สัปดาห์ความสุขสากล 2024 สสส.สร้างจุดเช็กพอยต์ Happiness Connects ‘เชื่อมโยงเราไว้ด้วยกัน’
‘ความสุข’ คือสิ่งที่ทุกคนบนโลกอยากมีไว้ในการครอบครอง
แต่ภาพแห่งความเป็นจริงในไทม์ไลน์รูทีนที่อาจต้องตรากตรำทำงานเลี้ยงชีพสัปดาห์ละ 6 วัน ตลอดเช้าจรดค่ำ จนแทบหมดแพชชั่น
บ้างมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวอันเป็นสายใยที่ไม่อาจตัดขาด
บ้างระทมทุกข์กับความพ่ายแพ้ ผิดหวัง ของความเป็นไปในชีวิตที่ไม่เป็นไปดังฝัน เมื่อไม่ได้มีพรมแดงปูลาดไว้พร้อมช่อดอกไม้สำหรับทุกคน
แต่หากลองหันมองความสุขเล็กๆ ที่เคยมองข้าม
โดยเฉพาะ ‘การให้’ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
20 มีนาคมของทุกปี ถูกยกให้เป็น ‘วันความสุขสากล’
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา จัดงาน ‘สัปดาห์ความสุขสากล 2024’ ภายใต้แนวคิด ‘Happiness Connects : ความสุขที่เชื่อมโยงเราไว้ด้วยกัน’
ตั้งแต่ 20 มีนาคม-4 เมษายนนี้ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เขตสาทร กรุงเทพฯ

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมฮีลใจภายใต้แนวคิด “8 เส้นทางแห่งความสุข” ได้แก่ ความสุขจากการทำงาน จิตอาสา การเรียนรู้ ศิลปะ การสัมผัสธรรมชาติ การเคลื่อนไหวร่างกาย ความสัมพันธ์ และการภาวนา รวมแล้วกว่า 50 รายการ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์
ฟินแลนด์ยังครองแชมป์ ‘สุขสุดในโลก’
ไทยขยับสู่อันดับที่ 60

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ในทุกเดือนมีนาคมถูกจัดให้เป็นเดือนแห่งความสุขสากลในทุกปี สหประชาชาติให้ความเห็นเรื่องของความสุขว่า ความสุขเป็นของทุกคน แต่สังคมมักตามหา GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมมากขึ้น แต่สิ่งเช่นนี้เป็นสิ่งที่เราตามหาจริงหรือไม่
ในการจัดอันดับ (World Happiness Report 2023) ประเทศที่มีความสุขของโลก ประเทศฟินแลนด์ยังคงครองแชมป์อันดับที่ 1 ประเทศไทยถูกอัพระดับขึ้นมาจาก 61 เป็น 60 ในปี 2566 แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย สิ่งที่ขึ้นมา 1 อันดับคีย์พอยต์อยู่ที่ความเอื้ออาทรต่อกันในสังคม ช่วยเหลือ การดูแลซึ่งกันและกัน และจะเห็นได้ชัดในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) นั่นเอง
“ผมขอแชร์เรื่องราวความสุข ผมเป็นเด็กกรุงเทพฯ ผมไปเรียนแพทย์เพราะแม่อยากให้เรียน หลังเรียนจบถูกจับสลากให้ไปเป็นแพทย์ที่จังหวัดน่าน ระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผมอยากไปเที่ยว อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ก็ได้นั่งรถจากน่านไปอุ้มผาง นึกว่าสั้นๆ แต่กลับใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง จนได้เจอหมอท่านหนึ่งชื่อ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก) ผมจะขอเขานอนฟรีที่โรงพยาบาล นพ.วรวิทย์ก็บอกว่า น้องมาได้เลยปรากฏก็ได้นั่งคุยกันถึงเช้าตรู่

