วงศ์มหิธร เมืองพิมาย
สืบเชื้อสายเป็นกษัตริย์เขมร
สร้างนครวัด, นครธม
ปรับปรุงจากข้อมูลของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
เมืองพิมายและปราสาทพิมาย มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 1,700-3,000 ปีมาแล้ว บริเวณที่มีแม่น้ำ 3 สายไหลล้อมรอบ คือ ลำจักราช, ลำน้ำเค็ม, และลำน้ำมูล บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบลุ่มจึงเป็นทำเลที่เหมาะสมกับการตั้งถิ่นฐานและการทำเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีแหล่งเกลือซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ
หลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบบริเวณเมือง พิมาย เช่น โครงกระดูกมนุษย์พร้อมของอุทิศ, ภาชนะดินเผาสีดำแบบพิมาย
ยังพบร่องรอยการอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่องมาถึงยุคประวัติศาสตร์ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 หรือ 1,500 ปีมาแล้ว จากการพบพระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดีและธรรมจักร ในเมืองพิมาย
รวมทั้งฐานอาคารที่ก่อด้วยอิฐข้างใต้ปราสาทพิมาย จึงสันนิษฐานว่าบริเวณปราสาท พิมายเดิมนั้นคงจะเป็นที่ตั้งของพุทธสถานมาก่อน
ด้วยหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าเมืองพิมายเป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนเป็นบ้านเมืองที่สำคัญในแถบลุ่มแม่น้ำมูล

ปราสาทพิมาย ศูนย์กลางอำนาจเครือญาติวงศ์มหิธร สืบเชื้อสายเป็นกษัตริย์เขมร นับพันปีมาแล้ว (ภาพโดย คุณวรเชษฐ์ ลีลาเจริญพร ภาคีอนุรักษ์เมืองพิมาย)
การแสดงในเทศกาลเที่ยวเมืองพิมาย (พฤศจิกายน 2566)
กษัตริย์แห่งราชวงศ์มหีธรปุระ ผู้สร้างเมืองพิมาย

ห้องแสดงนิทรรศการใหม่ล่าสุด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จ. นครราชสีมา 2567
เมืองพิมายและกษัตริย์ในราชวงศ์มหีธรปุระ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น นับตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ. 1623-1650) ซึ่งสันนิษฐานกันว่าพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างปราสาท พิมาย
ต่อมาศรีวีเรนทราธิปติวรมะแห่งโฉกวกุล ขุนนางสำคัญในราชสำนักของพระเจ้า ธรณีนทรวรมันที่ 1 ให้การอุปถัมภ์เรื่อยมา
จนกระทั่งรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สืบเชื้อสายของราชวงศ์มหีธรปุระอีกพระองค์หนึ่ง ทรงให้ความสำคัญกับเมืองพิมายเป็นอย่างมาก จากการสร้างวัตถุสถานต่างๆ เช่น ประตูเมืองทั้ง 4 ด้าน, สถานพยาบาล, ปรางค์พรหมทัต, พร้อมทั้งประดิษฐานพระรูปเหมือนของพระองค์และพระมเหสีไว้ที่เมืองแห่งนี้
เมืองพิมายซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฐานอำนาจสำคัญของราชวงศ์มหีธรปุระ ได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมากในรัชกาลนี้
ผังเครือญาติสายราชวงศ์มหีธรปุระ ศูนย์กลางอยู่เมืองพิมาย อ. พิมาย จ. นครราชสีมา
คนพิมาย
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 หรือประมาณ 800-900 ปีมาแล้ว พบหลักฐานโบราณวัตถุต่างๆ ในบริเวณเมืองพิมาย โดยเฉพาะที่ปราสาทพิมาย และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งที่เป็นภาชนะดินเผารูปแบบต่างๆ เครื่องใช้สำริด เครื่องราชยานคานหาม และภาพสลักเล่าเรื่องตามศาสนสถาน อาจแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนพิมายยุคโบราณ รวมไปถึงประเพณีวัฒนธรรมของสังคม
วีถีชีวิตของคนพิมายยุคโบราณ ที่สะท้อนผ่านงานศิลปกรรม โดยเฉพาะที่เป็นภาพสลักเล่าเรื่องในปราสาทพิมายนั้น มักจะเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูง, นักบวช, นักดนตรี, นางรำ
ที่มองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน คือ ลักษณะการแต่งกายน่าจะเป็นไปตามขนบธรรมเนียมเขมรโบราณที่เมืองพระนคร เช่น ผู้ชายนุ่งสมพต และผู้หญิงนุ่งผ้ายาวกรอมข้อเท้า
อีกทั้งลักษณะเฉพาะตัวบางอย่าง ก็บ่งบอกสถานภาพของคนๆ นั้นได้ คือ
ชนชั้นสูง สวมเครื่องประดับหลายประเภท เช่น กระบังหน้า, กุณฑล, กรองศอ, ทองพระกร, และพาหุรัด
ฤๅษี นุ่งสมพต, ไว้เครายาว, นั่งอยู่ในท่าโยคาสนะ
พราหมณ์ ไว้ผมยาวเกล้าเป็นมวย คล้องผ้าเฉวียงบ่า
มีการใช้เครื่องราชยานคานหามสำหรับประติมากรรมรูปเคารพ รวมทั้งบุคคลชั้นสูงประทับ
ส่วนเครื่องใช้ในพิธีกรรมสำคัญ คือ สังข์ กระดิ่ง และวัชระ
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ของเมืองพิมาย
ประมาณ 1,700-2,200 ปีมาแล้ว บริเวณพิมายเป็นที่ตั้งของชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยโลหะ
ประมาณ พ.ศ. 1101-1200 บริเวณพิมายเจริญขึ้นเป็นบ้านเมืองสมัยประวัติศาสตร์ภายใต้อิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดี
ประมาณ พ.ศ. 1201-1300 บ้านเมืองบริเวณพิมายอาจจะปกครองโดยกษัตริย์ท้องถิ่นทรงพระนามว่า พระเจ้าศรีเศารยยวรมัน (จารึกพิมาย 1)
พ.ศ. 1551 พระเจ้าชัยวีรวรมัน ทรงถวายที่ดินและข้าพระแด่พระกัมรเตงชคัตวิมาย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองพิมาย (จารึกวัดจงกอ)
พ.ศ. 1584 บริเวณปราสาทพิมาย คงจะมีพุทธสถานในลัทธิวัชรยาน ซึ่งอาจจะอยู่ในพระราชูปถัมภ์พระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 (จารึกพิมาย 2)
พ.ศ. 1623-1650 พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 แห่งราชวงศ์มหีธรปุระ ทรงสร้างพุทธสถานในลัทธิวัชรยาน (ปราสาทพิมาย)
พ.ศ. 1651 พระกัมรเตงอัญศรีวีเรนทราธิปติวรมะ แห่งเมืองโฉกวกุล ประดิษฐานรูปเคารพกัมรเตงชคัตเสนาปติไตรโลกยวิชยะ ที่ปราสาทพิมาย
ทำพิธีสังวัจฉรปุณณมี (พิธีครบรอบปี) ถวายข้าพระ
พ.ศ. 1654 มีการถวายข้าพระแด่กัมรเตงชคัตเสนาปติไตรโลกยวิชยะ และอุทิศผลบุญถวายพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1
พ.ศ. 1655 ตวนเตงประสาน โอรสแห่งกัมรเตง อัญศรีวีเรนทราธิปติวรมะแห่งเมืองโฉกวกุล ถวายข้าพระแด่กัมรเตงชคัตวิมาย (จารึกพิมาย 3)
พ.ศ. 1724-1761 เมืองพิมาย มีนามว่า วิมายปุระ
สร้างปรางค์พรหมทัต และประดิษฐานพระรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระรูปของพระมเหสี คือ พระนางชัยราชเทวีในบริเวณปราสาทพิมาย
สร้างประตูเมืองพิมายทั้ง 4 ด้าน และอาโรคยศาลาไว้ที่นอกเมืองด้านใต้
พระนางชัยราชเทวีได้ถวายกลองทำด้วยเงินกาไหล่ทอง เพื่อเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าวิมาย
ในเดือนผาลคุณ (เดือน 4 ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคม) ของแต่ละปี พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้นำรูปพระสุคตวิมาย (พระพุทธเจ้าพิมาย) ไปร่วมพิธีบูชาที่ปราสาทพระขรรค์พร้อมกับรูปเคารพสำคัญจากเมืองอื่นๆ ด้วย
พ.ศ. 1697-1991 รัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เมือง พิมายและเมืองพนมรุ้ง สวามิภักดิ์ต่อกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวงได้ ใน พ.ศ.1974
พ.ศ. 1991-2031รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมืองนครราชสีมา มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นโทของกรุงศรีอยุธยา เมืองพิมายน่าจะขึ้นกับเมืองนครราชสีมาในช่วงเวลานี้
พ.ศ. 2199-2231 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปรากฏชื่อเมืองพิมายเป็นหัวเมืองหนึ่งของเมืองนครราชสีมา
พ.ศ. 2252-2275 รัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (พระเจ้าท้ายสระ) ฟร็องซัว วาเลนติจน์ ชาวฮอลลันดาเข้ามาทำแผนที่กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2267 ระบุเมืองพิมายเป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา
พ.ศ. 2301-2310 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอกทัศน์ โปรดเกล้าฯ ให้เมืองขุขันธ์ สังขะ สุรินทร์ และรัตนบุรี เป็นเมืองขึ้นของเมืองพิมาย ใน พ.ศ. 2303
เสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า พ.ศ. 2310เ
จ้าเมืองพิมายร่วมกับกรมหมื่นเทพพิพิธรวบรวมกำลังพลก่อตั้งเป็นชุมนุมเจ้าพิมาย
พ.ศ. 2311-2325 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จฯ ยกทัพไปปราบชุมนุมเจ้าพิมายได้สำเร็จ ใน พ.ศ. 2311
พ.ศ. 2325-2352 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้พระพิมายขึ้นเป็นพระยานครราชสีมา และให้หลวงปลัดเมืองพิมายเป็นพระพิมาย
โปรดเกล้าฯ ให้ยกเมืองสุรินทร์ สังขะ และขุขันธ์มาขึ้นกับกรุงเทพฯ แทนเมืองพิมาย ใน พ.ศ. 2349
พ.ศ. 2367-2394 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) กองทัพพระยาราชสุภาวดีตีกองทัพเจ้าโถงหลานเจ้าอนุวงศ์ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองพิมายแตกพ่ายใน พ.ศ. 2370
พ.ศ. 2401-2500 เมืองพิมายยังคงเป็นเมืองโบราณที่ได้รับความสนใจจากนักวิชาการทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ที่ได้เสด็จมาเยี่ยมชมโบราณวัตถุสถานในเมืองพิมาย จนกระทั่งเกิดการก่อตั้งกรมศิลปากรเพื่อดูแลโบราณสถานทั่วประเทศ ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์โบราณคดีของเมืองพิมาย กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนเมืองพิมายเป็นโบราณสถานสำหรับชาติ เมื่อ พ.ศ. 2479
พ.ศ. 2553 มีมติคณะรัฐมนตรี ประกาศเขตพื้นที่เมืองเก่าพิมาย พื้นที่รวม 10.799 ตารางกิโลเมตร

