เปิดแผน ‘ทัวร์ทางน้ำ’ CVTEC โยงชายฝั่ง 3 ประเทศ เกาะช้าง-สีหนุวิลล์-ฟูก๊วก

เปิดแผน ‘ทัวร์ทางน้ำ’ CVTEC
โยงชายฝั่ง 3 ประเทศ
เกาะช้าง-สีหนุวิลล์-ฟูก๊วก

ตราด นับเป็นจังหวัดสำคัญในเชิงภูมิศาสตร์ มากมายด้วยหมู่เกาะที่สำคัญอย่างเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก โดยมีแผนบูรณาการท่องเที่ยวของรัฐบาลในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ เชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบ

นาทีนี้ ภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ต่างเล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในการเชื่อมโยงหมู่เกาะช้าง ประเทศไทย สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม ซึ่งทุกจังหวัดล้วนมีศักยภาพ เดินทางได้อย่างสะดวกทั้งทางรถและทางเรือ จึงถือเป็นเส้นทางแห่งโอกาส ในการทำการตลาดในรูปแบบ 1 Marketing 3 Destination รองรับนักเดินทางคุณภาพและนักธุรกิจไมซ์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

TCEB หรือ Thailand Convention and Exhibition Bureau ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตร ภาครัฐและเอกชนภายในจังหวัดตราด จัดกิจกรรม Cambodia Vietnam Thailand Economic Corridor Cooperation Conference 2024 ขึ้น โดยหน่วยงานภาครัฐและ Potential Buyer จากกัมพูชาและเวียดนาม ที่มองเห็นโอกาสในการทำตลาดไมซ์บนเส้นทาง CVTEC ร่วมเดินทาง
ด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือสีหนุวิลล์-มายังท่าเทียบเรือคลองใหญ่ เพื่อประเดิมเส้นทางนำร่องสู่การเดินเรือเชื่อมโยงเส้นทางตราด-สีหนุวิลล์-ฟูก๊วก

Advertisement

จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เข้าร่วมประชุมนานาชาติ CVTEC ในการหารือข้อตกลงร่วมในการเดินเรือเชื่อมโยงชายฝั่งทะเล 3 ประเทศด้วยกัน อีกทั้งยังเชิญผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมเปิดโต๊ะพรีเซ็นต์ธุรกิจที่พัก ที่โรงแรม ดิ อัยยะปุระ เกาะช้าง จังหวัดตราด ประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

⦁‘ไทย กัมพูชา เวียดนาม’
ยกระดับระเบียงเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 3,100 ล้าน

ภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB เผยว่า ในการประชุมนานาชาติ CVTEC ในครั้งนี้ TCEB เป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีพันธกิจหลักในการเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ จึงได้พัฒนาบทบาทในการเป็นผู้ร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจหรือ Co-creator of business opportunities ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านการจัดงานไมซ์ ซึ่งโครงการประชุมนานาชาติ CVTEC Conference และ CVTEC MICE Business Roadshow 2024 คือภาพสะท้อนบทบาทความร่วมมือ

Advertisement

สำหรับโครงการ CVTEC นั้น เป็นโครงการที่ร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง กับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยง การค้าการลงทุน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวและไมซ์ขึ้นในพื้นที่เส้นทางเชื่อมโยงชายฝั่งทะเลของ 3 ประเทศ อันประกอบด้วย พื้นที่จังหวัดชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ของไทย จังหวัดเกาะกง-สีหนุวิลล์-กำปอด-แกบ ของกัมพูชา และจังหวัดเกียนยาง-
ก่าเมา ของเวียดนาม

สร้างเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูงไปด้วยกัน โดยตั้งเป้าหมายนักเดินทางในเส้นทางเชื่อมโยง CVTEC ภายในปี 2568 ประมาณ 300,000 คน และสร้างรายได้ประมาณ 3,100 ล้านบาท

