‘เขียน คิด พลิกโลก’ ชิง ‘มติชนอวอร์ด 2024’ ในประเทศที่มีเรื่องให้เล่าเสมอ
“เป็นการกลับมาในรอบ 2 ปี ที่ตั้งใจอย่างมาก ให้ใหญ่ และลึกขึ้น
ไม่ใช่แค่มิติการประกวด เงินรางวัล แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงได้ก้าวเข้าสู่เวที”
ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เผยถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า หลังว่างเว้นไป 1 ปี กับการกลับมาของ รางวัลมติชนอวอร์ด (MATICHON AWARDS 2024) เขียน คิด พลิกโลก หนึ่งในเวทีที่ได้รับการยกย่องระดับประเทศ โดยรอบนี้ปรับใหม่แบบสับ ให้สอดรับกับยุคสมัย ทั้งยังอลังการสมการรอคอย
หวังเป็นเวทีสาดแสงไปยังผู้ที่มีทั้งไอเดียและความตั้งใจ
จากโครงการประกวดเรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ จึงเพิ่มเติม ‘การ์ตูน’ สะท้อนสังคม เข้าไปให้ครบถ้วนเป็นครั้งแรก

ลดขอบเขต ขยายเพดานเนื้อหา
เฟ้น ‘การ์ตูนิสต์’ หน้าใหม่
มติชนอวอร์ดในปีนี้ จึงหลากหลายยิ่งกว่าเดิม เพิ่มเติมพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ ขยายเพดานเนื้อหาให้กว้างขึ้นตามพลวัตของสังคม
การ์ตูนที่ ‘แหลมคม’ สะท้อนความ ‘ซัฟเฟอร์’ และแทงตรงใจ หยิบอารมณ์ความรู้สึกและวิถีคิดทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมของคนรุ่นใหม่ที่ลุ่มลึก แต่ไม่มีเวทีให้สื่อสาร คือ จุดที่ผู้บริหารมติชนเล็งเห็น
“การ์ตูน บางครั้งเชือดเฉือนกว่าภาษา รู้สึกเจ็บกว่าข้อเขียนเป็นหน้า จริงๆ แล้ว เด็กหลายคนในปัจจุบันก็สื่อสารแบบนี้ ทั้งกราฟิก อาร์ตเวิร์ก มืออิลลัสเตชั่นในไทยเข้มแข็ง เก่งขึ้นเรื่อยๆ
การ์ตูน ความหมายไม่ตรงตัว ทีเล่นทีจริง จะบอกว่าผิดก็บอกไม่ได้ การ์ตูนการเมืองถือกำเนิดขึ้นมากับ นสพ.ตั้งแต่ต้น” ปานบัวอธิบาย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังขยายขอบเนื้อหา ไม่เฉพาะการเมือง แต่โอบรับทั้งประเด็นเพศ เซ็กซ์ ความเท่าเทียม เทคโนโลยี ธรรมชาติ จิตวิญญาณ วิทยาศาสตร์ แฟนตาซี และอีกสารพัดเท่าที่จะหามุมมาเล่นแร่แปรธาตุ เพื่อปลุก ‘กระแสวรรณกรรมวิจารณ์’ ที่จะช่วยยกระดับวงการ
เมื่อการแสดงออกทางการเมืองมีได้หลายแบบ หากเลือกเผชิญหน้าก็อาจนำไปสู่ผลร้าย ‘การ์ตูน’ จึงเป็นช่องทางระบายที่ช่วยเซฟตัวเองได้
ไม่เพียง ‘นักเขียน’ แต่จะแผ่ขยายไปถึงนักอ่านและสังคม เพราะผลงานจะถูกตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ นิตยสารซึ่งผู้นำ นักการเมืองเลือกอ่าน และอาจจะว้าวกับแง่มุมที่คาดไม่ถึง
เอ็มดีมติชน มองการเพิ่มแนว ‘การ์ตูน’ สะท้อนสังคมการเมือง เป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่เห็นได้บ่อยขึ้นเมื่อสถานการณ์การเมืองเข้มข้น
