ซัมเมอร์อันสดใสเดินทางมาถึงแล้วพร้อมๆ กับอากาศอบอ้าวที่กลับมาเยือน
‘จิม ทอมป์สัน’ แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยที่โด่งดังไปไกลระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์ผ้าไหมอันเลื่องชื่อ โดยมี ‘ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน’ เวอร์ชั่นล่าสุดเป็นอีกตัวชูโรง
จัดสำรับ ‘ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน’ ที่สุดแห่งสำรับดับร้อนแบบฉบับไทยโบราณออกมาเสิร์ฟด้วยรสชาติระดับตำนานที่แฟนๆ เฝ้ารอชิมทุกปี
ปักหมุด ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ซ.เกษมสันต์ 2 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร่วมฟังประวัติความเป็นมาของเมนู “ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน” จาก “วรภัทร พรประเสริฐ” Senior F&B Manager ที่คอยดูแลซัพพอร์ตเซอร์วิส และฝั่งครัวในร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน แห่งนี้

ใกล้ไกลไม่หวั่น คัดสรร ‘วัตถุดิบ’ คุณภาพ
เน้นโลคัล 100% เฟ้น ‘ออร์แกนิค’
วรภัทร เล่าว่า สูตรข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน มีมาตั้งแต่ดั้งแต่เดิม ตั้งแต่เปิดร้านเมื่อกว่า 20 ปี ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ทุกคนก็แฮปปี้กับสูตรดังกล่าว เชฟจึงพยายามไม่แก้ไขปรับเปลี่ยนมากนัก หากแต่พัฒนารูปแบบการจัดเสิร์ฟแต่ละปี
สำหรับความแตกต่างในปีนี้คือ วัตถุดิบที่เน้นความออร์แกนิคมากขึ้น

“จากเมื่อก่อนเราใช้วัตถุดิบจากตลาดบ้าง ไม่ได้เน้นวัตถุดิบที่เป็นอินทรีย์ ปีนี้มีการอัพเกรดวัตถุดิบให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น อย่างเนื้อสัตว์หันมาใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคมากขึ้น ไก่ธรรมดาจากเดิม ก็เปลี่ยนมาเป็นไก่ฟรีแลนซ์ (ไก่เลี้ยงปล่อยอิสระ) วัตถุดิบอื่นๆ อย่างปลายี่สก หัวไชโป๊ว ก็เลือกที่มีคุณภาพมากที่สุด ที่ไหนเขาว่าดี เราก็จะไปคัดสรรมาทำอาหารให้แก่ลูกค้าถึงแม้จะไกลก็ตาม
วัตถุดิบทั้งหมดล้วนมาจากในประเทศทั้งหมด ข้าวแช่ส่วนใหญ่จะแตกต่างจากเมนูอื่นของร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ก็คือเมนูอื่นที่มีอยู่ในร้านจะเป็นของนำเข้า แต่เมนูข้าวแช่จะเป็นวัตถุดิบจากในประเทศทั้งหมด เป็นเมนูเดียวในร้านที่โลคัล 100% และเป็นโปรดักต์ที่มีคุณภาพแน่นอน” วรภัทรอธิบาย

สงกรานต์สุดเก๋ ‘ปิ่นโต’ ข้าวแช่ พันผูกไหมไทย
มอบเป็นของขวัญญาติผู้ใหญ่
ในส่วนของแพคเกจจิ้ง คือ อีกสิ่งหนึ่งของความแตกต่าง ด้วย ‘ปิ่นโต’ พร้อมผ้าไหมพันผูกอย่างงดงาม เห็นปั๊บ รู้ปุ๊บ ว่ามาจากจิม ทอมป์สัน
“ในความแตกต่างของเมนูข้าวแช่ปีนี้ก็คือ การพยายามค้นหาคอนเซ็ปต์ใน เรื่องแพคเกจจิ้งที่ลูกค้าสั่งกลับบ้าน จะจัดเสิร์ฟในรูปแบบของปิ่นโต ซึ่งโดยปกติแล้วในปีที่ผ่านมาจะใส่แพคเกจในรูปแบบเบนโตะ ที่ถูกแบ่งเป็นช่องๆ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักซื้อไปฝากญาติผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงนำแนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรให้เหมาะสมกับการเป็นของฝากช่วงสงกรานต์ จึงนำผ้าไหมของจิม ทอมป์สันที่มีไว้ผูกกระเป๋า มาผูกบนมือจับของปิ่นโต ซึ่งสามารถรียูสไปประกอบการแต่งกายได้” วรภัทรเผยไอเดีย

ส่วนท่านใดอยากนั่งรับประทานในร้าน ปีนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะข้าวแช่ของร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน นำเสนอแบบเซตรับประทานในร้านที่เสิร์ฟในสำรับทองเหลืองแสนงดงามตามวิถีไทยโบราณ ที่ถูกจัดมาอย่างพิถีพิถัน
เปิดประสบการณ์ใหม่ สเต็ปบายสเต็ป
ชี้เป้าขั้นตอนอร่อยด้วย ‘คิวอาร์โค้ด’

