ่นเก่าก็เท่าๆ กัน

เรื่องทุน-บางทีก็จะต้องมีกิจการเสริม เช่น ทำเป็นคาเฟ่ หรือจัดเวิร์กช็อปที่จะช่วยค่าใช้จ่ายได้บ้าง บางแกลเลอรี่อาจจะได้ทุนจากหน่วยงานหรือองค์กร แต่ขายงานก็ยากเหมือนกัน

กับภาวะเศรษฐกิจ ณ ตอนนี้ แม่รี่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่เชื่อว่าบางแห่งเปิดขึ้นไม่ได้มุ่งที่จะขายงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเปิดเวทีให้ศิลปินได้แสดงงาน

“นอกจากที่ตัวศิลปินจะต้องมีรายได้ของเขาแล้ว การมีพื้นที่สำหรับแสดงผลงานก็เป็นความจำเป็น เพราะถ้าทำงานมาแล้วไม่มีที่ทางก็จะตัน ที่สุดก็หายไป จึงจำเป็นต้องมีโครงการสนับสนุนศิลปินเหล่านี้”

ขณะที่ กวิตา ในฐานะที่เป็นทั้งศิลปินและเจ้าของแกลเลอรี่ บอกว่า ถ้าพูดถึงธุรกิจของศิลปะ ในเอเชียเริ่มจะดีขึ้น ไม่ว่าการแสดงศิลปะในเมืองไทย เอเชีย หรือต่างประเทศ ถ้าตัวศิลปินสามารถผลักดันตัวเองได้แสดงงานทั้งในเมืองไทยและในต่างประเทศได้ ก็มีรายได้ที่เกิดจากความคิดของเขา ไม่ว่าในเชิงสร้างสรรค์ หรือคิดวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ ในสังคม

กวิตาบอกและยืนยันว่า “ช่วงนี้วงการศิลปะในเอเชียค่อนข้างดี และค่อนข้างเป็นเทรนด์ในปัจจุบัน”

แมรี่ แนะนำแกลเลอรี่พันธมิตรของงานนี้
แมรี่ แนะนำแกลเลอรี่พันธมิตรของงานนี้

แอพ Galleries Night ผู้ช่วยพาเที่ยว

ใครที่ร้างราไปจากการเดินเที่ยวเล่นดูงานศิลปะ แวะไปแจมกันได้ มีงานศิลปะหลากหลายรูปแบบให้เลือกเสพ ทั้งที่เป็นนิทรรศการ เวิร์กช็อป ฉายหนัง กระทั่งมินิคอนเสิร์ต

อย่างที่สมาคมฝรั่งเศสเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์คนไทยและคนฝรั่งเศส มีการแข่งขันเต้นบีบอย มีฮิพฮอพมาร์เก็ตให้เสือกซื้อหาเสื้อผ้าได้อีก

ในกรุงเทพฯ กิจกรรมจะมีขึ้นตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 มีแกลเลอรี่ที่เข้าร่วม 23 แห่ง บริเวณสีลม/สาทร และริมน้ำ ส่วนในวันเสาร์ที่ 4 จะเป็นแกลเลอรี่ในย่านสุขุมวิท 22 แกลเลอรี่ กิจกรรมจะเริ่มต้นราว 5 โมงเย็น จนถึง 4-5 ทุ่ม หรือเที่ยงคืน แล้วแต่แกลเลอรี่ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชม นอกจากแผนที่แสดงที่ตั้งของแกลเลอรี่และพื้นที่จัดแสดงงานที่เข้าร่วม ยังสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Galleries Night เป็นผู้ช่วยส่วนตัว รวมทั้งจะมีบริการรถตุ๊กตุ๊กรับส่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

กวิตา กับงานของ "Pomme Chan"
กวิตา กับงานของ “Pomme Chan”
 ท่านทูต ถ่ายภาพร่วมกับศิลปินและเจ้าของแกลเลอรี่ในย่านสุขุมวิท
ท่านทูต ถ่ายภาพร่วมกับศิลปินและเจ้าของแกลเลอรี่ในย่านสุขุมวิท
ปาตานี สตูดิโอ ย่านซอยนานา
ปาตานี สตูดิโอ ย่านซอยนานา