วันนี้ 24 มิถุนายน 2567 ครบ 92 ปีเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย นับแต่การอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475
พิพิธภัณฑ์สามัญชน จัดกิจกรรม อ่านออกเสียง อภิวัฒน์สยาม Reading before the dawn of June 24 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ อาคาร All Rise สำนักงาน iLaw เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

โดยนำหนังสือหนังหาของทั้ง 2 ขั้วความคิด ทั้งฝ่ายก้าวหน้าประชาธิปไตย และอนุรักษ์-จารีตนิยม มาเปล่งเสียงดังๆ ให้ฟังร่วมกัน อาทิ ราษฎรปฏิวัติ (2565) ณัฐพล ใจจริง, สายธารประวัติศาสตร์ ประชาธิปไตยไทย (2551) สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น (รวมเล่ม) (2559) ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล, 2475 ราษฎรพลิกแผ่นดิน (2564) นริศ จรัสจรรยาวงศ์, ราษฎรธิปไตย (2562) ศรัญญู เทพสงเคราะห์, กบฏบวรเดช เบื้องแรกปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม 2475 (2559) ณัฐพล ใจจริง, ลาก่อนรัฐธรรมนูญ (2522) ศรีบูรพา, สี่แผ่นดิน (2554) ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
อานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สามัญชน เล่าว่า นอกจากการอ่านหนังสือแล้ว ยังมีการจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับคณะราษฎรที่หายากคือ เหรียญปราบกบฏ และกระดุมฉลองวันชาติ 2484 นอกนั้นจะเป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ เช่น เสื้อเสียดสี เสื้อล้อการเมือง หนังสือประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะของสำนักพิมพ์มติชน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังตั้งวงเสวนา โดย ผศ.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ และ ผศ.สิทธารถ ศรีโคตร อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผศ.สิทธารถกล่าวว่า ชาติในนิยามแต่ละกาลเวลาไม่เหมือนกัน เริ่มแรกเพลงชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 คือ เพลงชาติอังกฤษ God Save The King ต่อมามีการแต่งเพลงสรรเสริญพระบารมี ในรัชกาลที่ 6 หลังจากปฏิวัติสยามในปี 2482 ก็มีเพลงชาติไทย ที่มีเนื้อร้อง มาจนถึงทุกวันนี้
“เพลงเข้าถึงง่าย เปิดทุกวันวันละ 2 รอบ เราเป็นพวกเดียวกันนะ เราเป็นคนไทยกันหมด ภายหลังก็มีการสร้างประวัติศาสตร์ชาติ สัญลักษณ์ชาติร่วมกัน” ผศ.สิทธารถกล่าว
ด้าน ผศ.ศรัญญูกล่าวว่า ประวัติศาสตร์อภิวัฒน์สยาม 2475 ยังมีพื้นที่ให้ได้ศึกษาอีกมาก โดยตนศึกษาเพิ่มผ่านภาพถ่ายในงานวันชาติ 2482-2484 มีบทความลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เดือนมิถุนายน 2567 เรื่องรัฐนาฏกรรมในวันชาติ 2482-2484

“จอมพล ป. เป็นบุคคลมีความลื่นไหล โดยก่อนหน้าสงครามอินโดจีนเป็นนักประชาธิปไตย หลังจากนั้นทำให้จอมพล ป. มีลักษณะอำนาจนิยมมากขึ้น” ผศ.ศรัญญูกล่าว ก่อนย้ำว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่จบ แม้ว่าคณะราษฎรจะไม่อยู่แล้ว แต่บริบทหลังปี 2549 เห็นชัดเจนว่ามีพลังการเมือง ของฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีการชะลอประชาธิปไตย ทำให้กลุ่มที่เคลื่อนไหว เช่น มวลชนคนเสื้อแดงหันไปหาคณะราษฎร และให้ความหมายใหม่ต่างๆ มากขึ้น มีการใช้พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ในการเคลื่อนไหว
“คณะราษฎรในบริบทร่วมสมัย ยังสู้กันในทางอุดมการณ์ช่วงชิงเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์ความทรงจำสูงมาก ซึ่งจะเห็นว่าอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวข้องกับราษฎร วันดีคืนดีก็หายไป ถูกทุบไป แสดงให้เห็นว่าการเมืองเรื่องความทรงจำ ต่อสู้ช่วงชิงความหมายกันอยู่ และการต่อสู้ระหว่างระบอบใหม่กับอุดมการณ์อื่นๆ ที่อยู่ในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดมการณ์อนุรักษนิยม มันสู้กันยังไม่จบ” ผศ.ศรัญญูกล่าว
ปิดท้ายด้วยการเป่าเค้กเฉลิมฉลอง 92 ปี การปฏิวัติสยามท่ามกลางความเห็นต่างที่ยังดำรงอยู่เป็นธรรมดาสามัญ
ศศวัชร์ คมนียวนิช

