แลนดิ้งไทยแล้วไงต่อ? ‘โกลเด้นบอย’ ต้องเมือบ้าน เช็กอินอีสาน กลับแผ่นดินแม่

คิวยาวเฟื้อยออกนอกประตูห้องศิลปะลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อย่างไม่น่าแปลกใจ
เพียง 4 วัน นับจากปฐมฤกษ์เปิดม่านให้ประชาชนเข้าชม ‘โกลเด้นบอย’ ทำสถิติเฉียดหมื่น
ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ถึงความล้ำเลอค่าทั้งในเชิงความงาม และมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย ของเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาค และของมวลมนุษยชาติ
ทว่า นอกเหนือจากข้อถกเถียงเชิงวิชาการว่า โกลเด้นบอย คือใคร พระศิวะ, พระเจ้าชัยวรมันที่ 6, พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 หรืออื่นใด? ยังมีคำถามสำคัญที่ชวนให้สังคมร่วมขบคิด นั่นคือ อนาคตของโกลเด้นบอยจะต้องสถิตอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครจากนี้สืบไปเมื่อหน้า หรือควรจะนิวัติคืนกลับสู่บ้านเกิด ณ แว่นแคว้นแดนอีสาน ละหานทราย บุรีรัมย์ อันเป็นที่ตั้งของ ปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา จุดที่ชาวบ้านขุดพบก่อนขายฝรั่งเมื่อราว 50 ปีก่อน กระทั่งไปจัดแสดงยัง พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน หรือ ‘เดอะเมท’
สหรัฐอเมริกา ที่ประสานส่งคืนหลังพบว่าเป็นโบราณวัตถุที่พัวพันกับขบวนการลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมาย
จ้องศึกษาลึก ‘วิทยาศาสตร์’
เหตุผลกรมศิลป์ ‘พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร’ เหมาะสุด
ย้อนกลับไปในวันแถลงข่าวรับมอบ เมื่อ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เผยต่อสื่อว่า ‘ยังไม่มีแผนเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น’ รวมถึงการสร้างองค์จำลอง
ตัดภาพมาในวันรุ่งขึ้น 22 พฤษภาคม วันแรกของการเปิดให้เข้าชม พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิล ปากร ย้ำว่า จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพราะนอกจากจัดแสดงแล้ว ยังจะมีการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการหล่อ และความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ที่เราอาจยังไม่รู้
“เป็นการศึกษาที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษาของกรมศิลปากร ซึ่งที่กรุงเทพฯ มีความพร้อม” อธิบดีกรมศิลป์แจงเหตุผล
หากขยายความตามคำกล่าวข้างต้น คือ กรมศิลปากร มีหน่วยงานที่ชื่อว่า กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ อยู่ภายใต้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อีกทั้งเร็วๆ นี้ ไม่เกินปี 68 ยังจ่อแกรนด์โอเพนนิ่ง ‘ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์’ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ใช้สอยรวม 11,011 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารหลัก 2 หลัง คือ อาคาร 4 ชั้น สำหรับปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และอาคารสำหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้น้ำ
มุ่งหวังดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ด้วยอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถตรวจสอบหาค่าอายุของโบราณวัตถุอย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมศิลป์ แง้มช่องน้อยๆ ทิ้งไว้ว่า สำหรับ ‘การนำไปจัดแสดงที่อื่น จะคุยเพื่อหารือกันต่อไป’ แต่ไม่ว่าจะจัดแสดงที่ใดก็ตาม จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่จากการโจรกรรมเท่านั้น แต่จะต้องปลอดภัยในลักษณะมาตรฐานของพิพิธภัณฑ์ แสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น ต้องได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม
ทั้งยังบอกด้วยว่า เข้าใจว่าประชาชนทั่วประเทศอยากเดินทางมาดู ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีความเหมาะสมที่สุด และยังสามารถเปรียบเทียบกับประติมากรรมอื่นๆ ที่ร่วมสมัยในพิพิธภัณฑ์ได้

คงดีถ้าได้กลับ ‘บุรีรัมย์’
ประชาชนเชื่อมั่น พิพิธภัณฑ์ ‘แห่งชาติ’ มาตรฐาน (ต้อง) ไม่ต่าง’
จากถ้อยคำของบุคลากร ‘ภาครัฐ’ มาฟังคอมเมนต์จาก ‘ภาคประชาชน’ ผู้เข้ายลโฉมโกลเด้นบอยกันบ้าง
