ประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ รางวัลสุกรี เจริญสุข ครั้งที่ 3

7.07.24 | 13:40 น.
ประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ รางวัลสุกรี เจริญสุข ครั้งที่ 3

ประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ รางวัลสุกรี เจริญสุข ครั้งที่ 3

การประกวดเยาวชนดนตรีระดับนานาชาติ จัดโดย มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2564 เป็นครั้งแรก มีผู้สมัครเข้าประกวด 569 คน ครั้งที่สอง พ.ศ.2565 มีผู้เข้าร่วมประกวด 600 คน ทั้ง 2 ครั้ง เป็นการจัดกิจกรรมประกวดออนไลน์ เพราะอยู่ระหว่างโรคระบาดโควิด จุดประสงค์หลักเพื่อรักษาฝีมือดนตรีของเยาวชนเอาไว้ เมื่อโควิดระบาด ไม่มีใครออกไปเล่นดนตรีได้ ก็ต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ เยาวชนที่เคยเข้าร่วมประกวดในปีก่อนๆ มาจากมาเลเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลี อินโดนีเซีย ออสเตรีย อเมริกา จีน และไทย

การประกวดดนตรีสำหรับเยาวชนเป็นกระบวนการเรียนดนตรี เพราะเด็กที่เรียนดนตรีก็ต้องการแสดง การประกวดเป็นการกระตุ้นให้เด็กเรียนดนตรีอย่างมีเป้าหมาย ครูสอนดนตรีมีความมุ่งมั่นจะสอนให้ลูกศิษย์เก่งขึ้น ลูกศิษย์ที่เก่งก็เป็นหน้าตาของครู พ่อแม่ผู้ปกครองก็อยากเห็นลูกที่เรียนดนตรีแล้วได้ขึ้นเวทีแสดง ได้เข้าประกวด ซึ่งเด็กจะต้องขยันฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย เรียนรู้การเผชิญหน้ากับตัวเอง บนเวทีแสดง เด็กจะได้รับเสียงปรบมือ ได้รับช่อดอกไม้ ได้รับคำชื่นชม ได้ทุนการศึกษา บางคนอาจจะต้องหลั่งน้ำตาในเวลาเดียวกัน ล้วนเป็นกระบวนการเรียนรู้ของชีวิตทั้งสิ้น

การประกวดดนตรีมีแพ้มีชนะ ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเรียนดนตรี แต่เป็นกระบวนการกระชับบทเรียนดนตรีให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเยาวชนที่เรียนดนตรีจะได้ค้นหาตัวตน ค้นหาความถนัดของตนเอง ได้เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง ชีวิตได้เผชิญกับความกลัว ความอาย ความประหม่า เผชิญกับปัญหา ความตื่นเต้น ต้องผ่านอารมณ์ดีใจหรือเสียใจ เป็นการเตรียมตัวให้เด็กสามารถแก้ปัญหาชีวิตในยามคับขันได้ การแสดงดนตรีบนเวทีเป็นเรื่องเฉพาะตัว เดินขึ้นเวทีแล้วไม่มีใครช่วยได้ เด็กจะต้องช่วยตัวเอง เด็กจะต้องตัดสินใจเอง ซึ่งจะต้องเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด

การค้นหาผู้ชนะจากเวทีประกวด ผู้ชนะในทุกรุ่นจะได้แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ได้โอกาสแสดงให้ผู้ชมประจักษ์ในฝีมือ เยาวชนได้เรียนรู้ศักยภาพและความสามารถทางดนตรี พร้อมที่จะพัฒนาฝีมือให้เป็นมืออาชีพ ดนตรีจะกลายเป็นหุ้นส่วนของชีวิต เป็นคุณสมบัติพิเศษประจำตัว ดนตรีจะกลายเป็นพื้นฐานของชีวิตและมีอาชีพเป็นทางเลือก ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็จะใช้เป็นบรรทัดฐานของอาชีพระดับเดียวกันคือคุณภาพ เรียนรู้การตัดสินใจ การหาเหตุผล และเรียนรู้มาตรฐานในระดับสากล
การประกวดดนตรีเป็นการค้นหาดาราคนใหม่ โดยธรรมชาติแล้วนักดนตรีไม่ได้เป็นดาราเหมือนกับนักร้อง เพราะวิธีคิดในสังคมไทยสนใจนักร้องมากกว่านักดนตรี นักร้องนั้นยืนอยู่หน้าวงดนตรี ผู้ฟังจะสนใจนักร้อง ชื่นชมนักร้อง มอบรางวัลให้แก่นักร้อง ส่วนนักดนตรีมีหน้าที่เล่นประกอบเพื่ออุ้มให้นักร้องได้ร้องเพลง นักร้องได้ค่าตัวแพงกว่านักดนตรี การประกวดฝีมือการเล่นดนตรีครั้งนี้ เป็นการสร้างบันไดให้แก่นักดนตรีและสร้างโอกาสให้นักดนตรีได้เป็นดารา

Advertisement
คณะกรรมการนานาชาติตัดสินการประกวด

การค้นหาเยาวชนคนที่เก่งดนตรีผ่านเวทีประกวดเป็นเส้นทางลัด เพราะดนตรีมีความเป็นสากลอยู่ในตัวดนตรี เวทีประกวดเป็นพื้นที่แสดงของคนเก่ง เป็นการสร้างพื้นที่ให้แก่คนที่เก่งดนตรี ส่งเสริมคนเก่งออกไปสู่ความเป็นสากล เวทีของโลกก็พร้อมจะเปิดรับนักดนตรีคนเก่ง

