อาศรมมิวสิก : ประลองดนตรีเยาวชน 6 วง รอบสุดท้าย ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล

9.06.24 | 11:29 น.
วงพิชชโลห์ จากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ประลองดนตรีเยาวชน 6 วง รอบสุดท้าย
ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล

วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา (Thai Symphony Orchestra) ขึ้นไปแสดงที่พาสาน เกาะยม บริเวณปลายแหลมปากแม่น้ำโพ นครสวรรค์ ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2567 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. ครึ่งแรกเป็นการประลองดนตรีวงเยาวชนคนเก่งระดับอุดมศึกษา รอบสุดท้าย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลเป็นทุนการศึกษา

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดำเนินการโดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เห็นความสำคัญของพลังเยาวชนและพลังของเสียงดนตรี ได้สนับสนุนโครงการจัดประลองวงเยาวชนคนเก่งสมาชิกวง 2-5 คน มีอายุระหว่าง 15-25 ปี ในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ได้จัดประลองกันตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2567 มีวงเยาวชนคนเก่งสมัครเข้าร่วมโครงการ 24 วง ผ่านการคัดเลือกรอบแรก 11 วง เข้าสู่การประลองรอบที่สอง ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

จุดเด่นและความก้าวล้ำของการประลองดนตรีวงเยาวชนคนเก่งคือ ในรอบที่สาม ทั้ง 6 วง จะได้แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ครั้งแรกที่วงเยาวชนคนเก่งได้ร่วมแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่วัดกุฎีดาว เมืองอโยธยา พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ครั้งนั้น บทเพลงทั้ง 6 เพลง ถูกเรียบเรียงขึ้นเพื่อบรรเลงโดย พันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ คณะกรรมการตัดสินได้เก็บคะแนนเอาไว้ เพื่อจะนำไปรวมกับการประลองในครั้งสุดท้ายที่พาสาน ปากแม่น้ำโพ ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศ ครั้งนี้ บทเพลงทั้ง 6 เพลง ได้ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่โดย ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล เพื่อให้วงเยาวชนคนเก่งได้ร่วมแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราอีกรอบหนึ่ง คณะกรรมการตัดสินก็จะนำคะแนนที่เก็บเอาไว้มารวมกัน เพื่อตัดสินเป็นรอบสุดท้าย

การนำวงเยาวชนคนเก่งมาห่อด้วยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา เป็นวิธีการใหม่เพื่อจะกระตุ้นช่วยพัฒนาให้การประลองดนตรีแตกต่างไปจากการจัดประกวดในอดีต เป็นการพัฒนาให้นักดนตรีมีประสบการณ์ใหม่ในโอกาสที่ร่วมแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ประหนึ่ง “ห่อหมกหรือข้าวหลาม” วงเยาวชนคนเก่งเปรียบกับเนื้อห่อหมกหรือเนื้อข้าวหลาม ส่วนวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราทำหน้าที่เหมือนกับใบตองหรือไม้ไผ่ที่ห่อเนื้อไว้

Advertisement

วงเยาวชนคนเก่งทั้ง 6 วง ที่เข้าร่วมประลองกันประกอบด้วย วงแรกชื่อ พิชชโลห์ เป็นวงดนตรีนักศึกษาจากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นวงดนตรีร่วมสมัย เล่นเพลงสมัยใหม่โดยได้นำเครื่องฆ้องเป็นเครื่องดนตรีนำ มีสมาชิก 5 คน ได้แก่ นายภัคนันต์ แจ่มแจ้ง นายธนวัต อภิรักษ์ชัยพร นายภูริพัฒน์ ดิษฐรักงาน นายศรายุทธ รบไว และนายสรณ์สรรค์ เรียบร้อย

 

วงที่สอง วงบ้านแขก จากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นวงดนตรีไทยร่วมสมัย ใช้เครื่องตี เครื่องสี เครื่องเป่า และเครื่องจังหวะ นำเพลงไทยเดิมและไทยสากลประยุกต์เข้าด้วยกัน มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นายกนกศักดิ์ อ่วมเนตร นางสาวนลินี จำปาใด นายกิตติคุณ บุญจริง และนางสาวนภาพร กีโดย

วงที่สาม วง Chicken Wind Quintet จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันที่รวมตัวกันเล่นเป็นวงเครื่องลมไม้ แสดงในรายการต่างๆ เคยได้รับรางวัลมาแล้ว มีสมาชิก 5 คน ได้แก่ นางสาวชญาดา ณ ถลาง นายณัฐพล ทองระอา นายธนภัทร ผู้บำเพ็ญ นางสาวสิรพร จงกล และนายพีรพัฒน์ หัตถี

วงที่สี่ วงศิลป์บรรลือ เป็นนักดนตรีจากจังหวัดเลย เริ่มต้นเป็นนักดนตรีอยู่วงโปงลาง เห็นรายการประลองก็ชวนกันมาร่วมงานยอดฝีมือเยาวชนดนตรี ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าร่วมงานเพื่อหาประสบการณ์บนเวที มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ นายนิชคุณ สิงห์สถิต นายกิตติคุณ ศรีดาแหลม และนายภักดีภูมิ ยูรสูงเนิน