เจตพร ค้าทวี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล่าว่า ปกติมาเยี่ยมมาเยือนพิพิธภัณฑ์ฯ พระนครเป็นประจำ แต่รอบนี้ตั้งใจพุ่งชมโกลเด้นบอยทันทีที่รู้ว่าได้คืน สำหรับประเด็นที่ว่า ควรนำกลับไปจัดแสดงที่ถิ่นฐานเดิมหรือไม่นั้น แล้วแต่ทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา แต่คงดีถ้าได้กลับบุรีรัมย์
“คงจะเป็นเรื่องที่ดีหากนำกลับไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะคนในพื้นที่จะได้รับชมได้ง่าย ไม่ต้องเดินทางมาไกลถึงกรุงเทพฯ และจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดด้วย แต่ถ้าหากมีการส่งกลับคืนจริงๆ อยากให้ดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ทางพิพิธภัณฑ์ที่รับกลับไปจะสามารถดูแลได้ไหม ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย และการรักษาสภาพของรูปหล่อสำริด” นักศึกษาวิศวะกล่าว
ขณะที่ วุฒิชัย สายรัตน์ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเกาะติดข่าวโกลเด้นบอยมาเกือบปี มองว่า ถ้าสามารถนำกลับไปอยู่ที่ถิ่นฐานเดิมได้คงเป็นเรื่องที่ดี โดยเชื่อว่ามาตรฐานของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไม่ว่า พระนครหรือพนมรุ้ง ต้องทำได้ดี
“การจัดแสดงที่ถิ่นฐานเดิม ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการเก็บรักษา ซึ่งถ้าอยู่ในมือของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะกลับไปอยู่ที่บุรีรัมย์ หรือที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ต่างกัน เพราะว่ามาตรฐานการรักษาของพิพิธภัณฑสถานต้องทำได้ดีอยู่แล้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่าการนำโกลเด้นบอยกลับบุรีรัมย์จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ เชื่อว่าคนในประเทศที่สนใจจะเดินทางไปตามหาโกลเด้นบอยที่ถิ่นฐานเดิมด้วย”
สมภพ พรหมโชติกุล นักจัดการความรู้ ผู้สงวนชื่อองค์กรสถานที่ทำงาน แต่สวมเสื้อโปโลลาย ‘คนกบแดง’ และเล่าว่า สำนักงานอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร มองว่า หากนำโบราณวัตถุต่างๆ ที่ได้รับคืนมา กลับไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติตามถิ่นกำเนิด จะสามารถเป็นแหล่งค้นคว้า เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อีกทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ ได้ด้วย
ส่วน เฉลิมพล พันธ์บัว ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต นนทบุรี ที่ยืนชมโกลเด้นบอยด้วยความปลื้มใจในความงดงามทรงคุณค่า มีความเห็นว่า ‘แล้วแต่กรมศิลปากรจะพิจารณา’
“สิ่งที่สำคัญคือการให้ โกลเด้นบอย ได้อยู่ในประเทศไทย ไม่สำคัญว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ไหน ขอให้อยู่ในประเทศเพื่อให้คนไทยได้ศึกษา เพราะนี่คือสมบัติของชาติของเรา” ผอ.โรงเรียนที่กระซิบว่าเป็นอดีตครูสังคมฯ เผยมุมมอง
สำหรับพิพิธภัณฑสถาน ‘แห่งชาติ’ ที่ใกล้แหล่งขุดพบโกลเด้นบอยมากที่สุด คือ ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย’ จังหวัดนครราชสีมา และ ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์’ ในขณะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แม้มีอุทยานประวัติศาสตร์ พนมรุ้ง และโบราณสถานมากมาย โดยประเด็นนี้ กลุ่ม ‘สำนึก 300 องค์’ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกผลักดัน ‘ทวงคืน’ โบราณวัตถุไทยในต่างแดน ตั้งแต่ พ.ศ.2559 โดยมุ่งเป้าไปที่ประติมากรรมสำริดกลุ่ม ‘ประโคนชัย’ เคยตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้
จัดตั้ง แต่ไม่เป็นผล

ขอจำลองไว้ที่เดิม
ท้องถิ่น ‘เดาได้’ ว่า (ยัง) ไม่อาจ ‘เมือบ้าน’
ตัดภาพไปยังพื้นที่อำเภอละหานทราย บุรีรัมย์ ซึ่ง ปราโมทย์ มูระคา นายกเทศมนตรีตำบลตาจง ที่ตั้งของปราสาทบ้านยางโป่งสะเดาจุดเกิดเหตุ เผยว่า ชาวบ้านเรียกร้องอยากเห็น โกลเด้นบอย มาตั้งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและของอำเภอละหานทราย จึงเตรียมสร้างโกลเด้นบอยจำลองเท่ากับองค์จริง แล้วเอามาประดิษฐานไว้ที่เดิม
