มนุษย์มาจากไหน? ล้วงความลับแห่งมวลมนุษยชาติ ไขทฤษฎีวิวัฒนาการ หรือเราอยู่ในโลกหลายใบ?

5.04.24 | 12:15 น.

มนุษย์มาจากไหน?
ล้วงความลับแห่งมวลมนุษยชาติ
ไขทฤษฎีวิวัฒนาการ หรือเราอยู่ในโลกหลายใบ?

‘มนุษย์’ ถือกำเนิดมาจากไหน คือข้อสงสัยที่เป็นปริศนาตลอดไป ไม่แพ้ ‘ไก่กับไข่’ อะไรเกิดก่อนกัน

แน่นอนว่าวิวัฒนาการคือส่วนหนึ่ง แต่จะมีนักคิด สามัญชน ที่ตั้งแง่มุมนี้ขึ้นมาถก คุ้ยหาคำตอบมากน้อยแค่ไหน?

“ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หากไปไล่ดูตำนานชนเผ่า จะพบว่าการกำเนิดมนุษย์คล้ายคลึงกัน คือเทพเจ้าเป็นผู้สร้าง

ขึ้นอยู่กับว่า เทพเจ้าจะสร้างอย่างไร ใครจินตนาการให้เทพองค์ใดที่ตนเองนับถือสร้างขึ้นมา จนมาถึงยุคของกรีก ซึ่งเป็นยุคที่ความรู้เบ่งบาน”

Advertisement

ดร.นําชัย ชีววิวรรธน์ นักเขียนหนังสือและนักแปลผลงานขายดี ที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มติชนมานับไม่ถ้วน ชวนบรรดานักอ่านล้วงคำตอบ ของความลับแห่งมวลมนุษยชาติ ใน Matichon’s Special Talk ‘มนุษย์มาจากไหน?’ ว่าด้วยเรื่องวิวัฒนาการที่ถูกคิดค้นโดย อัลเฟรด วอลเลซ ผู้เสนอทฤษฎีก่อนชาร์ลส์ ดาร์วิน กลางบูธสำนักพิมพ์มติชน ‘J47’ ช่วงท้ายโค้งสุดท้ายของงาน ‘สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22’

เป็น 2 เมษายนที่ล้นหลามไปด้วยแฟนๆ นักอ่าน บนช่วงเวลาที่ผู้คนดิ้นรน ค้นหาทางรอดของการดำรงอยู่ได้ในฐานะมนุษย์

ออกรส ขบขัน และเปลี่ยนภาพจำบางประการไปอย่างสิ้นเชิง

‘คน’ คือสิ่งประดิษฐ์ของ ‘วิวัฒนาการ’

ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านดีเอ็นเอ และความแปรผันไปของโลกระดับแนวหน้าของไทย

ดร.นำชัย กลับมองว่ามนุษย์ คือสิ่งประดิษฐ์ของวิวัฒนาการ ก่อนค่อยๆ อธิบายแนวคิดที่หยิบยกตำนานในยุคกรีกมาขยายความ

“ยุคกรีก เบ่งบานทางความรู้ ผมสนใจขนาดนำมาเขียนเรื่อง ‘543BC ปวงเมธีแห่งอารยกาล’ สิ่งที่น่าสนใจในการหาความรู้ในยุคกรีก คือเขามีคติว่าคนเราจะเข้าถึง ‘สัจธรรม’ ความจริงสูงสุด หรือความลับที่พระเจ้าว่าไว้ ได้ด้วยความคิดเท่านั้น ไม่ต้องพึ่งพาฟอสซิล หลักฐานอะไรต่อมิอะไร” เป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ชวนให้คิด

พร้อมยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตบนโลกที่เห็นกันอยู่ เช่น ‘นก’ ที่เราเห็นบินโฉบไป-มาบนท้องฟ้าทุกวันนี้ ก็ล้วนได้ผ่านวิวัฒนาการมาก่อนแล้วทั้งสิ้น จึงอาจกล่าวได้ว่า สิ่งที่เห็นในปัจจุบันคือสิ่งที่ผ่านเวอร์ชั่นก่อนมาแล้ว