หนนี้จึงขอลองเฟ้นหาเพชรเม็ดงาม การ์ตูนิสต์หน้าใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาลองประกวดมิติที่ 3 อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ส่วนแนว ‘วิทยานิพนธ์’ หรือ ‘บทความพิเศษ’ เป็นอีกโมเดลที่เล็งไว้ในอนาคต หวังกระตุ้นให้เกิดสังคมอุดมปัญญา
อัดแน่นพร้อมระเบิด
ในประเทศที่มีเรื่องให้เล่าเสมอ
ในภาพรวมของเนื้อหาทั้งส่วนของเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และการ์ตูน ปานบัวมองว่า ประเทศนี้ มี ‘เรื่อง (ให้) เล่า’ ได้เสมอ ตราบใดที่คุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ของประชาชนยังเป็นเช่นนี้
“ยังไม่เคยดีขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรม”
มีเรื่องราวอีกมากที่ยังไม่ถูกเล่า หรือเล่าแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างน้อยมติชนเปิดเวทีให้ปากเสียงคนทั่วไป ให้เขาได้เล่าต่อไป”
แน่นอนว่าคอนเทนต์อัดแน่นเต็มหัวใจแน่นอนที่พร้อมระเบิดออกมา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ กฎหมาย การศึกษา ความเชื่อ มากมายเกินกว่าจะบรรยาย
ปานบัว เชื่ออย่างยิ่งว่า สังคมที่ดี น้ำเสียงเหล่านี้ต้องรับฟัง ไม่ใช่ปล่อยผ่าน
“เราควรเปิดโอกาสให้คนได้มีสิทธิพูดในสิ่งที่เขาเชื่อ เรียกร้อง หรือตั้งมั่น ซึ่งน้ำเสียงแบบนี้น้อยลงไปทุกที และไม่ถูกโอบอุ้ม
มันเป็นบทบาทหน้าที่ของเครือมติชน ที่จะต้องเปิดเวทีฟังเสียงสะท้อนในทุกมิติ เพื่อนำขึ้นมาเสนอในวงกว้าง เป็นจุดที่มติชนทำได้อย่างสมฐานะด้วยอายุการทำงานที่ยาวนาน เราเป็นกระดานที่ดีในการสะท้อนเสียงคน
ในเมื่อไม่ฟังกันผ่านด่านอื่น ก็ฟังกันผ่านน้ำเสียงนี้ นุ่มนวล แยบยลที่สุด เท่าจะเสนอกันได้ โดยไม่ปะทะขัดแย้ง แม้น้ำเสียงจะแตกต่างกันในสังคมไทย “เอ็มดีมติชนเผยอย่างมุ่งมั่น”
อัดฉีดหนัก ทั้งเครือร่วมขยับ
บูสต์วงการ ปั้นนักคิด-นักเขียน
สำหรับเงินรางวัลในปีนี้ แน่นอนว่า ‘จัดเต็ม’ กว่าปีก่อนๆ จากแรงหนุนของ ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ที่กระซิบดังๆ ให้อัดฉีดแบบฟูๆ ด้วยเล็งเห็นเวทีที่ลดหาย รายได้ของนักเขียนที่ฮวบลง ค่ายหนังสือ นิตยสาร ต่างทยอยปิดตัวลง
เครือมติชน ซึ่งเป็นสื่อหลักที่หนักแน่นมาอย่างยาวนาน เนืองแน่นไปด้วยฐานผู้อ่านที่หลงใหลในวรรณกรรม-กวีนิพนธ์ จึงขอรับบทช่วย ‘บูสต์’ ความตื่นตัวในวงวรรณกรรมอีกครั้ง
มติชนอวอร์ด 2024 จึงมีค่าตอบแทนพร้อมถ้วย ด้วยยอดกว่า 400,000 บาท
“เราตั้งเงินรางวัลเยอะกว่าปีก่อนๆ เพิ่มรางวัลมติชนเกียรติยศ เพิ่มประเภทการ์ตูนการเมือง เพิ่มความร่วมมือบริษัทเป็น 5 หน่วยงาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าการประกวดครั้งนี้ จะนำเนื้อหาของทุกคนได้ออกสู่สังคมไทย”
ขยายสโคปความร่วมมือ มีมติชนสุดสัปดาห์เป็นแกนหลัก สมทบด้วยมติชนรายวัน สำนักพิมพ์มติชน ศิลปวัฒนธรรม และศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) ซึ่งล้วนมีความตั้งใจและพื้นฐานที่ดีในการทำคอนเทนต์เพื่อสังคม
