ภาพทรงจำ ‘หลวงเตี่ย’ 100 ปี ชาตกาล พระธรรมราชานุวัตร

27.05.24 | 11:47 น.

ภาพทรงจำ ‘หลวงเตี่ย’
100 ปี ชาตกาล พระธรรมราชานุวัตร

นับเป็นงานสำคัญอันสะท้อนศรัทธาอีกทั้งกตัญญูกตเวทิตาโดยแท้

สำหรับ พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย 100 ปี ชาตกาล พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท ลิ้มศิริชัย) หรือ ‘หลวงเตี่ย’ อดีตเจ้าคณะภาค 3 หัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม

รายล้อมด้วยคณะสงฆ์จากวัดวาอารามต่างๆ ทั่วทั้งพระนคร และต่างจังหวัด ศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน อุบาสก อุบาสิกา

อัญเชิญอัฐิหลวงเตี่ย จากหอประชุมสงฆ์ น.16 มายังพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ คณะศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและฆราวาส ร่วมกันถวายสักการะ

Advertisement

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชานุเคราะห์พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ

ภารกิจประวัติศาสตร์ วางรากฐาน ‘พุทธเถรวาทไทย’
ขยายทุกรัฐทั่วอเมริกา

ในวาระดังกล่าว ยังมีการจัดพิมพ์หนังสือถึง 2 เล่ม ได้แก่ ธรรมนีติ 100 ปี ชาตกาล พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท ลิ้มศิริชัย) หลวงเตี่ย ผลงานแปล โดย พระเทพวัชราจารย์ (เทียบ มาลัย สิริญาโณ ป.ธ.9 M.A. PhD. รศ.ดร.) หรือเจ้าคุณเทียบ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน รองเจ้าคณะภาค 5 ผู้ช่วยแม่กองบาลีสนามหลวง ผู้อำนวยการสถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อีกทั้ง สมุดภาพ 100 ปี ชาตกาล พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท ลิ้มศิริชัย) หลวงเตี่ย ซึ่ง คณะกรรมการมูลนิธิพระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) หลวงเตี่ย เห็นพ้องให้จัดพิมพ์โดยรวบรวมรูปภาพเก่าและใหม่เป็นคลังภาพ เรียงลำดับตามกาลานุกรม เป็น 10 ช่วงชีวิต หรือ 10 ศตวรรษตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ อีกทั้งประมวลเหตุการณ์หลังมรณภาพมาจนถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567

ในช่วงต้นของหนังสือทั้ง 2 เล่ม ปรากฏถ้อยคำของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ความตอนหนึ่งว่า

พระเทพวัชราจารย์ ‘เจ้าคุณเทียบ’ ในขบวนอัญเชิญอัฐิ ‘หลวงเตี่ย’ จากหอประชุมสงฆ์ น.16 สู่พระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ

‘ท่านเจ้าคุณ พระธรรมราชานุวัตร (หลวงเตี่ย) อดีตเลขานุการในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถร) เป็นพระเถระที่ข้าพเจ้าเคารพนับถือ มีปฏิปทาใช้ธรรมปัญญาร่วมสนองงานการพระศาสนาทั้งในประเทศ และนานาอารยประเทศ

งานประวัติศาสตร์สำคัญ คือ ทำให้เกิดการวางรากฐานพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทไทย ณ วัดไทยลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในมหานครนิวยอร์ก นครชิคาโก และขยายไปทั่วทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา ในนามของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทย สืบมาถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญทางพระพุทธศาสนาตลอดไป

ในวาระ 100 ปีชาตกาลนี้ อนุสรณ์แห่งชีวิตประจักษ์ชัดในสังฆมณฑลและมหาสมาคมของพุทธบริษัท เพราะกตัญญุตาธรรม (รู้บุญคุณท่าน) และกตเวทิตาธรรม (ตอบแทนคุณท่าน) อันเป็นชั้นภูมิของคนดีบ่งชี้ความสามัคคีของศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ มีกุศลสมานฉันท์ร่วมกันประกาศเกียรติคุณ บูชาพระคุณท่านให้ปรากฏแผ่ไพศาลเป็นเนติแบบอย่างแก่อนุชน’

หนังสือสุทธิ สามเณร ‘ฮั้ว’ (หว่องฮั้ว) นามเดิมก่อนเปลี่ยนเป็น ‘กมล’

นักการศึกษา นักปกครอง
มองทุกมุม ฟังความทุกด้าน

ด้าน พระเทพวัชราจารย์ หรือ ‘เจ้าคุณเทียบ’ ลูกศิษย์หลวงเตี่ย บอกเล่าเกร็ดชีวิต ความประทับใจที่ได้ ‘พึ่งใบบุญ’ ตั้งแต่ครั้งยังเป็น ‘พระหนุ่ม’ ไว้ในเล่ม ‘ธรรมนีติ’ ความตอนหนึ่งว่า