“สมัยก่อนเชื่อว่า อาจจะมีหัวเป็นนก ตัวอาจจะเป็นม้า หรือสิ่งมีชีวิตบางตัวที่ผสมปนเปกันวุ่นวาย หัวเป็นคนตัวเป็นงู ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านวิวัฒนาการมาแล้ว ซึ่งเมื่อระยะเวลาผ่านไปก็ไม่รอด”

“ยุคของคนมันไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว และคนก็เป็นสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของวิวัฒนาการทางธรรมชาติอีกด้วย” ดร.นำชัยยิงเนื้อหาที่ชวนพยักหัวตาม

โลกหลายใบมีจริงไหม?
เมื่อทฤษฎี เกิดจาก ‘ต่างคนต่างคิด’

เล่าต่อไปในมุมที่ฉีกขึ้นอีก คือการที่มักมีคนจินตนาการว่า ‘โลก’ คือสิ่งที่เขาเห็นเพียงโลกเดียว

หรือคิดว่ารอบตัวเรามีอยู่เพียงแค่โลกเดียว แต่สักพักก็เริ่มมีคนพูดว่า ‘โลกมีมากกว่า 1 ใบ’ หรือเปล่า

“นอกจากดาวเคราะห์ที่เรามองเห็น เขาก็อาจจะจินตนาการว่ามีดาวดวงอื่น น่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่สวยกว่าบนโลกใบนี้ และมีสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเหมือน และต่างจากเราด้วย”

เมื่อกล่าวถึง ‘อริสโตเติล’ ดร.นำชัยมองว่า เป็นคนที่มีความรู้และอยากรู้อยากเห็น พยายามหาหลักฐาน ซึ่งมีหนังสือที่แซวอริสโตเติลอยู่ตลอดว่า ที่เขาเขียนเรื่องผู้ชาย-ผู้หญิงมีฟันไม่เท่ากัน ผู้ชายจะมีฟันที่มากกว่า บางคนเขาอาจจะขำ แต่ในยุคนั้นอาจจะมีคอนเซ็ปต์ความคิดเรื่อง ‘ผู้ชายเป็นใหญ่’

“วิวัฒนาการปัจจุบันก็เกิดจากความคิด ชาร์ลส์ ดาร์วิน และอัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ โดยคิดแบบเอกเทศ ต่างคนต่างคิด และก็ได้ข้อสรุปตรงกัน เป็นทฤษฎีวิวัฒนาการที่เราใช้กันอยู่ ซึ่งข้อสำคัญที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ มันต้องสอดคล้องกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในปัจจุบันด้วย” ดร.นำชัยชี้

ออกลูก-อยู่รอด ได้ไปต่อ
หรือสปีชีส์ใหม่ เกิดจากปัจจัยแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกิดทฤษฎีวิวัฒนาการที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ ‘ทฤษฎีการคัดสรรโดยตามธรรมชาติ’ ของชาร์ลส์ ดาร์วิน แต่ที่จริงแล้วในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ และชาร์ลส์ ดาร์วิน ก็ยังได้เสนอแนวคิดเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการเช่นกัน

ถ้าเช่นนั้นแล้ว การเสนอทฤษฎีดังกล่าวของทั้ง 2 คน จะไขความเป็นมาอะไรได้บ้าง?

ในมุมของ ดร.นําชัยเอง ก็เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนนั้น และทฤษฎีวิวัฒนาการมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งล้วนเกิดจาก ‘ต่างคนต่างคิด’

“อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ มีความน่าสนใจหลากหลายเรื่อง เขาเดินทางมาถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย และศึกษาตัวอย่างแถวๆ นี้ เขาคิดทฤษฎีวิวัฒนาการออกตอนป่วยเป็นไข้หวัดมาลาเรีย และนอนซมอยู่ เขาคิดเอาหลักฐานต่างๆ ในหัวมาประมวลเพื่อให้หายป่วยจากโรคหวัด ก็ได้ไอเดียขึ้นมาว่า สิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร”

เมื่อสปีชีส์เก่าผสมกันออกมา จะเกิดรุ่นลูกรุ่นหลาน จนเกิดสิ่งแวดล้อมที่มันเปลี่ยนไป เฉพาะตัวที่มีคาแร็กเตอร์ที่เหมาะสมก็อยู่รอด คอนเซ็ปต์วิวัฒนาการมีเพียงเท่านี้ สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นเพราะว่ามีลูกมีหลาน ก็มีการเปลี่ยนไปทีละนิดๆ แล้วก็จะแมตช์กับสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ” ดร.นำชัยอธิบาย