ในยุคเปลี่ยนผ่านที่สิ่งพิมพ์สวนทางดิจิทัล ต้องยอมรับว่าวงการวรรณกรรมค่อนข้างซบเซา หันไปมองเวทีประกวดของฝั่งที่เป็นสื่อ น้อยลงไปทุกเมื่อ คุณค่าของการมีรางวัลเช่นนี้คือการช่วยต่อลมหายใจสายธารวรรณกรรม
ด้วยหลักจรรยาบรรณที่ยึดถือ ไม่เคยบิดพลิ้วไปตามกระแส หรือถูกครอบงำด้วยเครื่องมือของ ‘คนดี’ ที่ถูกตีให้อยู่ในกรอบของคุณธรรม จริยธรรม หรือประชาธิปไตยที่เหมาะสม ล้วนเป็นปณิธานของการก่อตั้งมติชน เป็นสารตั้งต้นที่ก่อกำเนิดนักคิดนักเขียน ทั่วฟ้าเมืองไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน
‘สุธีร์ พุ่มกุมาร, ฉมังฉาย, บัญชา อ่อนดี, นรพัลลภ ประณุทนรพาล, นฤพนธ์ สุดสวาท, นายทิวา, มีนา ฟ้าศุกร์, เฟืองเขียว เกี้ยวบุหลัน, ธารา ศรีอนุรักษ์, กล้า สมุทวณิช, สมภพ นิลกำแหง, ผาด พาสิกรณ์, ชาลี ศิลปรัศมี, วิกรานต์ ปอแก้ว, รมณ กมลนาวิน, ถนอม ไชยวงษ์แก้ว, สันติพล ยวงใย, อนันต์ เกษตรสินสมบัติ’
เป็นเพียงเสี้ยวของรายนามนักเขียน ที่มติชนปลุกปั้นจากเวทีนี้
“เครือมติชน ไม่ว่าจะฝั่งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือหนังสือเล่ม ยังเน้นเนื้อหาเป็นที่หนึ่ง ฝ่าฟันอยู่กับการทำสื่อและยังยึดโยงอยู่กับศักดิ์ศรีวิชาชีพ บนพื้นฐานเส้นเรื่องเดิม คือ ยึดโยงกับโครงสร้างสังคมไทย สะท้อนออกมาในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นพ็อคเก็ตบุ๊ก นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จนถึงสื่อออนไลน์ หรือกลุ่มนิวมีเดีย
ยังยืนอยู่บนหลักการเดิม ว่าในประเทศนี้ยังมีปัญหาคล้ายเก่า เพียงแต่เรื่องเล่าเปลี่ยนแปลงไป” ปานบัว ยืนยันหนักแน่นยึดฐานเดิมของคนทำสื่อ ในยุคที่เครื่องมือและแพลตฟอร์มหลากหลายขึ้นทุกที
ไม่จำเป็น แต่สำคัญ ‘มติชนเกียรติยศ’
รางวัลจากตัวจริง ให้ค่าคนทำงาน
สำหรับอีกหนึ่งรางวัลที่ถูกเพิ่มขึ้นในเวทีปีนี้คือ ‘มติชนเกียรติยศ’ ซึ่งเอ็มดีมติชนออกตัวว่า รางวัลนี้ ‘ไม่จำเป็น แต่สำคัญ’
“ช่วงที่ผ่านมาบุคลากรของมติชนได้รางวัลเกียรติยศไป 3 คน คือ ขรรค์ชัย บุนปาน, สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร และสุพจน์ แจ้งเร็ว เพราะการทำงานบนพื้นฐานของวิชาชีพ ต้องได้เกียรติประมาณนี้” ปานบัว ย้อนเล่าถึงการที่‘คนมติชน’ ได้รับรางวัลเกียรติยศพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ในปี 2566
ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล ‘เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์’ จากสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ได้รับรางวัล ‘บรรณาธิการดีเด่น รางวัลคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ประจำปีพุทธศักราช 2565 จาก สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ได้รับรางวัลบรรณาธรเกียรติยศ จาก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