“ทาง CVTEC มีการทำงานร่วมกันใน 3 ประเทศ มานานแล้ว แต่อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิดไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ในปีนี้ สสปน.ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในส่วนของประเทศกัมพูชาและ
ประเทศเวียดนาม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ยังคงดำเนินการเดินเรืออยู่ในทุกวันนี้ เพื่อที่จะรวบรวม ในการนำเสนอ CVTEC เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดำเนินการที่จะเพิ่มการเดินทางร่วมกัน เกี่ยวข้องทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว ธุรกิจไมซ์ นักธุรกิจที่เดินทางทั้ง 3 ประเทศ อีกทั้งยังสามารถขยายผล เรื่อง International Market มากขึ้น”
ภูริพันธ์อธิบายถึงที่มา

⦁2568 เปิดแน่น ตั้งเป้านักท่องเที่ยวแตะหมื่น
เชื่อ GDP จับมือก้าวกระโดด

จากนั้น ภูริพันธ์ลงรายละเอียดว่า ในเรือโดยสารจำนวน 100 ที่นั่ง จากสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา สามารถเดินทางเข้ามาสู่เกาะช้างได้ ดังนั้นการเดินทางของเราจะมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการวางแผนไว้ สิ้นปี 2567 จะมีการเดินทางเพิ่มมากขึ้นในช่วงไฮซีซั่น อย่างน้อยๆ เริ่มโครงการต้องมีนักท่องเที่ยว จำนวน 10,000 คน ที่เราได้ทำแพลนเอาไว้ และก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นในปี 2568

ในส่วนความพร้อมในการเปิดเส้นทาง ภาคส่วนของทางจังหวัดตราด ที่จะเริ่มเดินทางออกไปสู่สีหนุวิลล์ แกบ กําปอด เกียนยาง ก่าเมา และเกาะฟูก๊วก ถือว่าในภาครัฐพร้อมสนับสนุน มีความพร้อมที่ท่าเรือที่จะทำงานร่วมกัน แน่นอนว่าการทำงานร่วมกันของภาครัฐมีการทำงานอย่างเยอะมาก โดยภาคเอกชนเองก็พร้อมทั้ง 3 ประเทศ ในวันนี้เราได้มีภาคเอกชนของประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ที่เข้ามาร่วมประชุม และร่วมการให้ความคิดเห็น

เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จในส่วนหนึ่ง ซึ่งเราจะต้องทำงานกันต่อ เราต้องทำ MOU ร่วมกันในพื้นที่ โดยทั้ง 3 ประเทศให้ความสำคัญ และให้การสนับสนุนที่เราจะเดินเรือร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ

“เราจะทำงานอย่างหนัก ในปี 2568 ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการเดินทางโดยเรือ ไม่ว่าจะเรือสำราญ เรือเดินทาง โดยหวังว่า ตัวเลขนักเดินทางนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการ
เดินทางโดยเรือจากประเทศสิงคโปร์ จากกลุ่มประเทศอื่นๆ ที่เดินทางเข้ามา ครูซ เกิน 200,000 คน แน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งจะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ ซึ่ง GDP ของทุกประเทศนั้นเพิ่มขึ้นแน่นอน”

⦁สภาอุตฯ-พ่อเมืองตราด หนุนสุดแรง
เชื่อมั่นมนต์เสน่ห์ 3 ชายฝั่งทะเล

ด้าน ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ในนามของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนจาก 3 ประเทศ ร่วมกันผลักดันโครงการความร่วมมือเชื่อมโยงระเบียงชายฝั่งทะเล 3 ประเทศ ไทย กัมพูชา เวียดนาม รองรับนักเดินทางคุณภาพสูง หรือโครงการ CVTEC ในครั้งนี้

“นอกจากเส้นทางแห่งนี้จะเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสมัยใหม่แล้ว เส้นทางดังกล่าว ยังเป็นเส้นทางที่มีเสน่ห์ เพราะยังคงมีธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมถึงยังมีจุดขายต่างๆ อีกมากมายที่ยังคงความบริสุทธิ์ ดังนั้น การเกิดขึ้นของความร่วมมือ เพื่อผลักดันการเดินเรือบนเส้นทาง CVTEC ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสที่สำคัญอันยิ่งใหญ่ ที่พวกเราจะรวมกันผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นผลสำเร็จ” ชำนาญยืนยันหนักแน่น