การประกวดเป็นการสร้างประสบการณ์ในอาชีพดนตรี ประสบการณ์หาได้จากบนเวทีแสดงเท่านั้น การขึ้นเวทีประกวดดนตรีจะต้องก้าวข้ามความประหม่า ความกลัว และความตื่นเต้น ผู้แสดงต้องมีสมาธิ ต้องกล้าหาญ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นบนเวที ก็จะถูกจดจำเป็นครูไปทั้งชีวิต

การประกวดดนตรีเวทีนานาชาติ ช่วยให้เด็กค้นหาทางเลือกของชีวิต เมื่อได้ขึ้นเวทีประกวดดนตรีแล้ว เด็กสามารถจะตอบได้ว่า อาชีพดนตรีคือคำตอบของชีวิตหรือเปล่า ต้องฝึกซ้อมดนตรีอย่างหนักและการเอาจริงเอาจัง (ซ้อม 10 ครั้ง และสามารถทำถูกต้องทั้ง 10 ครั้ง) การเตรียมตัวเพื่อขึ้นเวทีประกวดดนตรีจึงต้องมีความถูกต้องแม่นยำ สามารถหลับตาฝันถึงดนตรีที่เล่นได้ จิตใจของเด็กต้องเข้มแข็งและจดจ่ออยู่กับดนตรี การขึ้นเวทีประกวดดนตรีจึงไม่สามารถจะหาซื้อประสบการณ์จากท้องตลาดได้

การประกวดดนตรีเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน บนเวทีประกวดจะได้เห็นเยาวชนคนที่เก่งๆ ความเก่งของแต่ละคนจะส่องทางกันและสร้างแรงบันดาลใจให้ซึ่งกันและกัน แรงบันดาลใจเป็นพลังสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเด็กทุกคน แรงบันดาลใจเป็นทิศทางที่จะนำเด็กไปสู่โลกอนาคต การประกวดดนตรีเป็นการจุดประกายให้เยาวชนคนเก่งดนตรีได้มีจุดเริ่มต้น ประกายไฟที่จุดไว้จะค่อยๆ เติบโต เปลวประกายที่เกิดขึ้นจะมอดดับลงหรือลุกโชติช่วง ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเอง

เครื่องดนตรีที่จัดประกวดในครั้งนี้ ประกอบด้วย เปียโน เครื่องสายสากล (ไวโอลิน วิโอลา เชลโล เบส) ขับร้อง และ เครื่องเป่า โดยใช้เครื่องดนตรีสากลเป็นหลัก เปิดให้เยาวชนจากนานาชาติเข้าประกวดด้วย

เยาวชนรุ่นต่างๆ สามารถเข้าประกวดโดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม รุ่นอายุ 4-6 ปี รุ่นอายุ 7-9 ปี รุ่นอายุ 10-12 ปี รุ่นอายุ 13-15 ปี และรุ่นอายุ 16-18 ปี ผู้ชนะเลิศของทุกรุ่นจะได้แสดงร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ในรอบสุดท้าย สมัครได้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2567 รอบออนไลน์ รอบชิงชนะเลิศ 21-24 สิงหาคม ผู้ชนะจะแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2567 ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ศาลายา

คณะกรรมการตัดสินการประกวด ประเภทละ 3 ท่าน เป็นคณะกรรมการจากนานาชาติที่เป็นนักดนตรี ครูดนตรี เป็นศิลปินที่มีความสามารถและมีเกียรติเชื่อถือได้ กรรมการตัดสินเครื่องสายมาจากอิตาลี ฮังการี และฟิลิปปินส์ กรรมการตัดสินเครื่องเป่ามาจากโปแลนด์และกรรมการไทยที่ทำงานทั้งในไทยและมาจากต่างประเทศ กรรมการตัดสินเปียโนมาจากเยอรมนีและที่อยู่ในไทย กรรมการตัดสินขับร้องมาจากฟิลิปปินส์และจากประเทศไทย เป็นต้น

ปัจจุบันการประกวดดนตรีระดับนานาชาติในภูมิภาคมีน้อย มูลนิธิได้จัดประกวดดนตรีเพื่อจะช่วยกระตุ้นให้เยาวชนที่เรียนดนตรีมีพลัง สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ เป็นโอกาสพัฒนาดนตรีของเด็กได้ง่ายขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมในการเรียนดนตรีของลูกด้วย ยังเป็นการสร้างพื้นที่และเปิดเวทีดนตรี เป็นโอกาสต่อยอดการเรียนดนตรีให้งอกงามได้ สามารถวัดศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรี คุณภาพของเยาวชนดนตรีของไทยกับเยาวชนดนตรีในภูมิภาค รวมทั้งวัดคุณภาพกับระดับนานาชาติที่เข้ามาประกวดด้วย การประกวดเยาวชนดนตรีจึงเป็นการวัดศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรีของเยาวชนโดยตรง

การประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสยามดนตรียามาฮ่า มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โรงเรียนสอนดนตรีเอื้อมอารีย์ และวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา

นักดนตรีอาชีพที่ประสบความสำเร็จเป็นนักดนตรีระดับแนวหน้าของโลก ทุกคนผ่านเวทีการประกวดมานับครั้งไม่ถ้วน จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญ แต่ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีประกวดเป็นประสบการณ์ที่ก้าวไปข้างหน้า แค่ได้ขึ้นเวทีประกวดก็ชนะแล้ว เวทีประกวดของนักดนตรีคือมหาวิทยาลัยอาชีพดนตรี ที่จะต้องเดินผ่านไปให้ได้