กรุงเทพฯพ้นทุกข์
วันที่ 21 เมษายน เป็นวันสถาปนากรุงเทพมหานคร หรือเป็นวันเกิดกรุงเทพฯเมืองหลวงของไทย
นับจากปี พ.ศ.2325 มาถึงปีนี้ก็ 242 ปีเข้าไปแล้ว
วันเกิดกรุงเทพฯปีนี้ดูมีสัญญาณดีสำหรับคนไทย ทั้งสัญญาณจากโหราจารย์ และสัญญาณจากรัฐบาล
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มติชนได้สัมภาษณ์ อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม โหราจารย์ถึงความเป็นไปของดวงเมือง
อาจารย์บอกว่า ปีนี้ไทยจะได้ดี 2 เด้ง หลังจากดาวพฤหัสบดีพ้นจากกาลกิณี และโคจรจากราศีเมษเข้าสู่ราศีพฤษภซึ่งเป็นเรือนกดุมภะของดวงเมือง ส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจจะแจ่มใส
เมื่อดูดาวเสาร์ที่เคลื่อนเข้าสู่เรือนลาภะก็จะเสริมเติมแต่งทำให้บ้านเมืองเจริญ
ขณะที่ดาวราหูกำลังหมดฤทธิ์ เพราะเป็นกาลกิณีจรไปอยู่ในเรือนวินาศ และแม้ดาวอังคารจะทับลัคน์ในช่วง 23 มิถุนายน ถึง 17 กรกฎาคม แต่ถือเป็นห้วงเวลาที่ดี เพราะทำให้เกิดความกระตือรือร้น ส่งเสริมให้เมืองเจริญก้าวหน้า
เรื่องดวงดาวนี้อย่าดูหมิ่น หลายครั้งที่พิสูจน์ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นไปตามนั้น
เรียกได้ว่า โหราจารย์ทักว่าดีก็รับไว้ เพื่อกำลังใจให้ขับเคลื่อนประเทศต่อไป
ขณะที่สัญญาณจากรัฐบาล ดูผลงานจากเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ปรากฏสัญญาณที่จับต้องได้ โดยเฉพาะสัญญาณจากนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลได้นำตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาสัญจรไทยช่วง 3 เดือน คือ มกราคมถึง 9 เมษายน พบว่ามีต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยทะลุ 10 ล้านคน
ถ้า 3 เดือนได้ 10 ล้าน หาก 12 เดือนได้ 40 ล้านก็จะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติดีดขึ้นไปในระดับพอๆ กับก่อนสถานการณ์โควิด-19 ระบาด
ขณะเดียวกัน แลดูบรรยากาศสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านพ้น ดูแล้วเกิดความรู้สึกว่าเมืองไทยเริ่มฟื้นคืนชีวิต
สงกรานต์บ้านเราทั่วทั้งไทยปลุกความคึกคักขึ้นมา
กรุงเทพฯทั้งสนามหลวง ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และจุดจัดงานมีคนเต็ม ทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมอื้อ
ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ที่มีกิจกรรมใหญ่ๆ ในอดีตและเจอมรสุมโรคระบาดพัดพาจนซบเซา มาปีนี้ทุกอย่างกลับฟื้นคืนชีวิต
ที่พักและโรงแรมหลายจังหวัดมีคนจองเข้าพักล้นหลาม
ที่สำคัญคือชีวิตเมืองที่ฟื้นขึ้นมาจะส่งผลให้ชีวิตคนมีความหวังและแลเห็นอนาคต
ต้องยอมรับว่า เทศกาลสงกรานต์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่รัฐบาลพยายามผลักดันภายใต้คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ ที่รวมเอารัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ามาช่วยกัน