‘เมื่อปี 2525 ข้าพเจ้าได้มาอยู่กับท่าน ศิษยานุศิษย์เรียกหลวงเตี่ยว่าท่าน มาเรียกหลวงเตี่ยตามญาติโยมภายหลัง

เมื่อพบท่านวันแรกเมื่อมาอยู่วัดพระเชตุพน คำถามแรกท่านถามว่า

แกสูบบุหรี่เปล่า ข้าพเจ้าตอบว่า ไม่สูบบุหรี่ ท่านบอกว่า ข้าฯ ไม่ชอบคนสูบบุหรี่ ท่านให้ข้าพเจ้าไปอยู่ น.23 กับพระวิเชียรธรรมคุณาธาร (พระเทพมงคลวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มาฉันกับท่านที่คณะ น.16

สนทนาธรรมในรายการพุทธประทีป หนึ่งในงานเผยแผ่พุทธศาสนาตราบชั่วชีวิต

สมัยนั้นมีพระภิกษุสามเณรและเด็กวัดน่าจะ 60-70 ชีวิตที่ท่านเลี้ยงดูพวกเรา ได้มาพึ่งใบบุญท่านตั้งแต่ปี 2525-2545 เป็นเวลา 20 ปีที่ได้อยู่รับใช้ท่าน…

ชีวิตของข้าพเจ้าถือว่ามียอดกัลยาณมิตร คือ ครูบาอาจารย์ที่ได้อยู่รับใช้ ท่านสอนโดยกระทำให้ดูบ้าง และการสั่งสอนบ้าง

หลวงเตี่ยเป็นพระนักการศึกษา ชีวิตท่านอยู่กับการสอนหนังสือ โดยเฉพาะเด็กตามโรงเรียนต่างๆ

ก่อนจะเข้าโรงพยาบาลก็จะไปสอนหนังสือที่ห้องเรียนวัดพิกุลทอง สิงห์บุรี ข้าพเจ้าพอได้เชื้อจากท่านบ้าง

นอกจากนั้น ท่านยังเป็นนักปกครอง เป็นเจ้าคณะภาค 3, 14 และเป็นหัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแอนเจลิสรูปที่ 3

ยังจำได้ว่ามีคนมาฟ้องเจ้าอาวาสรูปหนึ่งที่อำเภอบางปลาม้า สุพรรณบุรี

เรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน ท่านเรียกข้าพเจ้าไปให้เงินเป็นค่ารถ บอกว่า แกไปสืบให้ข้าฯ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ท่านไม่เชื่อโยมอย่างเดียว ต้องฟังทั้งสองฝ่าย
สรุปแล้ว เจ้าอาวาสไม่ผิด มี 2 ฝ่าย ฝ่ายชอบเจ้าอาวาสกับไม่ชอบเจ้าอาวาสทะเลาะกัน ทำให้ข้าพเจ้าได้แนวทางการปกครองคณะสงฆ์ ข้าพเจ้าอยู่ในสมณเพศทุกวันนี้ได้อาศัยบารมีของท่านคุ้มครองดูแลรักษา ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม’

เมื่อครั้งเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6

กตัญญูกตเวที ‘ปฐมบทแห่งความเป็นมนุษย์’
ย้อนบทบาท ทอดกายทิ้งชีวิต ทิฏฐานุคติชนรุ่นหลัง

สำหรับคุณูปการของ ‘หลวงเตี่ย’ จากมุมมองของ คณะกรรมการมูลนิธิพระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) หลวงเตี่ย ตามที่ปรากฏในคำนำของสมุดภาพ 100 ปี ชาตกาล ความตอนหนึ่ง ดังนี้

‘….ความกตัญญูกตเวทีซึ่งหลวงเตี่ยสอน เป็นปฐมบทแห่งความเป็นมนุษย์ที่แปลว่าเป็นเผ่าพันธุ์ของพระมนู ผู้มีจิตใจสูง และประเสริฐกว่าสัตว์ต่างๆ ในโลกนี้ ศิษยานุศิษย์ต่างภาคภูมิใจในความเป็นหลวงเตี่ยที่ได้สร้างหิตานุหิตประโยชน์เป็นอเนกมหาศาลต่อพระพุทธศาสนาเถรวาท ต่อชาวไทย และต่อชาวโลก โดยเฉพาะสังคมอเมริกา

เมื่อย้อนมองดูสมุดภาพอย่างพินิจพิเคราะห์ สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นการทำงานจริงจัง และเป็นระบบของพระธรรมราชานุวัตร หลวงเตี่ย ความสำเร็จของผลงานที่ได้สร้างสรรค์ไว้ เช่น งานอบรมบาลีก่อนสอบ ณ วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม และวัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 เป็นต้นมา