ดร.นำชัย ยังเล่าถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่บ่งบอกความเป็น ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’ ด้วยว่า เขาได้สรุปวิวัฒนาการการเกิดสปีชีส์ และคิดมา 20 ปี แต่ไม่กล้าตีพิมพ์ เพราะเป็นคนคิดงานละเอียดมาก และชอบการทดลองอะไรแปลกๆ ไม่ว่าจะ เกาะห่างไกลมีมะพร้าวอยู่ได้อย่างไร เขาก็เอามะพร้าวไปใส่ในน้ำเค็มว่าดูอัตราการรอดเป็นอย่างไร มีการทำการทดลองที่แปลกๆ เยอะ เป็นคนธรรมดาที่อยากรู้อยากเห็น

“สรุปทฤษฎีวิวัฒนาการ คือถ้ามีสิ่งมีชีวิตรุ่นลูกสิ่งไหนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมกว่า สิ่งที่จะเห็นในรุ่นต่อไป ก็จะคล้ายกับรุ่นลูกมากขึ้น” ดร.นำชัยชี้ แนวคิดด้านวิวัฒนาการของมนุษย์พร้อมป้ายยาว่า ถ้าได้อ่านหนังสือเล่ม ‘หมู่เกาะมาเลย์ : THE MALAY ARCHIPELAGO’ ทั้งสองเล่ม จะเห็นภาพได้ชัดเจน

เปิดเบื้องลึก ‘ชาร์ลส์ ดาร์วิน’
‘อัลเฟรด วอลเลซ’ ชอบกินทุเรียน

ดร.นําชัยยังกระซิบด้วยว่า จุดสำคัญอันเด่นชัดของ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ เท่าที่อยู่ในประวัติศาสตร์ คือการที่เขาสำรวจพบ สิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือเส้นแบ่งเกาะประเทศ

ซึ่งเจอมีสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาเหมือนสิ่งมีชีวิตแผ่นดินใหญ่ เจอสิ่งมีชีวิตมีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนที่ออสเตรเลีย

“เขาตั้งสมมุติฐานว่า แสดงว่าเกาะที่อยู่เหนือเส้นแบ่งประเทศ ที่เขาลากเส้นนั้น ครั้งหนึ่งต้องเคยเป็นแผ่นดินใหญ่มาก่อนการแยกตัวเป็นเกาะ สิ่งมีชีวิตจึงมีความแตกต่างออกไปได้มาก เพราะสิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยนไป”

ส่วน ‘วอลเลซ’ เป็นคนช่างสังเกตมาก อย่างกับตำราเดินได้ เขาบอกได้ว่าพืชมาจากไหน ไม่ว่าจะเป็นพืชทวีปอะไร เป็นนักวิชาการในเนื้อในตัว พอมีอะไรน่าสนใจ เขาก็จะบรรยายไว้ได้ดีมาก

“ยกตัวอย่าง เมื่อเจอทุเรียน เขาจะอธิบายฝรั่งว่ารสชาติอย่างไร เวลามันหล่นมาตามธรรมชาติก็มีกลิ่น เขาให้นึกภาพถึงคัสตาร์ดที่มีกลิ่นจัดๆ เขาบอกว่า เฉพาะการได้กินทุเรียนก็คุ้มค่าที่ได้เดินทางจากยุโรปมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 กว่าวันแล้ว แสดงว่าเขาต้องชอบทุเรียนมากแน่” ดร.นำชัยเล่าเรื่องของวอลเลซอย่างออกรส

ทั้งยังบอกอีกว่าในส่วนของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นคนที่เดินทางรอบโลก เป็นการบันทึกหนังสือเล่มแรกๆ ของนักวิทยาศาสตร์ที่เดินทางรอบโลกเลยก็ว่าได้

