วิสาขบูชา ณ บุโรพุทโธ งดงามบนความหลากหลาย ยิ่งใหญ่บนความศรัทธา

3.07.24 | 12:37 น.

วันวิสาขบูชา ถือเป็นหนึ่งในวันที่มีความสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดใดจะพร้อมใจกันมาประกอบพิธีกรรมที่วัด หรือศาสนสถานใกล้บ้านจนเป็นภาพที่เห็นกันจนคุ้นชินตา เราต่างพอทราบกันดีว่างานวันวิสาขบูชาในไทยเป็นอย่างไร และเชื่อว่าชาวพุทธในไทยต้องเคยเข้าร่วมอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มติชน ได้รับโอกาสพิเศษเข้าร่วมทริปวันวิสาขบูชาที่มหาสถูปบุโรพุทโธ พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเมืองมาเกอลัง จังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและพุทธศาสนาโดยองค์การยูเนสโก ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะเกาะติดการจัดพิธีวิสาขบูชาในอินโดนีเซียว่าเป็นอย่างไร มีแง่มุมเรื่องราวที่น่าสนใจแค่ไหน และจะมีความสวยงามมากเพียงใด

พระสงฆ์เดินประทักษิณ ณ ชั้นบนสุดของมหาสถูปบุโรพุทโธ

วิสาขะชวาสยาม

ความเหมือนที่แตกต่าง

ความแตกต่างข้อแรกของงานวันวิสาขบูชาระหว่างไทยและอินโดนีเซียในปีนี้คือ วันวิสาขบูชาไทยจะตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคม แต่อินโดนีเซียจะตรงกับวันที่ 23 พฤษภาคม เพราะตามปฏิทินของอินโดนีเซียแล้ว พระจันทร์จะเต็มดวงที่สุดในคืนวันที่ 23 พฤษภาคม จึงเลื่อนวันวิสาขบูชาในปีนี้ออกไปอีก 1 วัน พิธีวันวิสาขบูชา ณ มหาสถูปบุโรพุทโธจัดขึ้นโดย วาลูบิ (Walubi) หรือสมาคมชาวพุทธแห่งอินโดนีเซีย โดยมีหลายภาคส่วนร่วมจัดงานด้วย อาทิ อินเจอร์นีย์ (InJourney) บริษัทรัฐวิสาหกิจที่คอยดูแลเรื่องภาคการท่องเที่ยว การบริหารสนามบินและโบราณสถานต่างๆ ในอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงบุโรพุทโธด้วย พิธีวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธในปีนี้มาในคำขวัญ Enlightened in Harmony หรือแปลเป็นไทย คือ ตื่นรู้ในบรรสาน ซึ่ง เฮตตี เฮราวาตี ผู้อำนวยการด้านการตลาดและการบริหาร ธุรกิจของอินเจอร์นีย์อธิบายที่มาของคำขวัญในปีนี้ว่ามาจากการอยากให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและเคารพซึ่งกันและกัน แม้แต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน อินโดนีเซีย และบุโรพุทโธมีความพิเศษอยู่ในตัวจากการเป็นพุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่ตั้งอยู่ในประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของสังคมที่มีความหลากหลาย

ขบวนพาเหรดเคลื่อนตัวผ่านหน้ามหาสถูปบุโรพุทโธ

สงฆ์ไทยร่วมขบวน ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่

Advertisement

ในความเป็นญาติพระศาสนา

ทันทีที่เดินทางถึงสนามบินในกรุงจาการ์ตาเพื่อต่อเครื่องบินไปยังเมืองยอกยาการ์ตาก็พอจะรับรู้ได้ทันทีว่าอินโดนีเซียมีการโปรโมตพิธีวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธเช่นกัน สังเกตได้จากป้ายโฆษณาภายในสนามบิน ตามท้องถนนและการโฆษณาในโทรทัศน์ กิจกรรมแรกที่มติชนมีโอกาสเข้าชม คือ การเดินธุดงค์เป็นระยะทาง 80 กิโลเมตรจากวัดแห่งหนึ่งในเมืองเซอมารังและขึ้นไปยังบุโรพุทโธ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม โดยในปีนี้มีพระสงฆ์ราว 40 รูปจากไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เข้าร่วมด้วย พระมหาเถระคำใส สุมโน พระธรรมทูตไทยประจำอินโดนีเซียที่ประจำอยู่ที่วัดไทยในกรุงจาการ์ตาตั้งแต่ปี พ..2542 ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้มีพระไทยร่วมเดินธุดงค์มากถึง 35 รูป และได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวอินโดนีเซียตลอดการเดินธุดงค์ พระสงฆ์ทั้งหมดได้ประกอบพิธีไหว้พระ สวดมนต์ และเดินประทักษิณ 3 รอบที่บริเวณชั้นบนสุดของมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งมีการจำกัดจำนวนผู้สื่อข่าวที่สามารถขึ้นไปทำข่าวด้านบนได้เพราะอยากทำให้พิธีดังกล่าวเป็นไปด้วยความสงบที่สุดและแม้ว่าการเดินธุดงค์นี้จะจัดขึ้นที่อินโดนีเซีย แต่ก็มีพุทธศาสนิกชนจากไทยและแม่ชีหลายรูปเดินทางมาร่วมพิธีกรรมด้วย ซึ่งแม้อากาศที่ร้อนและแดดที่แรงก็ไม่สามารถลบรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาและความอิ่มเอมใจออกไปได้เลยแม้แต่น้อย

งานวันวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธในปีนี้มีความแตกต่างจากการจัดในปีที่แล้วที่มีการจัดงานในรูปแบบที่รื่นเริงกว่า อาทิ มีการจัดเทศกาลดนตรี แต่ในปีนี้จะเน้นไปที่การทำให้พิธีกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และน่าเคารพมากขึ้น เห็นได้จากกิจกรรมที่มีการจัดในบริเวณโดยรอบบุโรพุทโธ อาทิ กิจกรรมที่ชื่อ Nyingma Monlam Chenmo Indonesia จัดขึ้นที่สวนอักโษภยะ ใกล้กับทางขึ้นมหาสถูปบุโรพุทโธ จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม เป็นกิจกรรมที่พระสงฆ์จากอินเดีย ภูฏาน ทิเบต และเนปาลราว 50 รูป พร้อมกับพุทธศาสนิกชนราว 200-300 คน เพื่อสวดมนต์อวยพรให้เกิดความสันติสุขในโลก ตามเดิมพิธีนี้จัดขึ้นที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย แต่นี่ถือเป็นปีที่ 2 ที่กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่อินโดนีเซีย และเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาล Peace and Prosperity แห่งบุโรพุทโธประจำปีครั้งที่ 3 โดยในวันที่ 22 พฤษภาคม มีพิธีลอยประทีปที่แม่น้ำโปรโก ไม่ไกลจากบุโรพุทโธมากนัก เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้เขียนคำอวยพรในกะลาและลอยไปในแม่น้ำเพื่อเป็นสิริมงคลและขอให้คำอวยพรของตนนั้นเป็นจริง สิ่งที่พิเศษในพิธีกรรมดังกล่าวคือจุดที่ปล่อยประทีปอยู่ไม่ไกลจากมัสยิดที่กำลังละหมาด สะท้อนให้เห็นถึงศาสนาที่แตกต่างกันแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข 

ชาวพุทธร่วมพิธีสวดมนต์หมู่อย่างเนืองแน่นกลางสายฝน ณ บุโรพุทโธ

และแล้วพิธีใหญ่ที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงคือ วันวิสาขบูชาในวันที่ 23 พฤษภาคม แน่นอนว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน มายา วัตโตโน ผู้อำนวยการด้านการตลาดและโครงการท่องเที่ยวของอินเจอร์นีย์ให้ข้อมูลกับมติชนว่า คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธมากถึงราว 15,000-20,000 คน แต่เนื่องจากเทศกาลบุโรพุทโธจัดขึ้นเป็นเวลาหลายวันและตรงกับวันหยุดเทศกาลของอินโดนีเซีย จึงคาดว่ารวมทั้งหมดจะมีคนเข้าร่วมราว 40,000-50,000 คน ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมที่มากขนาดนี้ ทำให้การสัญจรรอบบุโรพุทโธติดขัดแม้จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกและจัดสรรเส้นทางใหม่ กิจกรรมแรกของวันวิสาขบูชาได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายด้วยการเดินขบวนพาเหรดนำด้วยวงดุริยางค์ รถแห่ที่ตกแต่งสีสันสวยงาม ขบวนแห่ไฟ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร และน้ำมนต์จากศาสนสถานเมนดุตไปยังมหาสถูปบุโรพุทโธเป็นระยะทางราว 2 กิโลเมตร ขบวนพาเหรดมีพระสงฆ์จากแทบทุกนิกายประมาณ 350 รูปร่วมเดินขบวนด้วย โดยมีประชาชนชาวอินโดนีเซียจำนวนมากต่างมายืนรอรับน้ำมนต์และชมขบวนพาเหรดเต็มสองข้างทาง ก่อนที่ขบวนจะเคลื่อนผ่านหน้าศาสนสถานบุโรพุทโธที่บริเวณโดยรอบถูกจัดเตรียมไปด้วยเวทีใหญ่เพื่อชมการสวดมนต์ภาวนา ซึ่งไม่ได้มีแค่พุทธศาสนิกชนเท่านั้น แต่ยังมีชาวอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอิสลามและนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศทั่วโลกและเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ในอินโดนีเซียเข้าร่วมในงานวิสาขบูชานี้ด้วย 

ชาวอินโดนีเซียที่นับถือทั้งศาสนาพุทธและอิสลามร่วมกันปล่อยโคมลอยเนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา

สมาธิหมู่เฉียดหมื่น

ปล่อยประทีปสว่างไสว 2,568 ดวง

จากนั้นในช่วงค่ำก็ได้เริ่มพิธีสวดมนต์ นั่งสมาธิหมู่ที่มีศาสนิกชน 8,000 คน พระสงฆ์ 150 รูป ส่วนใหญ่มาจากไทยเข้าร่วมในพิธีท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอดเวลาตั้งแต่ช่วงเย็น หลายคนหยิบร่มมากางและใส่เสื้อกันฝนแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนถอดใจกลับบ้านเลย เพราะยิ่งดึกยิ่งคึกคัก เนืองแน่นไปด้วยผู้คน และแล้วก็เข้าสู่กิจกรรมที่เป็นไฮไลต์เด่นของกิจกรรมวันวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธ นั่นก็คือการปล่อยโคมลอยจำนวน 2,568 ดวง ในเวลา 21.00 . จนเป็นภาพที่สวยงามตระการตาบนท้องฟ้าอันเป็นการเสร็จสิ้นพิธี

แม้ว่าผู้เข้าร่วมงานจะมาจากทั่วทุกสารทิศและนับถือกันคนละศาสนา แต่ทุกคนก็รู้สึกอิ่มเอมใจไปกับงานวันวิสาขบูชาได้เหมือนกัน ชายชาวอินโดนีเซียอีกคนที่นับถือศาสนาอิสลาม ลงทุนเดินทางมาจากกรุงจาการ์ตาบอกความรู้สึกว่าแม้เขาจะตั้งตารอชมการปล่อยโคมลอยในช่วงดึก แต่เขาก็มาร่วมงานตั้งแต่เช้า เพราะอยากชมพิธีกรรมวันวิสาขบูชาตั้งแต่เริ่มไปจนจบ และการมาร่วมงานในวันนี้ทำให้เขาเห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมในอินโดนีเซีย และเขาพอใจกับการจัดงานในวันนี้ แมดดี้ ดาวกินส์ และ แม็กซ์ โอเทนฮอล์ฟ นักศึกษาต่างชาติจากออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์ที่บินลัดฟ้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองยอกยาการ์ตาได้กล่าวความรู้สึกที่เข้าร่วมในงานว่า รู้จักวันวิสาขบูชามานานแล้วแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร่วมงาน และนี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่ได้มาเห็นบุโรพุทโธในโอกาสสำคัญทางศาสนาพุทธเช่นนี้ ด้านพระสงฆ์จากไทยได้ให้สัมภาษณ์ว่าการจัดงานวันวิสาขบูชาของที่ไทยและอินโดนีเซียแตกต่างกันตรงที่ชาวอินโดนีเซียจะมารวมตัวในวันวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธเป็นหลักเพราะถือเป็นศูนย์รวมใจของศาสนาพุทธในประเทศก็จะทำให้มีคลื่นมหาชนมากันเป็นจำนวนมาก ไม่เหมือนกับที่ไทยที่มีวัดหลายแห่งทำให้ประชาชนและพระกระจายกันไปร่วมในงานซึ่งก็จะสะดวกกว่าในแง่ของการเข้าร่วม แต่ในแง่ของวิธีการจัดงานนั้นไม่ต่างกับไทย ชาวอินโดนีเซียยังคงมีความผูกพันกับบุโรพุทโธและพระพุทธศาสนา แม้ในอดีตจะศาสนาพุทธจะเคยเจริญรุ่งเรืองแต่ต่อมาจะผันเปลี่ยนเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ศาสนาพุทธในอินโดนีเซียยังคงเข้มแข็งอยู่ และอยากเชิญชวนให้ชาวไทยลองมาสัมผัสประสบการณ์วันวิสาขบูชาที่บุโรพุทโธเพราะจัดงานได้ยิ่งใหญ่ อลังการไม่แพ้กับที่ไทยเลย 

พระสงฆ์กำลังจุดเทียนที่ด้านหน้าบุโรพุทโธ

ถึงแม้ว่าการจัดงานวันวิสาขบูชาที่มหาสถูปบุโรพุทโธจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น การระบายคนให้ออกจากพื้นที่ การสัญจรในบริเวณรอบบุโรพุทโธ และการจัดเตรียมพื้นที่ให้นักข่าวที่ยังคงมีความวุ่นวาย แต่ต้องยอมรับว่าอินโดนีเซียจัดงานนี้ได้อย่างงดงาม สมเกียรติ และให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธไม่แพ้ศาสนาอิสลามเลย 

สะท้อนให้เห็นว่าสังคมอินโดนีเซีย แม้จะมีความแตกต่าง หลากหลายทางศาสนา แต่ทุกคนก็ยอมรับในความต่างและสามารถอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข 

ศุภวิชญ์ เจียรรุ่งแสงเรื่อง

สุภโชค สอนแจ้งภาพ