ครั้งสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ครูที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 6 สิงหาคม พ.ศ.2545

ยิ่งได้ดูบทบาทสำคัญของงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ในช่วงที่หลวงเตี่ยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแอนเจลิส จะเห็นพัฒนาการที่โดดเด่น ต่อเนื่อง และความเจริญเติบโตเป็นรูปธรรมที่จับต้องสัมผัสได้อย่างไม่มีใครปฏิเสธได้เลย

…..การเจริญเติบโตของวัดไทยในต่างประเทศ มีวัดไทยลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นต้นแบบของวัดไทยในต่างประเทศ ก็อาศัยหลวงเตี่ยซึ่งเป็นผู้บุกเบิกสร้างวัด

แทบจะทอดกายทิ้งชีวิตไว้ในต่างแดน ดังจะเห็นว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 หลวงเตี่ยเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจและจำพรรษาที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก และเดินทางไปๆ มาๆ ที่กาลกลางวันเป็นกลางคืน และกลางคืนเป็นกลางวัน ….

ความสำเร็จของงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ และบทบาทของวัดพระเชตุพนที่มีต่องานต่างประเทศ เกี่ยวสานสัมพันธ์กับคนต่างศาสนา ดังที่สมเด็จพระวันรัต (ต่อมา สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 วัดพระเชตุพน 30 มีนาคม 2439-7 ธันวาคม 2516) เดินทางไปเยือนสำนักวาติกัน เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน ตั้งแต่วันนั้น จนมาถึงปัจจุบันนี้

ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแรงขับเคลื่อนสำคัญที่หลวงเตี่ยได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เป็นทิฏฐานุคติให้ชนรุ่นหลังได้ถือเป็นแบบอย่างสืบต่อไป’

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

78 ปีแห่งชีวิต 57 พรรษาในร่มกาสาวพัสตร์
พระธรรมราชานุวัตร ‘หลวงเตี่ย’

พระธรรมราชานุวัตร ฉายา โกวิโท

เกิดเมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2467 ณ ตำบลบางแขม นครปฐม

เป็นบุตรของนายอ่อง และนางหมา ลิ้มศิริชัย

บรรพชาเมื่อ 12 กรกฎาคม 2480 ที่วัดห้วยจรเข้ นครปฐม โดยมีพระครูอุตตรการบดี (สุข) วัดห้วยจรเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษา ณ วัดพระงาม นครปฐม

อุปสมบท 17 มิถุนายน 2487 ณ วัดพระงาม นครปฐม โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (เผื่อน ติสสทตโต) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพน เป็นพระอุปัชฌาย์

จำพรรษาและเล่าเรียนบาลีที่วัดโพธิ์ สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ในปี พ.ศ.2497 และสอบเทียบประโยคเตรียมอุดมศึกษา (ม.8) และสอบประโยคครู พ.ฒ. ได้

ในยุคที่บ้านเมืองเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำให้วงการสงฆ์ต้องอนุวัตตามฝ่ายบ้านเมือง โดยยกเลิก พ.ร.บ.ลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ.121 (พ.ศ.2445) แล้วประกาศใช้ พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2484 แทน

สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน) ได้รับการแต่งตั้งเป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง และหลวงเตี่ยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ

ภายหลังสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) หรือสมเด็จป๋า ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการเจ้าอาวาส, เลขานุการสังฆมนตรีว่าการองค์การสาธารณูปการ และสังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่ตามลำดับ

เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับ พ.ศ.2505 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ก่อนได้เป็นเจ้าคณะภาค 14, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ และเจ้าคณะภาค 3 ดูแลคณะสงฆ์ใน จ.ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ตามลำดับ

ลำดับสมณศักดิ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะที่พระรัตนเวที, พระราชโมลี, พระเทพโสภณ และพระธรรมราชานุวัตร ตามลำดับ

มีงานด้านการประพันธ์ โดยเป็นผู้เรียบเรียงพระประวัติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส, ประวัติวัดพระเชตุพนฯ, ประวัติพระพุทธรูปประจำวันเกิด ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังเรียบเรียง ‘วัดของเรา’ เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมชุดพระพุทธศาสนาและจริยธรรม ระดับมัธยมศึกษาของกรมวิชาการ

งานที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุด คือ เป็นผู้บุกเบิกการสร้างวัดไทยในลอสแอนเจลิส

ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

มรณภาพเมื่อจันทร์ที่ 2 กันยายน 2545 เวลา 16.04 น. ณ ตึกอัษฎางค์ โรงพยาบาลศิริราชด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต และโรคแทรกซ้อน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สิริอายุได้ 78 ปี 3 เดือน 25 วัน 57 พรรษา

(ข้อมูลส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ ‘พระเครื่อง’ หนังสือพิมพ์ข่าวสด)