วงไทยซิมโฟนีแสดงที่ปากน้ำโพ
ความเปลี่ยนแปลงคือพลังสร้างสรรค์
ความเปลี่ยนแปลงทำให้คนต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด เมืองปากน้ำโพ นครสวรรค์ ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวอยู่ตลอด เปลี่ยนแปลงการขนส่งทางบก เดินเท้า เดินทัพ เดินช้าง เดินม้า มาใช้ทางน้ำ ทางราง ทางถนน ล้วนกระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต การทำมาหากิน กระทบเศรษฐกิจ ทั้งครอบครัวและชุมชนที่อาศัยอยู่ในเมืองปากน้ำโพ
ปากน้ำโพ มาจากชื่อแม่น้ำโพ ชื่อเดิมของแม่น้ำน่าน คลองโพที่อุตรดิตถ์ไหลลงแม่น้ำน่าน กลายเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อยืนที่ปลายแหลมเกาะยม ซ้ายมือจะเป็นแม่น้ำยมและน่าน ขวามือจะเป็นแม่น้ำปิงและวัง เริ่มกิโลเมตรศูนย์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ยาว 372 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสายหลักไหลจากปากน้ำโพ ผ่านอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ลงอ่าวไทยที่ปากน้ำสมุทรปราการ หล่อเลี้ยงชีวิต สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำมาทุกสมัย
นครสวรรค์เป็นที่ราบลุ่ม ปลูกข้าว เป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลผ่านเมืองต่างๆ จากภาคเหนือมารวมกันที่ปากน้ำโพเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แตกสาขาน้อยใหญ่ไปทั่วทิศ ยุคที่แม่น้ำเป็นเส้นทางหลักเพื่อเดินทางติดต่อค้าขาย นครสวรรค์กลายเป็นชุมทางการค้า การขนส่งสินค้า และเป็นที่พักของคนจร
นครสวรรค์เป็นชุมชนโบราณก่อนยุคประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องสู่ยุคทวารวดีและยุคเขมรโบราณ มีเมืองโบราณดงแม่นางเมืองที่บรรพตพิสัย เมืองโบราณโคกไม้เดนที่พยุหะคีรี เมืองโบราณจันเสนที่ตาคลี
สุโขทัยเรียกนครสวรรค์ว่าเมืองพระบาง ติดต่อผ่านแม่น้ำยมที่ไหลรวมกับแม่น้ำน่านที่อำเภอชุมแสง มีรอยพระพุทธบาทที่วัดเขากบในตัวเมืองนครสวรรค์ สมัยอยุธยามีการค้ารุ่งเรือง เมืองพระบางเป็นชุมทางสินค้าของป่าจากภาคเหนือ ล่องลำน้ำเจ้าพระยาลงสู่กรุงศรีอยุธยา นครสวรรค์เป็นเมืองที่รวมไพร่พล จุดหาเสบียง ที่พักทัพทั้งของอยุธยาและทัพพม่า มีผังเมืองพระบางโบราณ อยู่ริมปิงเหนือตลาดปากน้ำโพ
สยามทำสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษเพื่อเปิดการค้าเสรีสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้ข้าวและไม้สักไม่เป็นสินค้าต้องห้าม อังกฤษยึดอินเดียและพม่าทำธุรกิจค้าไม้สัก สัมปทานไม้สักที่ภาคเหนือ มีบริษัทบริติชบอร์เนียวที่เมืองระแหง (ตาก) บริษัทบอมเบย์เบอร์มาที่เมืองแพร่ บริษัทหลุยส์เลียวโนเวนส์อยู่ที่เมืองลำปาง เป็นต้น
พ.ศ.2450-2500 นครสวรรค์เติบโตอย่างคึกคัก เป็นชุมทางการค้า ขายข้าวและไม้สักที่ล่องลงมาจากทางเหนือส่งต่อไปกรุงเทพฯ นครสวรรค์มีท่าเรือ โรงสี โรงเลื่อย โกดังสินค้า เรือข้าว (เอี้ยมจุ๊น) เรือจูง แพซุง เรือเมล์ แพขายสินค้า เรือนแพ ปากน้ำโพกลายเป็นแหล่งประมูลไม้สักที่เหลือจากการส่งออก
ปากน้ำโพดึงดูดผู้คนเข้ามาทำงานทำธุรกิจ พ่อค้าชาวจีน นายห้างฝรั่งทำธุรกิจขนส่งทางน้ำ การค้าไม้ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก คนจีนเป็นช่างฝีมือต่อเรือ ทำงานไม้ คนลาว ไทยใหญ่ พม่าทำการเกษตร คนมอญทำเครื่องปั้นดินเผา ทำนา ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง แขกอินเดียทำการค้าไม้ คนญวนนับถือคริสต์อาศัยอยู่บนเกาะญวนต้นน้ำ ปลูกผักจับปลา เมื่อน้ำท่วมได้ย้ายมาอยู่ในเมือง สร้างโบสถ์ชุมชนใหม่ใกล้โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ แขกมุสลิมจากปากีสถานและบังกลาเทศ ทำร้านอาหาร เลี้ยงสัตว์ แขกอินเดียค้าขายในตลาด ร้านขายผ้า ลาวโซ่งหรือไทยทรงดำเข้ามาทำงานเกษตร

