อาศรมมิวสิก : ตื่นเต้นที่มีคนรุ่นใหม่เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม

12.05.24 | 11:32 น.
เมื่อครั้งนำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราไปแสดงที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564

ตื่นเต้นที่มีคนรุ่นใหม่เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม

น่าตื่นเต้นสำหรับกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้รัฐมนตรีเป็นคนรุ่นใหม่ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล (อายุ 42 ปี) ตื่นเต้นเพราะเป็นคนรุ่นใหม่ ตื่นเต้นเพราะไม่รู้ว่าเธอทำอะไรบ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรม และที่ตื่นเต้นมากกว่านั้นคือ เธอจะนำกระทรวงวัฒนธรรมไปทางทิศใด จะนำกระทรวงอย่างไร หรือปล่อยให้หัวหน้าส่วนงานนำกระทรวงต่อไปตามแผนเดิมที่เสมียนวางไว้ รัฐมนตรีใหม่จะเริ่มต้นสร้างงานในกระทรวงวัฒนธรรมอย่างไร

กระทรวงวัฒนธรรมมีทรัพย์สินที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมรวมวิถีชีวิต ทรัพย์สินทางปัญญา ภูมิปัญญา จิตวิญญาณ พิธีกรรม ความเชื่อ ผีเทวดา พระเจ้า ศาสนา ภูมิปัญญาทั้งมองเห็นและมองไม่เห็น ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ นามธรรมจับต้องไม่ได้ กระทรวงวัฒนธรรมมีความรู้ มีราคาความน่าเชื่อถือ มีปัญญาและภูมิปัญญาซึ่งถือว่ามีราคาแพง แต่ก็พบว่า “ความไม่รู้นั้นราคาแพงกว่า”

นอกจากนี้ ยังพบว่ากระทรวงวัฒนธรรมเป็นยาจกนั่งบนถุงทอง มีทั้งวัฒนธรรมโบราณ วัฒนธรรมร่วมสมัย และวัฒนธรรมนานาชาติหรือวัฒนธรรมสากล ที่มั่นใจไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงวัฒนธรรมยังเป็นโคตรและเป็นรากเหง้าของซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลกำลังรณรงค์กันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับถุงทองที่มีหรือมองไม่เห็น

ที่ผ่านมารัฐมนตรีและปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเรื่องของการเมืองล้วน ตัวอย่างกรมศิลปากรเป็นกรมที่ใหญ่และมีองค์ความรู้มาก เป็นแม่ทัพใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรม แต่อธิบดีของกรมศิลปากรไม่เคยได้เป็นปลัดของกระทรวงวัฒนธรรมเลย อย่างเก่งก็มีเลขานุการกรม กรมศิลปากร ได้เป็นปลัดกระทรวงและไปเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้รอบรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านวัฒนธรรม ไม่เคยนำความรู้ไปใช้ในกระทรวงวัฒนธรรม ที่สุดกระทรวงวัฒนธรรมก็กลายเป็นกระทรวงเล็กๆ ที่ไม่มีใครอยากอยู่ เป็นกระทรวงขัดตาทัพให้กับนักการเมือง มีหน้าที่ใช้งบประมาณจัดกิจกรรมการแสดงและเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะว่านักการเมืองก็ไม่รู้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมคืออะไร มีอะไร และจะทำงานวัฒนธรรมอย่างไร

Advertisement

กระทรวงวัฒนธรรมเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ของชาติ เพราะทรัพยากรของชาติทั้งหลายที่เป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรม ดูแลศิลปกรรมชาติที่เป็นผลงานศิลปินแห่งชาติที่สร้างสรรค์เอาไว้ ทั้งศิลปินที่เสียชีวิตไปแล้วและศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ มีกรมศาสนาดูแลเกี่ยวข้องกับจิตใจคนในชาติ ดูแลความเชื่อศาสนา ดูแลโดยกระทรวงวัฒนธรรมทั้งสิ้น กระทรวงวัฒนธรรมจึงเป็นหัวใจของชาติและเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์สมบัติชาติ