วันนี้ มติชน จึงตั้งใจเฟ้นหา นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ บุคคลที่อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จัก แต่มีเกียรติสมควรที่จะยกย่องเชิดชู
“สังคมที่ Educated ต้องให้เกียรติคนทำงาน ยึดมั่นในวิชาชีพ คนที่มีจุดยืนสม่ำเสมอ หลายคนที่เขียนกับมติชน เป็นระดับ ปูชนียบุคคล ทำมาตลอดชีวิตจนหลักวิชาชีพได้ปักหมุด และตั้งหลักได้ในสังคมไทย แต่คนมองไม่เห็น ในขณะที่เขาแก่ตัวลงไปเรื่อยๆ เลยกลับมาคิดว่าเราต้องให้รางวัลเกียรติยศ อย่างน้อยใครมองไม่เห็น มติชนมองเห็น เพราะเราทำงานบนพื้นฐานวิชาชีพนี้มานาน”
ปานบัวเล่าความภาคภูมิ ทั้งยังเอ่ยรำลึกถึงการสูญเสีย ศาสตราจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ปูชนียบุคคลของสังคมไทย
“สังคมไทยจะเข้าสู่การเดินหน้าสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักคิดนักเขียน และรุ่นหัวกะทิ 80+ กันแทบทุกคน
ฉะนั้น ก่อนที่จะสูญเสียต่อๆ ไป เราขอมอบรางวัลนี้เพื่อเป็นเกียรติยศ เป็นศักดิ์ศรี ตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาทำ เราให้คุณค่า อยากให้สาธารณะได้มองเห็นและยกย่อง” ปานบัวเผย
ทั้งยังเชื่อมั่นว่า ‘รางวัลมติชนเกียรติยศ’ ที่จะเกิดขึ้นเป็นปีแรกนี้ จะเป็นหมุดหมาย ให้สังคมกลับมาให้ค่าคนที่ยึดมั่นในวิชาชีพ
ส่งเสียงร้องของ ‘ยุคสมัย’
ซอฟต์พาวเวอร์ ที่เปิดกว้าง หลากหลาย
หน้าที่ของสื่อมวลชน คือ สะท้อนความจริงในเชิงข่าวสาร ทว่า หน้าที่ของ ‘ตัวอักษร’ ทำได้ลึกกว่านั้น

สำหรับ สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ มองอีกแง่มุมจากการจัดประกวดสื่อแบบซอฟต์นิวส์ ว่าจะเป็นเหมือนซอฟต์พาวเวอร์ นำเสนอภาพความเป็นจริงและน้ำเสียงของยุคสมัย
‘โนเนมเข้าชิง’ คือสิ่งที่อยากเห็น
“นอกเหนือจากสะท้อนผ่านข่าวสารโดยตรงแล้ว เราสามารถสะท้อนผ่านเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และการ์ตูนได้อย่างมีชั้นเชิง บางเรื่องไม่สามารถพูดตรงๆ ได้ แต่งานวรรณกรรม หรือการ์ตูน มันช่วยพูดได้ ด้วยชั้นเชิง วาทศิลป์”
สุวพงศ์ เห็นพัฒนาการเขียนและเทรนด์นักอ่านเปลี่ยนไปทุกยุค แนวคิด ไอเดียของนักเขียนรุ่นใหม่ กลับแหวกออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“2 ปีที่แล้ว มีคนรุ่นใหม่ส่งเข้ามาเยอะมาก ตั้งแต่ระดับมัธยม ไปจนถึงมืออาชีพ มีทั้งเรื่อง LGBTQ+ มากมายในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบมังงะ มันคล้ายกับเป็นเสียงของยุคสมัย เราจึงคาดหวังว่าคราวนี้จะมีปรากฏการณ์ใหม่ๆ อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมืองโลก ที่เชื่อว่าจะมีวิธีการส่งเสียงจากมุมมืดออกมาให้เราได้ยิน และนี่คือหน้าที่หนึ่งของสื่อมวลชนในการช่วยสะท้อนปัญหา” บก.มติชนสุดสัปดาห์เผย
สำหรับผู้ที่สนใจ แอบถามให้แล้วว่าผลงานแนวไหนเข้าข่ายมงลง?