นพ.วรวิทย์เล่าให้ฟังว่า แกเป็นคนที่หลงใหลในเรื่องเสียงเพลงมาก พอทำงานได้เงินก็จะเก็บตังค์ซื้อวิทยุ เริ่มต้นที่ราคา 5,000 บาท และก็ซื้อไปเรื่อยๆ 10,000 ไปจนถึง 30,000 จนสงสัยว่า ตัวละ 100,000 เสียงจะเพราะกว่านี้หรือไม่ นพ.วรวิทย์ก็กำเงินไปซื้อที่คลองถม กรุงเทพฯ และก็ยืนฉุกคิดขึ้นมาว่า นี่เรากำลังตามล่าอะไรอยู่ ใช่ความสุขที่แท้จริงไหม แกก็เก็บเงินกลับอุ้มผาง
พร้อมตั้งกองทุนให้เด็กอุ้มผางได้เรียนต่อ นพ.วรวิทย์ได้ค้นพบความสุขแล้วว่า ‘วัตถุยิ่งจ่ายไป ยิ่งอยากได้มากขึ้น ไม่มีวันจบสิ้น แต่ความสุขที่ได้จากการให้มีคุณค่ามันดีมากเลย’ และการช่วยเหลือคนไข้ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย ผมก็ได้ไปอยู่ที่จังหวัดน่าน นานกว่า 29 ปี นพ.วรวิทย์นับว่าเป็นต้นแบบที่ดีมากๆ” นพ.พงศ์เทพแบ่งปันเรื่องราวความสุข
โอบรับ ‘ความทุกข์’
ด้วยสติ ยุทธวิธี ‘สุขแบบประณีต’

ขณะที่ ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มองว่า ความสุขของคนเรามักเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ และหลายระดับ ความสุขของคนทั่วไปก็เกิดขึ้นจากรูป รส กลิ่น เสียง การสัมผัส หรือว่าเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง โชคลาภต่างๆ แต่สิ่งนี้เป็นความสุขเริ่มต้น
เราต้องตามหาความสุขที่ลุ่มลึก นั่นคือการเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิต และโลก จะทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ บนเส้นทางความสุข 8 เส้นทางที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีหลากหลายช่องทางที่เราจะได้เข้าถึงความสุขแบบประณีต เรื่องความสุขทางภาวะทางปัญญา เป็นการที่เรามีมุมมองที่เข้าใจโลกและเข้าใจชีวิต เราต้องเข้าใจตัวเองด้วยว่าบนโลกนี้มีทั้งความสุขและความทุกข์ เวลาใดที่มีความทุกข์เราต้องโอบรับความทุกข์นั้น และตั้งรับอย่างมีสติ เพื่อแก้ไขปัญหาและทำให้จิตใจสมดุล

“สสส.ได้ตระหนักถึงปัญหาของสื่อสังคมออนไลน์ พยายามให้ความรู้ในการเท่าทันสื่ออยู่เสมอ ปัจจุบันทุกคนอยากที่จะเป็นนักสื่อสาร นักคอนเทนต์ มีเครื่องมือในการถ่ายทอดผลงานอยู่ในมือ อย่างอินฟลูเอนเซอร์ เป็นนักครีเอทีฟ มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการสื่อสาร สร้างพลังเชิงบวกทางสุขภาวะทางปัญญา มีมุมมองใหม่ๆ ที่จะสามารถช่วยสังคมได้อีกหนึ่งทาง สามารถที่จะเชิญชวนให้ผู้ชมเข้ามามีประสบการณ์ตรงในการพัฒนาจิตวิญญาณ ให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย” ญาณีอธิบาย
‘ธนาคารจิตอาสา’
ชี้เป้า ‘แบ่งปันน้ำใจ’ สุขได้ในแบบที่เลือก

จากนั้น ธีระพล เต็มอุดม ผู้อำนวยการร่วม ธนาคารจิตอาสา เสริมว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องไปถามผู้มีความรู้ เพราะใครๆ ก็สามารถเข้าใจความสุขได้ในแบบของตัวเองได้
“หยิบยกตัวอย่าง เมื่อเวลาคนเราได้รับเงินเท่ากัน โดยให้ออกไปหาวิธีที่ทำให้ตนเองมีความสุข บางคนนำเงินไปซื้อของที่อยากได้ บางคนไปทำงานจิตอาสาและบริจาค ล้วนแล้วแต่ได้ความสุขเหมือนกัน แต่ว่าระดับความสุข
ที่มันคงอยู่ไม่เท่ากัน ความสุขที่เราได้ไปช่วยคนอื่น แม้ระยะเวลาผ่านไปเราก็ยังนึกถึงอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับหัวใจเราได้ สิ่งนั้นจะเป็นความสุขที่มันชัดนั่นเอง” ธีระพลกล่าว ก่อนเผยว่า

