แท็งก์ความคิด : ปลุก ศก. ทั่วไทย

19.05.24 | 11:55 น.

ปลุก ศก. ทั่วไทย

ระยะหลังเห็นรัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันให้เศรษฐกิจภูมิภาคและท้องถิ่นเติบโต

เป็นอีกทางออกหนึ่งของเศรษฐกิจประเทศ เพราะเมืองหลวงเมืองใหญ่นั้น เศรษฐกิจโตอยู่แล้ว

หากสามารถผลักดันให้เมืองรองเศรษฐกิจโตขึ้นมาก นอกจากจะช่วยลดเหลื่อมล้ำแล้ว ยังทำให้เศรษฐกิจภาพรวมเติบโตด้วย

การผลักดันให้เศรษฐกิจภูมิภาคและท้องถิ่นโตนี่มิได้มีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่ออกแรง

Advertisement

ภาคเอกชนเองก็คาดหวัง

ก่อนหน้านี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอกการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก็ชวนไปฟังทิศทางหอการค้าฯ

พบว่าหอการค้าไทยมีแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างชัดเจน

ยิ่งรับฟังความเห็นของหอการค้าไทย 5 ภาค ภายใต้แนวคิด Connect the Dots เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกสนใจ

ผลการประชุมวันนั้นเป็นไปด้วยดี และอยากบันทึกไว้เพื่อให้มองเห็นความตั้งใจ

เริ่มจากเรื่องที่นายสนั่นเกริ่น คือ การยกระดับ 10 จังหวัดเมืองรองสู่เมืองหลัก

เร่งภาครัฐ กระตุ้นภาคเอกชน จับมือประชาชน ร่วมกันบูมเศรษฐกิจจังหวัด

กำหนด 10 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ นครพนม ลําปาง ราชบุรี นครศรีธรรมราช ตรัง ศรีสะเกษ นครสวรรค์ จันทบุรี และกาญจนบุรี

คิกออฟไปแล้ว 1 จังหวัด คือ จังหวัดนครพนม

เป้าหมาย ผลักดัน GPP ให้โตปีละ 5 เปอร์เซ็นต์

ส่วนอีก 9 จังหวัดจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

ส่วนหอการค้าภาคต่างๆ ก็มีแผนที่จะนำมาโชว์ในการประชุมร่วม

ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ล้วนมียุทธศาสตร์

ภาคกลาง ตั้งยุทธศาสตร์พัฒนา 3 ด้าน

1 ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติและศูนย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Hub and Wellness)

2 ยกระดับอุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับ Food Valley และ Innovation Hub

3 ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ

ภาคเหนือ ส่งเสริมพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC-Creative LANNA) ด้วยแนวคิด BCG Economy

ผลักดันกฎหมายปลดล็อกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวและศูนย์กลางโลจิสติกส์

ผลักดันโครงการสนามบินพิษณุโลกสู่สนามบินนานาชาติเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคอื่นๆ

เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลของ SMEs และ Digital Startup

ภาคอีสาน เร่งยกระดับเศรษฐกิจ มุ่งสู่ความยั่งยืน (Competitive Isan) ผ่าน 4 แผนยุทธศาสตร์

1.Trade & Travel เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว

2.Agriculture & Food ขยายผลโครงการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพสูงนำร่อง 8 จังหวัดอีสานกลาง-ล่าง

3.Travel & Service ชูการท่องเที่ยวสายมูภาคอีสานเป็น Soft Power เตรียมความพร้อมงานมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ปี 2569

4.เร่งแผนบริหารจัดการแหล่งน้ำ “โขง-เลย-ชี-มูล” แก้น้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก

ภาคตะวันออก มีแผนเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC

ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายในปี 2571 โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ในปี 2571 โครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ในปี 2571 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ในปี 2570

มุ่งขยายพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC+2) โดยให้เพิ่มปราจีนบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดใน EEC หลังจากที่เพิ่มจันทบุรี (EEC+1) เข้าไปในอีอีซีเป็นจังหวัดแรก

นอกจากนี้ ยังปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทไทยและตลาดในภูมิภาค ร่วมวิจัยระดับนานาชาติระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่น

เร่งลงทุนด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาและยกระดับการศึกษาไทย เป็นต้น

ส่วนภาคใต้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้ 4 เรื่อง

1.ผลักดันการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน อ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง ให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ ขนส่งสินค้าเส้นทางเดินเรือในกลุ่มประเทศเอเชียใต้

2.สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เป็นศูนย์กลางแสดงสินค้า เจรจา แลกเปลี่ยนธุรกิจการค้าการลงทุน

3.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทย สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสำราญภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา

4.พัฒนาการเชื่อมโยงโลจิสติกส์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน รองรับการเป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาลสู่ตลาดโลก

แผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค จะนำกลับไปผลักดันและขับเคลื่อน และกลับมาเสนอความคืบหน้าในช่วงปลายปีอีกครั้ง

มองจากแผนยุทธศาสตร์ ภาคเอกชนคงไม่สามารถผลักดันให้สำเร็จได้โดยลำพัง

รัฐบาลอาจต้องเข้ามาช่วย และภูมิภาคตลอดจนท้องถิ่นอาจต้องเข้ามาร่วม

ถือเป็นโอกาสของท้องถิ่นและภูมิภาคต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

หวังว่าหากทำได้สำเร็จ ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองหลวง เมืองใหญ่ และเมืองรองจะลดลง

การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นจะเกิดขึ้น

เศรษฐกิจภูมิภาคและท้องถิ่นจะดี

แต่จะยั่งยืนหรือไม่ก็ขึ้นกับความเข้มแข็งของจังหวัดและท้องถิ่นในจังหวัดนั้นๆ

นฤตย์ เสกธีระ