สุวพงศ์บอกเลยว่า เปิดกว้างสุดๆ ไม่ต้องเกร็งว่าถ้าเขียนเรื่องการเมือง แล้วจะไม่น่าสนใจ
“อาจจะเขียนเรื่องโป๊ ก็ได้ ถ้ามันสะท้อนอะไรบางอย่าง เป็นตัวแทนสังคมได้ เราเปิดกว้างจริงๆ เพราะอยากเห็นความหลากหลาย คราวที่แล้วน่าสนใจมาก เรื่องที่ส่งมามีตั้งแต่การไปทำบุญ ปัญหาของ LGBTQ เมื่อเข้าวัด เป็นแง่มุมของคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจมาก คล้ายๆ ส่งเสียงร้องออกมา” สุวพงศ์เล่าถึงความคมคายที่คาดไม่ถึง
‘เขียน คิด พลิกโลก’ เปิดตัวออนกราวด์
กรรมการกิตติมศักดิ์ ‘เบอร์ท็อปวงการ’
สำหรับกรรมการที่จะมาร่วมคัดสรรผลงาน บอกเลยว่า เบอร์ท็อป ตัวจริงในวงการล้วนๆ ตั้งแต่ระดับบรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักเขียนมืออาชีพที่จะเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันเคาะ ไม่ว่าจะเป็น กล้า สมุทวณิช คอลัมนิสต์คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งคว้ารางวัลมติชนอวอร์ดด้วยเรื่องสั้น ‘หญิงเสา’ ที่เคยได้รับการรวมเล่ม, รวมถึง นฤพนธ์ สุดสวาท ที่เคยได้รางวัลมติชนอวอร์ด จากผลงานเรื่อง ‘กลายเป็นผีเสื้อ’ และ นิวัติ พุทธประสาท แห่งสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม
นอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนิสต์อาวุโสทั้ง อรุณ วัชระสวัสดิ์ และ ขุนพล พรหมแพทย์ ที่มีผลงานทั้งในประชาชาติธุรกิจ และมติชนสุดสัปดาห์ ก็จะมาช่วยตัดสินรางวัลในส่วนของการ์ตูนสะท้อนสังคมการเมือง พร้อมด้วย ประกิต กอบกิจวัฒนา ครีเอทีฟมือทอง
ในส่วนของกวีนิพนธ์ กรรมการที่ตัดสินเป็นที่รู้จักกันดี อย่าง ‘ละไมมาด คำฉวี’ มือกระบี่ แห่งกวีไม่มีฉันทลักษณ์ รวมทั้ง ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร ดอกเตอร์ทางด้านภาษาไทย และ สุพจน์ แจ้งเร็ว บก.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ที่จะมาช่วยพิจารณาตัดสินอีกแรง
มติชนอวอร์ด ไม่เพียงเปิดกระดาน ให้ผู้คนส่งเสียงผ่านตัวอักษรและภาพฝันบนหน้ากระดาษ แต่ยังเป็นก้าวแรกของการประกาศตัวตนบนสื่อใหญ่ ขับเคี่ยวผลักดันวาระ ‘การอ่าน’ เพิ่มจำนวนนักเขียนหน้าใหม่ในวงการ กระเพื่อมสายธารความคิดแห่งยุคสมัย

นอกจากออนพรินต์ ออนไลน์
เตรียมออนกราวด์เจอกรรมการตัวจริง
มาร่วมเจาะลึกเรื่องราวของตัวหนังสือ สื่อ วรรณกรรม ว่ารับบทเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไรบ้าง กับ ‘กล้า สมุทวณิช, ประกิต กอบกิจวัฒนา และ เอกรัตน์ จิตรมั่นเพียร’ ในเวที ‘เขียน คิด พลิกโลก’ วันที่ 7 เมษายนนี้ เวลา 19.00-19.50 น. อุ่นเครื่องพร้อมเปิดตัวกรรมการ ท่ามกลางนักเขียนกิตติมศักดิ์ ณ เวทีกลาง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 52 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 22
ขอย้ำว่า เหลือเวลาเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ส่งเรื่องผ่านอีเมล์ [email protected] พร้อมวงเล็บประเภทที่ลงสมัคร ระบุนามปากกา ชื่อจริง ที่อยู่ โทรศัพท์และอีเมล์ หรือส่งมายัง กองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900
ไม่จำกัดคุณสมบัติ ขอแค่กลั่นมาด้วยฝีมือ มีนามปากกาเป็นของตัวเอง วันนี้-30 เมษายนนี้ โดยเรื่องและภาพที่เข้ารอบ จะถูกตีพิมพ์ใน ‘นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์’ ทุกวีค ฉบับเมษายน-พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันวิเคราะห์ ทั้งรอบลองลิสต์ ช็อตลิสต์ ก่อนไฟนัลประกาศผลผู้ชนะปลายปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.67)
อธิษฐาน จันทร์กลม