ทีแรกก็รู้สึกจะแป้ก เพราะงบประมาณไม่มี แต่ในที่สุด แม้จะขาดแคลนด้านงบ ก็สามารถปลุกเทศกาลสงกรานต์ให้กลายเป็นมหาสงกรานต์ได้เช่นที่เห็น ถือว่าไม่ธรรมดา
ยิ่งเมื่อฟัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า 7 เดือนที่ผ่านมายังไม่พอใจผลงานที่ปรากฏ ยิ่งได้รับรู้ว่ารัฐบาลไม่ได้ประมาทต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วใน 7 เดือน
หมายความว่า อีกหลายเดือนที่เหลือภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลที่มีงบประมาณ ผลงานที่ออกมาจะต้องดีกว่าที่เห็น
แม้การประเมินผลจากปากนายกฯจะไม่ได้พูดต่อรัฐสภา แต่การเปิดใจให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนนั้น หมายถึงการพูดต่อสาธารณชน ซึ่งมีความสำคัญมากเช่นกัน
การที่ผู้นำประเทศไม่ประมาทย่อมส่งผลดีต่อการก้าวเดิน เพราะแม้ทุกจังหวะก้าวที่แลดูว่าจะดี แต่ก็ประมาทไม่ได้ ทุกอย่างล้วนอยู่ในกฎไตรลักษณ์ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
ขณะที่หลายๆ อย่างของไทยกำลังฟื้น แต่พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกกำลังวุ่นวาย
พม่ากำลังมีปัญหา ตะวันออกกลางกำลังมีเหตุร้าย เมื่อรวมกับสถานการณ์ในยูเครนที่ยังไม่สงบ แล้วโยงใยกับมหาอำนาจทั่วโลก
ทุกอย่างพร้อมที่จะส่งผลกระทบต่อไทย
ดังนั้น การเดินหน้าประเทศทุกจังหวะก้าวจึงประมาทไม่ได้ เพราะแรงกระแทกจากภายนอกประเทศที่ส่งผลถึงภายในประเทศนั้นนับวันจะมีอัตราเร่งที่เร็วมาก
เกิดเหตุการณ์ที่ใดๆ ในโลกวันนี้ อีกไม่กี่วันก็ส่งผลถึงส่วนต่างๆ ของโลกทางเศรษฐกิจในทันที
การมีโอกาสที่ดี และขับเคลื่อนไปด้วยความไม่ประมาท เชื่อว่าหลังสงกรานต์เป็นต้นไป ประเทศไทยจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้น
เช่นเดียวกับหลายคนที่ไปพักผ่อนช่วงสงกรานต์อย่างเต็มที่ คงมีพลังกายและพลังใจ ที่จะดำเนินชีวิตกันต่อไป
อะไรๆ ที่แย่ๆ ถือว่าทุกคนได้ผ่านพ้นกันมาแล้ว
หลังวันที่ 21 เมษายน ดวงกรุงเทพฯพ้นจากโซนกาลกิณี ถือว่ากรุงเทพฯเริ่มพ้นทุกข์
ความคึกคักของเมืองหลวงย่อมส่งผลต่อเมืองเอกและเมืองรอง
ความคึกคักของทุกเมืองย่อมส่งผลผูกพันกับชีวิตของคนที่อาศัย
หวังว่าหลังสงกรานต์นี้ ทั้งคนไทยและเมืองไทยจะก้าวสู่ความเจริญ หลุดพ้นทุกกับดัก และหลุมพรางที่เป็นอุปสรรคความเจริญรุ่งเรือง
ขอให้หลังสงกรานต์ และหลังวันสถาปนากรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเริ่มต้นชีวิตกันอีกครั้ง
ด้วยความหวังที่ว่าทั้งเมืองและคนจะร่วมกันสร้างความเจริญให้กันและกัน
เมื่อเวลาทุกข์เราได้ร่วมทุกข์กันมาแล้ว
ถึงเวลาที่แลเห็นโอกาสจะมีสุข ก็ขอได้ร่วมสุขด้วยกันทุกคน
นฤตย์ เสกธีระ