“ตอนนี้ประสานช่างไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะสร้างฐานให้เหมาะสม มีคุณค่า และจะมีการทำพิธีบวงสรวงให้ชาวบ้านร่วมด้วย เพื่อให้เป็นที่สักการะในชุมชน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูสถานที่จริง ก็สามารถจินตนาการไปด้วยได้” นายกเทศมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ ในเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ต่อนักข่าวภูมิภาค มีถ้อยคำน่าสนใจที่สะท้อนให้เห็นมุมมองของภาคประชาชน ความว่า
“หลังทราบข่าวว่าจะได้โกลเด้นบอยคืนได้เชิญชาวบ้านที่สนใจมาคุยกันแล้วหลายรอบ โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอละหานทราย และชาวบ้านบ้านยางโป่งสะเดา ซึ่งมี 2 หมู่
“และ พอเดาได้ว่า จะนำโกลเด้นบอยเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชาวบ้านจึงอยากสร้างโกลเด้นบอยจำลองเท่ากับองค์จริงแล้วเอามาประดิษฐานไว้ที่เดิม”
ด้านอธิบดีกรมศิลป์ เผยว่า อยากให้ติดต่อมาทางกรมศิลปากรเพื่อพูดคุยรายละเอียดการหล่อรูปสำริดตามองค์จริง และเข้าหารือเรื่องความเหมาะสม
“ตามกฎหมายแล้ว กรมศิลปากรจะมีรายชื่อพระพุทธรูปที่ไม่สามารถจำลองให้เหมือนจริงได้ เช่น พระแก้วมรกต แต่สำหรับโกลเด้นบอย ยังไม่ได้อยู่ในบัญชีห้ามสร้าง เพราะเพิ่งได้รับมอบกลับมา หากมีการจำลองเกิดขึ้นจริง และมีคำถามว่าขัดต่อตัวบทกฎหมายหรือไม่ คงต้องตอบว่า ไม่ เพียงแต่อยากจะให้ติดต่อเข้ามาพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมเท่านั้น”

(ภาพจาก ‘ข่าวสด’)
ฝากรัฐบาลเศรษฐา ‘ถ้าจริงจังอย่างจริงใจ’
ต้องเร่งคืน ‘ละหานทราย’
ปิดท้ายรวบตึงด้วยความเห็นของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ที่เผ็ชชชชร้อน ไม่มีแผ่ว ฟันธงตรงไปตรงมาไม่มีเล่นสำนวน ว่า โกลเด้นบอย ควรกลับถิ่นกำเนิด บ้านยางโป่งสะเดา ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่ต้องจำลอง ปรากฏในข้อเขียนที่ซัดรัวส่งทีม ‘มติชนออนไลน์’ อัพขึ้นเว็บไซต์อย่างไว ตั้งแต่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า โครงสร้างรัฐราชการรวบอำนาจรวมศูนย์ที่สืบเนื่องยาวนาน ทำให้ข้าราชการประจำไม่คิดคืนโกลเด้นบอยให้ถิ่นกำเนิดด้วยข้ออ้างสารพัด ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อพบโบราณวัตถุจากท้องถิ่นที่ชนชั้นนำคิดว่าสำคัญต่อชนชั้นของตนและบริวาร โดยเฉพาะอ้างความปลอดภัย ทั้งๆ ป้องกันได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ซึ่งก้าวหน้ามากใครๆ ก็รู้
อย่าว่าแต่กลับอีสานแล้วอยู่แค่พิพิธภัณฑ์ ‘แห่งชาติ’ สุจิตต์ คิดล้ำแนะคืนละหานทราย
คอลัมนิสต์ ไม่ติดกระดุมตลอดหลายปีที่ชาวเน็ตคุ้นหน้าในรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ยังฝากถึงรัฐบาลว่า ถ้าจริงจังอย่างจริงใจต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ก็ต้องเร่งคืนโกลเด้นบอยให้อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมจัดงบประมาณสร้างอาคารสถานที่ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยสร้างความปลอดภัยและป้องกันอย่างแข็งแรง
“รัฐบาลอย่าปล่อยให้ข้าราชการประจำวางตนเป็นนายแสดงอำนาจบาตรใหญ่เรื่องโกลเด้นบอยว่าต้องเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เนื่องจากต้องศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพราะแท้จริงแล้วจะศึกษาข้อมูลอะไรๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องยึดครองด้วยการสร้างอาณานิคมภายใน
ทางที่ดีที่ถูกที่ควรต้องนอบน้อมถ่อมตนและเคารพความเท่าเทียม ก็คืออธิบายความจำเป็นว่าจัดแสดงชั่วคราวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อรอเวลาปรึกษาหารือกับท้องถิ่นว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อคืนสู่ถิ่นกำเนิดอย่างปลอดภัย ซึ่งท้องถิ่นปรารถนาให้คืนถิ่นกำเนิดอยู่แล้ว จึงร่วมกันสร้างศาลตายายไว้บริเวณที่พบโกลเด้นบอย” สุจิตต์ จัดจุกๆ คอมเมนต์เชิงรุกดังเช่นที่เคยเป็นมา
อาจไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ แต่ท้ายที่สุด การคืนท้องถิ่นควรเป็นคำตอบสุดท้ายที่ต้องตั้งไว้เป็นเป้าหมาย ไม่ใช่หวงห้ามในนามของความปรารถนาดี
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร
เตชิต เสาะแสวง