เมื่อรัฐมนตรีเป็นคนรุ่นใหม่ยังบริสุทธิ์ทางด้านวัฒนธรรม ยังไม่รู้อะไรที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ไม่รู้จักคนที่ทำงานด้านวัฒนธรรม ไม่รู้จักงานวัฒนธรรม ไม่รู้อดีต ไม่รู้ปัจจุบัน และไม่รู้อนาคตเรื่องวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริสุทธิ์ที่มาเป็นผู้นำใหม่ หากเธอพร้อมที่จะทำงานสำคัญๆ ของชาติ เธอก็ไม่มีเบื้องหน้าและเธอก็ไม่มีเบื้องหลัง เมื่อเธอพร้อมที่จะเรียนรู้และนำวัฒนธรรมของชาติไปสู่ความรุ่งเรืองได้ง่ายมากขึ้น

กระทรวงวัฒนธรรมเป็นองค์กรที่เป็นคลังความรู้หลักของชาติ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษามรดกของทั้งชาติไว้ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นปัญญาและภูมิปัญญาของแผ่นดิน กระทรวงวัฒนธรรมเป็นทั้งผู้สร้างศรัทธาบารมี ผู้ชี้นำความรู้และภูมิปัญญาให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะกับกระทรวงการต่างประเทศว่า จะให้ใช้วัฒนธรรมชาติไปทิศทางใด ดูตัวอย่างสถาบันวัฒนธรรมเกอเธ่ (Goethe) เยอรมัน ทำงานคู่กับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเยอรมัน กระทรวงวัฒนธรรมยังเป็นผู้แนะนำให้กระทรวงพาณิชย์ว่าจะขายสินค้าด้านวัฒนธรรมอย่างไร กระทรวงวัฒนธรรมต้องให้ข้อมูลกับกระทรวงการท่องเที่ยวว่าจะขายสินค้าทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างไร นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย ควรจะรู้จักวัฒนธรรมสำคัญๆ อะไรบ้าง จะชื่นชมสิ่งที่เป็นมรดกโลกในประเทศไทยอย่างไร เพราะมรดกโลกที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้น กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลรักษา จะเอามรดกโลกมาขายเป็นสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อชาวโลกได้ชื่นชมมรดกโลกในประเทศไทย

มรดกโลกของไทยที่ดูแลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมีอยู่ 4 แห่งคือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์เมืองอยุธยาและเมืองบริวารอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และอุทยานประวัติศาสตร์เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อครั้งนำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราไปแสดงฉลอง 30 มรดกโลกที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2565

การบริหารมรดกโลกต้องใช้ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมต้องเป็นผู้นำที่กล้าหาญเพื่อจะบอกกับผู้นำรัฐบาลว่า “มรดกโลกคือซอฟต์พาวเวอร์ที่ยิ่งใหญ่” ไม่ต้องไปสร้างหรือทำอะไรกับมรดกโลกเพราะว่าเป็นมรดกโลกอยู่แล้ว มีอยู่แล้วและมีผู้เชี่ยวชาญอธิบายได้อยู่แล้วด้วย เพียงแต่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมให้ข้อมูลหลักฐานและวิธีการรักษามรดกโลก มอบให้กับคณะรัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาล ร่วมกันดูแลและขายมรดกโลกที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์อันยิ่งใหญ่ของชาติ และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อประชาคมโลก

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองอยุธยาและเมืองบริวารอโยธยา มีทางรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่าเมืองอโยธยา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่อธิบายเรื่องความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จากการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านเมืองอโยธยา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมต้องเป็นผู้นำผลักดันให้ทางรถไฟความเร็วสูงเบี่ยงเส้นทางออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่มรดกโลก เพราะหากทางรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่าเมืองอโยธยา เป็นการทำลายมรดกโลกโดยตรงอย่างสิ้นคิด ปู่โสมเฝ้าทรัพย์อย่างรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมต้องกล้าหาญและต้องยอมไม่ได้ ที่จะแสดงผลงานเพราะเป็นหน้าที่ในการปกปักรักษามรดกทางวัฒนธรรมของโลกเพื่อประชาคมโลก

แผนผังการแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ไปแสดงที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อประโคมปลุกปู่โสมเฝ้าทรัพย์ให้ช่วยปกป้องเมืองอโยธยา จากทางรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่าเมืองอโยธยา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567

รถไฟความเร็วสูงจากจีนที่วิ่งผ่านเมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองมรดกโลกเหมือนกัน ทางรถไฟความเร็วสูงวิ่งอยู่ห่างจากเมืองออกไป 12 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเมือง

กระทรวงวัฒนธรรมควรนำงบประมาณที่บริษัทต่างๆ เคยรับจ้างจัดงาน (Agency/Organizer) ด้านวัฒนธรรมมาบริหารจัดการใหม่ เพราะวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องที่ประชาชนในสังคมที่อาศัยอยู่ ประชาชนเป็นผู้สร้างวัฒนธรรมเพื่อประชาชน บริษัทมาจัดการกับวัฒนธรรมให้ประชาชนไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมเป็นเรื่องของวิถีชีวิตคนในสังคม บริษัทสร้างได้เฉพาะสินค้าไม่ใช่วัฒนธรรม ผลงานของบริษัทรับจ้างรวมทั้งนักการเมืองต่างก็อ้างว่ามอบวัฒนธรรมให้ประชาชนจึงล้มเหลว เพราะวัฒนธรรมเป็นของประชาชน สร้างขึ้นโดยประชาชน เพื่อรับใช้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน วัฒนธรรมจึงสนิทแนบแน่นอยู่กับประชาชน

ตัวอย่าง วัฒนธรรมเพลงและดนตรีที่เป็นดนตรีไทย ดนตรีในท้องถิ่น รวมถึงดนตรีพื้นบ้านในปัจจุบัน ดนตรีและเพลงเหล่านี้ตายไปเกือบหมดแล้ว เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมเอางบประมาณไปให้บริษัทรับจัดงาน (Agency/Organizer) ทำงานเพลงของบริษัทซึ่งเป็นสินค้ายัดเยียดให้กับประชาชน นักดนตรีชาวบ้านเข้าไม่ถึงผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ชาวบ้านก็ไม่มีเงินที่จะสร้างงานหรือประกอบอาชีพดนตรีอีกต่อไป

การแสดงดนตรีเสียงใหม่ที่มรดกโลกบ้านเชียง อุดรธานี
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2566

กระทรวงวัฒนธรรมได้รับเงินภาษีจากประชาชนเพื่อทำงาน (7,000-8,000 ล้านบาท) หากรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่จัดสรรงบประมาณเพื่อจะต่อชีวิตดนตรีไทย ดนตรีในท้องถิ่น และดนตรีพื้นบ้านให้มีเงินเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างชุมชนและสังคมให้มีกิจกรรมดนตรีต่อไป ซึ่งมีวิธีจัดการง่ายๆ โดยการจัดประลอง (ประกวด) วงดนตรีไทย (ปี่พาทย์/มโหรี/ละครชาตรี) ในภาคกลาง ดนตรีพื้นบ้านหรือดนตรีในท้องถิ่นภาคอีสาน หมอลำหมอแคน โปงลาง กันตรึม ดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ วงสะล้อซอซึง วงซอพื้นบ้าน เพลงพื้นบ้านภาคใต้ โนรา หนังตะลุง รองเง็ง เป็นต้น ใช้งบประมาณแต่ละภาคไม่มาก (มีถ้วยรางวัลและเงินรางวัล) แล้วนำวงที่ได้รับรางวัลมาแสดงร่วมกับวงซิมโฟนีออร์เคสตราของชาติ (National Symphony) ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลนักดนตรีทั้งหมดอยู่แล้ว นำไปแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยแนะนำให้กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำวัฒนธรรมดนตรีไปอวดให้กับชาวโลกต่อไป

ความตื่นเต้นที่มีต่อรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมที่เป็นคนรุ่นใหม่ ขอถือโอกาสที่จะให้ข้อมูล ความเห็นและประสบการณ์ เพื่อเสนอให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่พลิกกลับงานวัฒนธรรมเสียใหม่ โดยเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง หากมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ โดยการนำวัฒนธรรมของชาติมาดูแลอย่างจริงจัง รัฐมนตรีจะมีเสียงปรบมือจากประชาชนอย่างอบอุ่น ที่สำคัญก็คือ กระทรวงวัฒนธรรมจะกลายเป็นกระทรวงที่สำคัญทางปัญญา เป็นกระทรวงที่มีรสนิยมและมีเสน่ห์ทางวัฒนธรรม เพราะวัฒนธรรมจะเข้าไปแทรกในทุกมิติของชีวิตและแทรกอยู่ในทุกกระทรวง

สุกรี เจริญสุข