“สมัยก่อนลูกคนรวยเรียนอยู่ 2 อย่าง คือ หมอ กับบาทหลวง ใครๆ ก็อยากเป็นหมอ แต่ชาร์ลส์ ดาร์วิน เห็นเลือดแล้วเป็นลม เลยเรียนเป็นบาทหลวง” ดร.นำชัยเปิดทั้งความรู้ใหม่ และเรื่องราวด้านชีวิตของนักคิดท่านนี้

‘ลิง’ เหมือนคนมาก แต่ไม่ซับซ้อนเท่า
ยังเดายาก มนุษย์ในโลกอนาคต

เมื่อถามถึง ลักษณะ วิวัฒนาการของลิงกับคน ดร.นําชัยบอกเลยว่า ‘คล้ายกันมาก’

เพราะดีเอ็นเอ เมื่อนำไปตรวจ พบว่าคล้ายกันกว่า 98.5%

“แม้ต่างกัน 1.5% ก็ต่างกันคนละแบบได้เลย ก็จะมีทฤษฎีมาอธิบายเยอะแยะเลยว่าทำไมคนแตกต่างจากลิง อาจจะมียีนบางยีนที่ถ่ายให้คนเราสื่อสารกันได้ดีกว่า มากเป็นพิเศษ มีความสามารถในเชิงการใช้ภาษา”

“ลิงก็มีภาษาของเขา แต่ว่าไม่เยอะเท่าเรา คนเราสามารถทำอะไรให้ซับซ้อนได้ เราสามารถจินตนาการ นรก สวรรค์ได้ ว่าตายแล้วต้องไปไหน แต่ลิง จะจินตนาการอย่างเช่นเราไม่ได้” ดร.นำชัยขยายให้เห็นจุดต่าง

ในแวดวงวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ทฤษฎีวิวัฒนาการใดที่ได้รับการยอมรับ แล้วทฤษฎีเดิม ของชาร์ลส์ ดาร์วิน ถูกถกเถียงบ้างหรือไม่?

ดร.นําชัยยืนยันว่า ตลอดเวลามีคนแย้ง ก็มาจากสายศาสนาบ้าง มีทฤษฎีวิวัฒนาการ มีอะไรที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

เรียกว่า ทฤษฎีย่อยๆ เยอะขึ้นตามเวลา แต่แกนหลักไม่มีอะไรเปลี่ยน สิ่งมีชีวิตมนุษย์ในอีกหลายหมื่นปี ก็จะแตกต่างจากเรา และทำนายยากมากเช่นกัน ว่าแตกต่างอย่างไร เพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงและมีเทคโนโลยีที่ต่างจากเรา

“เขาบอกกันว่า คนเราเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยออกกำลังกาย มัวแต่จิ้มโทรศัพท์ ยุคหน้าอาจจะนิ้วโต ตาโตก็ได้ ก็จินตนาการกันไป อาจจะจริงหรือไม่จริง ก็ได้ ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีใหม่มันใกล้จะเข้ามาแล้ว มีการฝังเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตที่สามารถเข้าไปในหัวเรา เราสามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้ด้วยการคิด เพราะมันอยู่ในหัวเราได้เลย แค่แปะชิปก็สามารถใช้ได้เลย” เป็นสิ่งที่ ดร.นำชัยพอจะคาดเดาออก

ก่อนกล่าวถึง หนังสือ ‘หมู่เกาะมาเลย์’ ว่าเป็นบันทึกที่สำคัญมากของ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ว่าเขามาแล้วเขาเจออะไรบ้าง พูดถึงคนอินโดนีเซียว่าอย่างไร เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ พูดถึงกระบวนและการเกร็ดความรู้ทางด้านชีววิทยา

ที่อ่านแล้วจะรู้ว่า คนคนหนึ่งสามารถเข้าถึงวิชาการความรู้มากกว่าขนาดนี้เลยหรือ?

“ในยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต หาความรู้เอาทางห้องสมุด ในเล่มหมู่เกาะมาเลย์ อ่านแล้วจะสนุกมากขึ้นจริงๆ เพราะมันเป็นบันทึกการเดินทาง” ดร.นำชัยเหยาะน้ำจิ้มทิ้งท้าย

ให้ไปตำกันได้ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน (J47) จนถึงวันที่ 8 เมษายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 หรือผ่านออนไลน์ได้ www.matichonbook.com

ชญานินทร์ ภูษาทอง