วงที่ห้า วงลวนรินทร์ (ละ-วะ-นะ-ริน) เป็นการรวมตัวของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี นำทำนองเพลงท้องถิ่นมาเรียบเรียงใหม่ ประสมวงที่มีเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีสากล มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นายกรินทร์ ชัยบูรณ์ นางสาววรัญญา ม่วงแจ่ม นายพิศุทธ์ สว่างวัน และนายธนนน ขจรคติมา

วงที่หก วงอุดรถิ่นอีสาน เป็นวงเครื่องสายอีสานของนักศึกษาเอกดนตรีพื้นบ้านอีสาน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประกอบด้วย ขิมอีสาน พิณ แคน ฉิ่ง กลอง มีสมาชิก 5 คน ได้แก่ นายวิทวัส บุราโส นางสาวกมลลักษณ์ ศิลพิพัฒน์ นายกิตติศักดิ์ วงค์หนองแวง นายชัยวัฒน์ วงษาหาราช และนายพงศกร ทาหลง

วงบ้านแขก จากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

วงที่ได้คะแนนชนะเลิศการประลอง จะได้รับถ้วยพระราชทานและเงินรางวัลเป็นทุนการศึกษา 100,000 บาท รางวัลที่สอง ได้รับถ้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เงินทุนการศึกษา 50,000 บาท รางวัลที่สาม ได้รับถ้วยผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เงินทุนการศึกษา 30,000 บาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้รับเงินทุนการศึกษาวงละ 20,000 บาท ยังมีรางวัลขวัญใจของมิตรรักแฟนเพลงเป็นวงที่ชนะใจผู้ชมที่สามารถให้คะแนนในระหว่างการประลอง วงที่มิตรรักแฟนเพลงถูกใจที่สุด จะได้เงินรางวัลทุนการศึกษา 10,000 บาท จากมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข

คณะกรรมการตัดสินการประลองประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์สูง จำนวน 5 ท่าน ซึ่งมี รศ.ดร.สุชาติ แสงทอง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ผศ.ดร.ประยูร ลิ้มสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิลปินแห่งชาติ ผศ.ดร.ทินกร อัตไพบูลย์ มหาวิทยาลัยนครพนม และอาจารย์บฤงคพ วรอุไร วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่

วง Chicken Wind Quintet นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วงศิลป์บรรลือ นักดนตรีจากจังหวัดเลย

รายการแสดงครึ่งหลัง เป็นการเสนอผลงานเพลงนครสวรรค์ โดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา เริ่มด้วยเพลงเมืองแมนแดนสวรรค์ ผลงานการประพันธ์โดย เนียน วิชิตนันท์ ซึ่งเป็นนักดนตรีในวงกองทัพเรือ มีวงดนตรีของตัวเองชื่อ “วงดนตรีเนียน วิชิตนันท์” ได้ล่องเรือขึ้นไปปักหลักเล่นดนตรีอยู่ที่นครสวรรค์ เพลงเมืองแมนแดนสวรรค์ ประพันธ์ขึ้น พ.ศ.2497 เดิมขับร้องโดย สมยศ ทัศนพันธุ์ การแสดงครั้งนี้จะขับร้องโดย วงปล่อยแก่ปากน้ำโพ 60 ชีวิต

มีผลงานเพลงจากงานวิจัยของ รศ.ดร.สุชาติ แสงทอง เป็นเพลงสำเนียงลาว มอญ ญวน จีน แขก ฝรั่ง และไทย ซึ่งเป็นผู้คนที่อาศัยอยู่ในนครสวรรค์ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีผลงานเพลงสมัยใหม่ของศิลปินชาวนครสวรรค์ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ อภิสันต์ ทัศนาญชลี ขับร้องโดยนักร้องชาวนครสวรรค์ มัลลิกา ชมภู กับ อภิชาติ จุมพล ซึ่งเป็นความภูมิใจของชาวนครสวรรค์อย่างยิ่ง

วงลวนรินทร์ นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
วงอุดรถิ่นอีสาน นักศึกษาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ยังมีวงปล่อยแก่ปากน้ำโพ วงปล่อยแก่บุรีรัมย์ และวงปล่อยแก่นครราชสีมา มาร่วมขับร้องเพลงเขมรไล่ควายและเพลงแม่สี วงปล่อยแก่ทั้ง 3 วง อยู่ในโครงการดนตรีพลังบวก ได้มาแสดงร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา โดยมีพันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นผู้ควบคุมวง

การแสดงวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราที่พาสาน ปากน้ำโพครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเทศบาลปากน้ำโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิตรรักแฟนเพลงชาวนครสวรรค์

ดนตรีเป็นศิลปะของหัวใจและเป็นหัวใจของศิลปะทั้งมวล เสียงดนตรีอยู่เหนือปรัชญาและปัญญา และดนตรีสามารถเชื่อมหัวใจคนในสังคมให้สามัคคีกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เสียงดนตรีจะนำความสามัคคีมาสู่ปวงชน และเสียงดนตรีคือพลังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ฮึกเหิมไปข้างหน้า

สุกรี เจริญสุข