ขณะที่พ่อเมืองตราด ณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ย้ำว่า จังหวัดตราดถือเป็นจังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับต้นๆ ของไทยอยู่แล้ว การที่จังหวัดยกระดับการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชื่อมโยงหมู่เกาะช้างกับจังหวัดสีหนุวิลล์ และฟูก๊วก ผ่านเส้นทางเดินเรือเส้นทาง CVTEC นั้นถือเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดนักเดินทาง โดยคาดว่าหากการตกลงร่วมกันสำเร็จ และสามารถเปิดเส้นทางเชื่อมโยง 3 ประเทศได้ จะทำรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30%

⦁รองผู้ว่าฯ ‘พระสีหนุ-ก่าเมา’ ขานรับขยายท่องเที่ยว
หวังเกิดการเดินเรือรอบ ‘ปฐมฤกษ์’

จากฝั่งไทย มาฟังมุมมองของ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุ กัมพูชา ลอง ไดเมนเช่ (Mr. Long Dimanche) ที่เผยว่า จังหวัดพระสีหนุ เล็งเห็นโอกาสของการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวคุณภาพสูงบนเส้นทางนี้มานานแล้ว และมีการหารือภายในร่วมกันมาโดยตลอด แต่ในเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงแล้ว การเดินทางต่างๆ ผู้คนมีความมั่นใจในความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น อีกทั้งจังหวัดพระสีหนุ มีการเปิดกว้างรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น การประชุม CVTEC ในครั้งนี้ จึงมั่นใจว่าจะนำไปสู่ความเห็นร่วมกันเพื่อเกิดการเดินเรือรอบปฐมฤกษ์ได้สำเร็จอย่างแน่นอนในเร็วๆ นี้

“แม้ธรรมชาติทางทะเลของกัมพูชาจะมีความเป็นธรรมชาติสูง แต่การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะช้าง ประเทศไทย จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการจาก 2 ประเทศจะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกันได้เป็นอย่างดี” รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุกล่าว

สอดคล้องกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดก่าเมา เหวียน มิน ลูน (Mr. Nguyen Minh Luan) ของเวียดนาม ที่เผยว่า ประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม มีการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกันอยู่แล้ว ดังนั้น หากการประชุมในครั้งนี้นำไปสู่ความสำเร็จ ก็จะเป็นโอกาสอันดีในการเชื่อมโยงให้นักเดินทางคุณภาพชาวกัมพูชา เวียดนาม รวมถึงนักเดินทางคุณภาพจากต่างประเทศ ได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การเดินทางทางทะเลมายังประเทศไทย เกิดเป็นการเดินทางเชื่อมเส้นทาง 3 ประเทศ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

⦁สถิตินักท่องเที่ยวแน่น ถูกใจสาย ‘ทะเล’
คว้าเป้เปิดแมปเช็กอิน หวังเพิ่ม ‘ความถี่การเดินเรือ’

กลับมาที่ไทยแลนด์ ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า ประเทศไทยประกอบไปด้วย ท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จ.ตราด, ท่าเรือบางเบ้า (เกาะช้าง) จ.ตราด ท่าเทียบเรืออ่าวสลัด (เกาะกูด) จ.ตราด, ท่าเรือบ้านด่านใหม่ (เกาะช้าง) จ.ตราด (กำลังดำเนินการ) เป็นต้น ประเทศเวียดนาม ได้แก่ เรือนานาชาติ An Thoi เกาะฟูก๊วก จ.เกียนยาง, ท่าเรือ Ham Ninh เกาะฟูก๊วก จ.เกียนยาง, ท่าเรือ Ha Tien จ.เกียนยาง เป็นต้น และประเทศกัมพูชา ท่าเรือดาราสาคร จ.เกาะกง และท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์ จ.สีหนุวิลล์

โดยสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดตราด จากสถิติมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เขามาท่องเที่ยวเกาะกูด จ.ตราด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566-29 เมษายน 2567 จำนวน 4,603 คน โดยท่าเรือเกาะกูดมีความถี่ในการเทียบท่า 5 ครั้ง ท่าเรือแหลมฉบังความถี่ในการเทียบท่า 42 ครั้ง ท่าเรือสีหนุวิลล์ความถี่ในการเทียบท่า 16 ครั้ง ท่าเรือ An Thoi ฟูก๊วก ความถี่ในการเทียบท่า 2 ครั้ง โดยรวมมีความถี่ในการเทียบท่ามากถึง 65 ครั้ง ซึ่งในปี 2568 จะมีความถี่ในการเทียบท่ามากขึ้นกว่า 87 ครั้งนั่นเอง

โดยมีสถานที่อันสำคัญในประเทศไทย ได้แก่ เกาะช้าง, เกาะรัง, เกาะกูด, เกาะขาม, เกาะหมาก, หาดทรายดำ, จุดชมโลมาอิรวดี, แหลมกลัด, พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย, เขาล้าน, ป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน-แหลมศอก, ป่าชายเลนบ้านท่าระแนะ และตลาดการค้าชายแดน จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เป็นต้น โดยจากสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ในปี 2566 พบนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,607,834 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 255,560 คน โดยรายได้ผู้มาเยือนกว่า 13,719 ล้านบาท

ด้านบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างประเทศกัมพูชา จังหวัดพระสีหนุและเกาะกง ได้แก่ เกาะรง, น้ำตกกบาลชาย, ตลาดพสุธา, วัดเลียบ, ชมเมืองสีหนุวิลล์, Otres Beach, Independence Beach, Serendipity Beach, Koh Yor Beach, Sner Beach, Khun Chhang Khun Phen, Koh Kong Bridge, Ta Tai Waterfall, The Sihanoukville coastline, Wat Leu Temple, Kbal Chhay Waterfalls, Salt Manufacturing, Bokor Hill Station and Kep National Park Kep beach เป็นต้น โดยจากสถิติการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา ในปี 2566 พบนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ 5.45 ล้านคน จังหวัดพระสีหนุ 0.3 ล้านคน สัดส่วนนักท่องเที่ยว สีหนุวิลล์ต่อทั้งประเทศ 6.7%

และถัดไปอีกนิดถึงประเทศเวียดนาม จังหวัดเกียนยาง ได้แก่ เกาะฟูก๊วก Teddy Bear Museum, Urban Park Vinpearl Land, Vinpearl Safari, Pepper Farm, Fish Sauce Factory, Ham Ninh, Pearl Farm, Chua Ho Quoc Pagoda, Coconut Prison and Cable Car, U Minh Thuong National Forest, Phu Quoc Island, U Minh Ha National Park เป็นต้น โดยจากสถิติการท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม พบนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ 12.6 ล้านคน Kien Giang 0.5 ล้านคน สัดส่วนนักท่องเที่ยว Kien Giang ต่อทั้งประเทศ 4%

⦁ส่องสปอตไลต์ ดึงนักท่องเที่ยว ‘คุณภาพสูง’
สู่ตลาดการค้า การลงทุน

ปิดท้ายด้วย คอมเมนต์ของ สุรัชสานุ์ ทองมี สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลางและภาคตะวันออก TCEB ที่ย้ำว่า ในส่วนของการเดินทางภาคตะวันออกเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพมาก โดยเฉพาะเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจทางด้านใต้ที่เชื่อมโยงไปจนถึง ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ในการเชื่อมโยงทางน้ำ
หากเราได้เปิดเส้นทางไมซ์ใหม่ โดยนำนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงทั้งไปและกลับ จะทำให้สามารถขายได้ในเชิงลักษณะ 1 Marketing 3 Destinations

“โครงการ CVTEC ไม่ได้เน้นที่การท่องเที่ยว ยังมีมิติทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในขณะนี้เรากำลังมุงเน้นในกลุ่มศักยภาพนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเข้ามาประชุม หรือการจัดสัมมนา สามารถหาประสบการณ์ใหม่ๆ เส้นทาง ทางน้ำที่เรากำลังจะเปิดในอนาคต จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเปิดประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือว่านักธุรกิจด้วยเช่นกัน” สุรัชสานุ์กล่าว

เน้นย้ำศักยภาพทางทรัพยากรธรรมชาติทั้ง 3 ชายฝั่ง ที่หากทำได้จริง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศได้อย่างแน่นอน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image