การสร้างทางรถไฟสายเหนือจากกรุงเทพฯ ถึงปากน้ำโพ ใช้แรงงานจีนทำงาน สถานีรถไฟปากน้ำโพเป็นสถานีปลายทางสายเหนือ 16 ปี เมื่อทางรถไฟสร้างต่อถึงลำปางและถึงเชียงใหม่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2465 ทำให้นครสวรรค์ถูกลดความสำคัญลง จากฐานะเมืองท่าปลายทาง กลายเป็นเมืองทางผ่าน
พ.ศ.2500 เส้นทางการขนส่งเปลี่ยนไป มีถนนใหญ่ขนรถ ชาวนครสวรรค์เดินทางสะดวกขึ้น พ่อค้านักเดินทางยังแวะพักที่นครสวรรค์ การขนส่งทางน้ำที่เคยสร้างความเจริญให้นครสวรรค์ถูกกระทบ การสร้างเขื่อนเจ้าพระยา การยุติสัมปทานป่าไม้ต่างชาติ ระบบชลประทานจากเขื่อนเจ้าพระยาช่วยให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ทำให้ชาวนครสวรรค์สร้างตัวเป็นพ่อค้าคนกลาง ต่อลมหายใจอีกช่วงหนึ่ง

เขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาศึกษามาตั้งแต่ พ.ศ.2445 ลงมือก่อสร้าง พ.ศ.2494 เสร็จในปี พ.ศ.2500 เป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก สร้างที่คุ้งบางกระเบียน ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ผันน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อกันน้ำท่วมเมืองต่างๆ ในพื้นที่ภาคกลาง และใช้พลังน้ำผลิตกระแสไฟฟ้า
ท่าข้าวกำนันทรง (ทรง องค์ชัยวัฒนะ พ.ศ.2476-2563) เป็นท่าข้าวที่ใหญ่ที่สุดในนครสวรรค์ เริ่มจากอำเภอพยุหะคีรี พ.ศ.2508 ย้ายไปปากน้ำโพเพื่อการขนส่งทั้งทางน้ำและทางบก เป็นตลาดกลางค้าข้าวเปลือกแห่งแรกใหญ่ที่สุดของไทย ราคาข้าวเปลือกท่าข้าวกำนันทรงกลายเป็นราคากลางที่ทางการใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกาศวิทยุโทรทัศน์ เมื่อถนนและโรงสีไปถึงท้องถิ่น ชาวนาไม่ต้องขนข้าวเปลือกไปขายที่ท่าข้าว ทั้งมีนโยบายประกันราคาข้าวของรัฐบาล ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นกระทบต่อท่าข้าวกำนันทรงและต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ.2549
ตาคลี นครสวรรค์ เมืองในบทละครสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 มีฐานทัพทหารที่ตาคลี สร้างเมื่อ พ.ศ.2486 ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพทหารญี่ปุ่น

