แท็งก์ความคิด : ศรัทธาในธรรม

26.05.24 | 11:46 น.

ศรัทธาในธรรม

วันวิสาขบูชาเป็นวันทางพุทธศาสนา ระลึกถึงวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ศาสนาพุทธอยู่บนโลกนี้มา 2,000 กว่าปี มีหลักคำสอนที่มีผู้ศึกษาและเลื่อมใสจำนวนมาก

แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่า หลายเรื่องหลายราวในประเทศไทยกำลังบั่นทอนความศรัทธาเหล่านั้น

เมื่อความศรัทธาในพุทธศาสนาถูกเบียดบัง ทำให้หลายชีวิตตกอยู่ในห้วงกรรม

Advertisement

เป็นทุกข์ ไม่พ้นทุกข์

สำหรับคนที่ศึกษาหลักธรรมของพระพุทธองค์แล้วนำมาปฏิบัติอย่างถูกทาง

ชีวิตที่จะก้าวเดินไปย่อมเบิกบานใจมากขึ้น

เพราะศาสนาพุทธเน้นบอกเล่าสัจธรรม หรือความจริงให้ทุกคนได้ฟัง โดยมุ่งเป้าหมายคือการพ้นทุกข์

ความจริงที่พุทธศาสนานำเสนอเป็นหลักที่ต้องรู้ นั่นคือ กฎไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พุทธศาสนานำเสนอความจริงที่ธรรมชาติมอบความเท่าเทียมให้แก่ทุกชีวิตในรูปของขันธ์ 5

แบ่งเป็นรูปและจิต ประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

ทุกชีวิตได้รับสิ่งเหล่านี้มาทันทีเมื่อเริ่มต้น

มาพร้อมๆ กับ โลภ โกรธ และหลง ที่ยึดถือเป็นสมบัติพกพาติดตัวมา

แม้ทุกชีวิตจะมีรูปและจิต มีโลภ โกรธ และหลง แต่ก็ใช่ว่าทุกชีวิตจะมีสิ่งเหล่านั้นเหมือนๆ กัน

เพราะบางคนมีรูปเป็นชาย บางคนมีรูปเป็นหญิง บางคนมีรูปกายสมบูรณ์ หล่อ สวย แต่บางคนอาจไม่สมบูรณ์เท่า

บางคนอาจจะมีสัญญา หรือความจำดี แต่บางคนอาจมีปัญหาในเรื่องความจำ

แต่ไม่ว่าแต่ละชีวิตจะมีความเหมือนความต่างกันเช่นไร

สิ่งหนึ่งที่เหมือนๆ กันแบบหนีไม่พ้นคือ เกิด แก่ เจ็บ ดับ

บางคนเดินไปบนเส้นทางนี้ได้ครบ คือ เกิด แก่ เจ็บ ดับ ขณะที่บางคนเกิดแล้วเจ็บแล้วดับโดยไม่ได้แก่

สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าทุกชีวิตเมื่อเกิดแล้วก็ต้องดับ

ความจริงอีกข้อที่พระพุทธศาสนายืนยัน คือ ทุกชีวิตล้วนมีทุกข์

หากต้องการพ้นทุกข์ต้องฝึกฝนฝึกปฏิบัติตามหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ

พระองค์ทรงสั่งสอนให้ทุกคนมองเห็นที่มาของทุกข์ และหนทางพ้นทุกข์

ทรงสั่งสอนให้รู้จักและเข้าใจอริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

ทุกข์ คือ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ นิโรธ คือ ความดับทุกข์ มรรค คือ วิธีปฏิบัติที่นำไปสู่ความดับทุกข์

โฟกัสไปที่มรรคมีองค์ 8 ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ คือ เห็นชอบ สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ สัมมากัมมันตะ คือ การงานชอบ สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีวิตชอบ สัมมาวายามะ คือ พยายามชอบ สัมมาสติ คือ ระลึกชอบ สัมมาสมาธิ คือ ตั้งใจชอบ

ณ ปัจจุบัน สาวกของพระพุทธเจ้าได้นำพระธรรมคำสั่งสอนมาเผยแผ่

หลายคนคงได้ฝึกสมาธิ หลายคนคงได้ฝึกสัมมาสติ แล้ว คงได้รับคำตอบว่า ต้องฝึกทุกๆ อย่างไปพร้อมๆ กันถึงจะได้ผล

บางคนได้คำแนะนำให้ฝึกสติด้วยการรู้ตัวว่ากำลังเดิน ยืน นั่ง นอน

หลายคนได้รับคำแนะนำให้ทำจิตสงบเป็นสมาธิ

แต่สติจะมี สมาธิจะเกิด การปฏิบัติของเราต้องมีวาจาดี ทำงานชอบ ความพยายามชอบ และอื่นๆ

หลายคนเลิกราไม่ยอมปฏิบัติต่อเพราะรู้สึกว่ายาก แต่อีกหลายคนปฏิบัติอยู่เนืองๆ จนมองเห็นไตรลักษณ์

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

มองเห็นและยอมรับไตรลักษณ์ก็เท่ากับย่างเข้าสู่สัมมาทิฏฐิ

ยอมรับว่า ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง

ยอมรับว่า ทุกอย่างล้วนแตกดับ

ยอมรับว่า ตัวเราไม่ใช่เรา เพราะเราไม่สามารถบังคับรูป และจิตได้

ไม่สามารถบังคับรูปไม่ให้แก่ ไม่สามารถบังคับโกรธ โลภ หลงไม่ให้เกิด

จนกว่าจะรู้ตัวว่าเราไม่ใช่เรา แล้วหลายๆ เรื่องจะค่อยๆ ลด ละ เลิก

สามารถ ลด ละ เลิก ได้เมื่อไหร่ ก็สามารถลดความทุกข์ได้เมื่อนั้น

ช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา มีโอกาสได้ฟังธรรมฟังเทศนา

มองเห็นคุณค่าของพระธรรมคำสั่งสอนที่มีเหตุและมีผล พร้อมมีข้อเสนอแนะให้ชีวิต

หากสามารถมองโลกได้ตามหลักศาสนาพุทธ จิตใจย่อมเบิกบาน เพราะปล่อยวางหลายสิ่งหลายอย่างลงได้

ยิ่งศึกษา ยิ่งฝึกปฏิบัติ ยิ่งเกิดศรัทธาในพระธรรม

ยิ่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา

แม้ปัจจุบันจะมีเรื่องราวที่บั่นทอนความศรัทธา แต่สิ่งที่บั่นทอนไม่ใช่ตัวเนื้อแท้ของพระธรรม

พระประพฤติไม่ดีคือคนที่ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรม

คนที่ลุ่มหลงงมงายมากมาย เป็นเพราะไม่ใช้หลักธรรมเข้ามาวินิจฉัย

ดังนั้น หลักธรรมที่ดำรงอยู่มาเป็นพันปียังคงมีความน่าเชื่อถือ

พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ายังคงน่าเลื่อมใสศรัทธา

เป้าหมายของคำสั่งสอนยังคงเป็นการแนะนำให้คนพ้นทุกข์

เมื่อศาสนาพุทธยังนำคนไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยหลักธรรม

ความเลื่อมใสศรัทธาจะอยู่กับสังคมไทยต่อไปอีกนาน

เพราะทุกผู้คนที่มีโอกาสได้ศึกษา เขาและเธอจะยังคงศรัทธาในธรรม

นฤตย์ เสกธีระ