สำหรับกระแสตอบรับเมนูข้าวแช่ของทางร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน มีกระแสผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด โดยปีที่แล้วทางร้านเปิดจำหน่าย เพียงวันละ 30 ชุดเท่านั้น ขายหมดทุกวัน ในปีนี้จึงเปิดจำหน่ายวันละ 50 ชุด
“ลูกค้าคนไทย รู้จักข้าวแช่ของทางร้านเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ถือว่าขายง่าย เป็นที่นิยม เมื่อค้นหาข้าวแช่แนะนำในอินเตอร์เน็ต ร้านเราจะต้องติดอยู่ในนั้นเสมอ ฟีดแบ๊กกลับมาคือ ลูกค้าชอบ เพราะรับประทานง่าย รสชาติต่างๆ ทำออกมาเพื่อให้คนรุ่นใหม่ ประทับใจ ถูกปากด้วย
ส่วนลูกค้าชาวต่างชาติ อาจไม่ได้ตรงทาร์เก็ต เพราะเมนูนี้มีความเฉพาะตัวของมันอยู่ ชาวต่างชาติบางท่านอาจเข้าไม่ถึง แต่ประทับใจเรื่องของประสบการณ์ที่ได้รับชิมมากกว่า มันมีความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ถึงแม้ว่าได้รับอิทธิพลมากจากมอญ แต่ก็เป็นอาหารชาววัง ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน

ความพิเศษของเราอีกหนึ่งอย่าง คือ โปรดักต์มีมูลค่า แต่เขาอาจจะไม่รู้ที่มาที่ไป หรือคุณค่าของวัตถุดิบเราจึงมีคิวอาร์โค้ดให้ข้อมูล และเนื่องจากปีที่แล้วลูกค้าบางส่วนติดปัญหาเรื่องวิธีการรับประทาน ปีนี้เราจะใส่เข้าไปเป็นคิวอาร์โค้ดให้ด้วยสำหรับลูกค้าที่สั่งกลับบ้าน
“อยากให้ลองเปิดใจข้าวแช่ที่ร้านอาหารไทยจิม ทอมป์สันดู สำหรับท่านที่ยังไม่เคยทาน อาจจะมีความรู้สึกว่าเป็นอาหารที่ทานยาก แต่เมื่อได้มาทานที่ร้านจะมีความรู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่าย และยังเป็นเมนูที่คลายร้อนได้ดี เหมาะที่จะพาญาติผู้ใหญ่มารับประทาน” วรภัทรชี้ชวน
สำรับทองเหลือง เครื่องเคียง 7 อย่าง
กลิ่นกรุ่นควันเทียน
จากนั้น ถึงเวลาลิ้มลอง ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน ที่เสิร์ฟมาในสำรับทองเหลืองแสนงดงามตามวิถีไทยโบราณ
เริ่มต้นที่ ข้าวอบควันเทียน และ น้ำลอยดอกมะลิ ที่ใช้ข้าวออร์แกนิคจากฟาร์มไร่ทอง จังหวัดเชียงราย ถูกนำไปนึ่งจนสุกพอดี ไม่มีการอมน้ำ หรือแข็งกระด้าง พร้อมอบควันเทียนและดอกมะลิหอมกรุ่น

เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงถึง 7 ชนิด ได้แก่ ลูกกะปิชุบไข่ทอด หอมยั่วเย้าด้วยเนื้อปลาดุกย่างจากเตา ผัดควบคู่กับกระชาย และเครื่องเทศหลากหลายชนิดเข้าด้วยกัน บ่งบอกถึงเอกลักษณ์พื้นถิ่นจากวัฒนธรรมมอญที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเป็น (อาหาร) ไทย คลุกเคล้ากะปิรสเลิศที่เฟ้นหามาจากบ้านคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม

หอมแดงยัดไส้ปลาช่อนผัดหวาน ดับกลิ่นฉุนของกระเทียมได้เป็นอย่างดี โดยคัดหอมแดงโทนและคว้านเนื้อในออก ยัดไส้ปลาช่อนตากแห้งผัดหัวหอมสุกจนหวานหอม และนำไปชุบแป้งทอดเพื่อสร้างสัมผัสที่กรอบนอก ละมุนใน รับประทานง่าย อร่อยนัว
ไชโป๊วผัดหวาน เลือกใช้ไชโป๊วจาก จังหวัดราชบุรี นำไปผัดกับกระเทียมและน้ำตาลทรายจนขึ้นเงา ให้รสชาติหวานหอม
ปลายี่สกผัดหวาน คัดสรรวัตถุดิบแหล่งริมน้ำแห่งปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ มอบรสหวานตัดเค็มอย่างลงตัว

ลูกปลาเค็ม นำไก่ออร์แกนิคอย่างไก่ฟรีแลนซ์ผสมผสานปลาอินทรีย์เค็ม คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปชุบไข่ทอดที่ให้มีความกรอบนอกนุ่มใน
พร้อมตัดเค็มด้วยรสเผ็ดที่ พริกแห้งยัดไส้ปลาช่อน พริกแห้งผ่ายัดไส้เนื้อปลาช่อนผัดให้มีรสหวาน นำรสเผ็ดออกจากพริก แล้วนำไปชุบแป้งทอด พริกหนุ่มเขียวยักษ์ยัดไส้ คัดพริกหนุ่มขนาดใหญ่พอดี นำมาผ่ากลาง และยัดไส้เนื้อกุ้งผสมเนื้อไก่ ทอดแพไข่อย่างประณีตชวนรับประทาน

ตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อ อย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ซิกเนเจอร์เมนูของจิม ทอมป์สัน ซึ่งคัดสรรมะม่วงน้ำดอกไม้สุกหอมหวาน และข้าวเหนียวมูนสูตรเฉพาะเสิร์ฟอย่างอร่อยเลิิศ ครบเซต คาว หวาน




คลายร้อนรับซัมเมอร์ด้วยรสสัมผัสที่พาให้หวนคิดคำนึงถึงฤดูกาลความสุขของครอบครัวไทยในความทรงจำงดงามไม่รู้ลืม
ชญานินทร์ ภูษาทอง