ในการทำงานที่เป็นภาคีเครือข่าย มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการค้นหาไอเดียของความสุข
“ด้านงานอาสา หลายคนก็อาจจะคิดว่าเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ทำกัน เมื่อก่อนคำว่า ‘จิตอาสา’ ไม่เคยมี พอวันนี้คำว่าจิตอาสา คือการอาสาที่ทำ และมีความคิดเดียวกันที่เชื่อมโยงกับความสุข อยากให้ทุกคนมองว่าจิตอาสา เป็นความสุขของตัวเราเอง อาสาไว้ให้ทุกคนได้เลือก หากเป็นงานอาสาที่เราสนใจ ต้องลองทำดู” ผู้อำนวยการร่วม ธนาคารจิตอาสา แนะแนวทาง
ไม่เกี่ยว ‘(ไม่) มีอะไร’ แค่สุขใจ ‘ในสิ่งที่มี’
ขณะที่ ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล กูรูความสุขที่ให้คำปรึกษาผ่านสุ้มเสียงและหน้าจอมานับสิบปีให้ข้อคิดว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรารู้สึกอย่างไรในสิ่งที่เรามี หากมีความสุขกับการที่เป็นจิตอาสา นั่นก็คือความสุขของเราได้เช่นกัน
“ความสุขเป็นสิ่งที่น่าตั้งคำถามกับตัวเอง ต่อให้เป็นคนที่ชอบซื้อแบรนด์เนม เราก็จะไปตำหนิเขาไม่ได้ว่านั่นคือความสุขที่มันฉาบฉวย เพราะมันคือสิ่งที่เขาชอบ และทำให้เขาไม่ทุกข์
ปัจจุบันเรามีสิ่งที่กำหนดชีวิตเราอยู่ 2 อย่างคือ สิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่อยากทำ สังคมเราทุกวันนี้มีสิ่งที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา เมื่อเข้าสู่โซเชียลมีเดียจะพบว่ามีหลายสิ่งที่สั่งให้เราต้องทำ ต้องไป ต้องกิน ในคำว่า สักครั้งในชีวิต ความสุขเกิดขึ้น มักเกิดขึ้นในการทำครั้งแรกเสมอ หากไม่เคยนั่งเครื่องบินก็มีความสุขถ้าได้นั่งครั้งแรก ซึ่งความสุขของแต่ละคน
ใช้คนละไม้บรรทัดในการวัด

ความสุขเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ยกตัวอย่าง ตาหลอยวัย 70 ปี ที่อยากเห็นทะเลครั้งหนึ่งในชีวิต ขับซาเล้งคู่ใจจากจังหวัดอุบลราชธานีไปยังจังหวัดตราด คำถาม ทำไมต้องไปจังหวัดตราด? ซึ่งสามารถไปใกล้ได้กว่านั้น ตาหลอยบอกว่า อยากเดินทางไกลๆ เพราะความสุขของตาไม่ได้เพียงแค่เห็นทะเล คนเราถ้าตั้งความสุขไว้ง่ายๆ การตั้งความสุขเพียงเล็กๆ เราจะสามารถสัมผัสความสุขได้ทุกวัน และยิ้มได้เรื่อยๆ อยากกินหมูกระทะก็ไปกิน” ดีเจพี่อ้อยอธิบายเป็นฉาก
โลกโซเชียล ประตูบานใหญ่
เจอสิ่ง Toxic ไม่ต้องรับเข้ามาในหัวใจ

ปิดท้ายที่ สุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-founder, Tellscore ที่เล่าเคล็ดไม่ลับ ของความสุขว่า เรามีหน้าที่ออกแบบ และความรับผิดต่อความสุขด้วยตัวเราเอง ความสุขเป็นสิ่งที่ไม่ได้วิ่งกระทบเข้ามา เราต้องทำจิตใจแจ่มใสให้เป็นหน้าที่ของเรา
ปัจจุบันทำงานเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เราจะเห็นได้ว่าคนที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียทุกวันจะมีความรู้สึกว่า อยู่ดีๆ ก็ Toxic (เป็นพิษ) ขึ้นมา เพราะในโซเชียลมีเดียมีอะไรให้ดูเยอะ โซเชียลเป็นประตูบานใหญ่ที่มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราคอนเน็กต์กับคนอื่นได้
“เมื่อเราเจอสิ่งที่ไม่พร้อมก็ไม่ต้องรับเข้ามาในหัวใจมากนัก คัดกรองให้ถูก คนในเจเนอเรชั่นใหม่ๆ มักเจอความเครียดที่คนในเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ไม่เจอ สังคมออนไลน์มักเป็นทั้งเครื่องมือและอาวุธ เราต้องเป็นคนสะเทินน้ำสะเทินบกให้จิตใจของเราอยู่เสมอ” สุวิตาเผย
เหล่านี้คือความสุขที่เริ่มได้จากสิ่งเล็กๆ ที่อาจเคยมองข้าม ว่าแล้วเริ่มไปค้นหาความสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เลยวันนี้ถึง 4 เมษายน บน 8 เส้นทางแห่งความสุขที่รออยู่ตรงหน้า
ชญานินทร์ ภูษาทอง