ตาคลีมีชื่อเสียงอีกครั้งในยุคสงครามเวียดนาม ไทยอนุญาตให้กองทัพอเมริกาใช้สนามบินที่ตาคลีเป็นฐานปฏิบัติการ มีสนามบินอุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา และอู่ตะเภา เป็นกองบินขับไล่ มีทหารอเมริกันประจำการหลายพันคน ช่วงปี พ.ศ.2504-2518 ตาคลีเป็นเมืองปลูกข้าวเป็นหลัก เกิดแหล่งเศรษฐกิจใหม่ มีร้านค้า โรงแรม บ้านเช่า เมียเช่า แหล่งบันเทิง และขายบริการ
นครสวรรค์มีบึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ พื้นที่เขตอำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก อำเภอชุมแสง มีพื้นที่กว่า 200 ตารางกิโลเมตร มีสัตว์และพืชน้ำอาศัยอยู่มาก เป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่สำคัญ

โลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยีทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง ถนนกว้างใหญ่หลายช่องทาง มีทางเลี่ยงเมืองไปมาได้รวดเร็ว รถขนส่งคุณภาพดี นครสวรรค์กลายเป็นเส้นทางผ่าน ต้องปรับตัวพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ต่อยอดความชำนาญทางการค้าให้เป็นจุดรับส่งสินค้า การแปรรูปสินค้าเกษตร ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย พัฒนาการท่องเที่ยว สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ขนมโมจิ (ขนมเปี๊ยะนมข้น) สร้างชื่อให้คนรู้จักนครสวรรค์ รถไฟทางคู่ลพบุรี-ปากน้ำโพ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเร็วๆ นี้ เป็นความหวังที่นำโอกาสมาให้นครสวรรค์เพิ่มมากขึ้น
เมื่อมีสายการบินราคาประหยัด ผู้โดยสารขึ้นเหนือล่องใต้สะดวกขึ้น บินผ่านเหนือนครสวรรค์ ยิ่งทำให้ชุมทางสินค้าหลุดไปจากวงจรการเดินทาง แม้จะมีงานตรุษจีนปากน้ำโพที่จัดยิ่งใหญ่ ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ

นครสวรรค์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเส้นทางคมนาคม การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว นครสวรรค์พยายามพัฒนาเมือง พัฒนาคุณภาพการศึกษาตั้งแต่เด็กเล็กถึงระดับอุดมศึกษา สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างแหล่งเรียนรู้ สร้างสวนสาธารณะ สร้างสนามกีฬา ปรับปรุงวัดและศาลเจ้า การพัฒนาคลองญวนให้เป็นแหล่งบำบัดน้ำเสีย พัฒนาแหลมเกาะยมจุดต้นน้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ ชื่อพาสาน มีทางเดินชมแม่น้ำสองสี ชมทัศนียภาพ ออกแบบเป็นอาคารสมัยใหม่ล้อไปกับสายน้ำ ซึ่งเป็นความพยายามของชาวนครสวรรค์เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมและสร้างเมืองนครสวรรค์ให้น่าอยู่
วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา แสดงที่พาสาน ปากน้ำโพ (20 มิถุนายน 2567 เวลา 17.00-20.00 น.) มีเพลงสะท้อนวิถีชีวิตชาวนครสวรรค์ เมืองแมนแดนสวรรค์ เพลงสำเนียงไทย มอญ แขก จีน ฝรั่ง ลาว ญวน และเพลงสมัยใหม่โดยศิลปินนครสวรรค์ มีเพลงสมัยนิยม พบรักที่ปากน้ำโพ ของชลธี ธารทอง ขับร้องโดย หนู มิเตอร์


พลังดนตรีกระตุ้นให้ทุกชีวิตเดินต่อไป ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง มีวงปล่อยแก่ปากน้ำโพ วงปล่อยแก่บุรีรัมย์ วงปล่อยแก่นครราชสีมา รวม 120 ชีวิต ปลุกพลังคนแก่ที่อยู่ในความเงียบให้ออกมาร้องเพลงอย่างสร้างสรรค์ ร้องเพลงแม่สีและเพลงเขมรไล่ควาย ห่อด้วยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา
งานวิจัยวัฒนธรรมดนตรีเพื่อพลังสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ การประลองวงเยาวชนยอดฝีมือ วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราและวงปล่อยแก่ โดยทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส มูลนิธิตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เทศบาลนครนครสวรรค์เป็นเจ้าภาพร่วม เพื่อสร้างกระแสความเปลี่ยนแปลงให้เป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ เกื้อหนุนชีวิตให้ก้าวเดินต่อไป ไม่ต้องรีบแต่อย่าหยุด
สุกรี เจริญสุข

