1ประเทศ4สงคราม
เรื่องราวของเมียนมาหรือพม่าเป็นเรื่องราวที่สมควรให้ความสนใจ
เนื่องเพราะเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน มีความสัมพันธ์และความสำคัญต่อประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งในปัจจุบันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับไทย อาเซียน และขั้วอำนาจของโลกในเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างแจ่มชัด
ทำให้เรื่องราวของเมียนมายิ่งมีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่เราคนไทยน่าจะแสวงหาข้อมูลมาศึกษา
หนังสือ ชื่อ “Hidden Myanmar การต่างประเทศร่วมสมัยและความเคลื่อนไหวของฤ าษีแห่งเอเชีย” เขียนโดย ลลิตา หาญวงษ์ ได้ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยได้ดี
หนังสือเล่มนี้มี ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข เขียนคำนิยม
คำนิยมที่อาจารย์สุรชาติเขียนบ่งบอกตอกย้ำถึงความสำคัญของเมียนมา และชี้ให้เห็นว่าเนื้อหาในหนังสือ Hidden Myanmar นั้นต้องหามาอ่าน
ในคำนิยมที่อาจารย์สุรชาติเขียน ช่วงท้ายใช้ชื่อ “สงครามที่ไม่จบ” สะท้อนมุมมองทางรัฐศาสตร์เกี่ยวกับเมียนมา ทำให้ผู้อ่านเร้าใจ
การเปรียบเมียนมาเป็น “ยูโกสลาเวียแห่งตะวันออก” ที่มีปัญหาชาติพันธุ์เป็นโจทย์ทางการเมือง และปัญหาทางความมั่นคง
ที่สำคัญ คือ ปัญหาชาติพันธุ์ดังกล่าวนำไปสู่ “ความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์” ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขของสงคราม
อย่าลืมว่า ในประเทศเมียนมาอุดมไปด้วยชนกลุ่มน้อย และชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลกลางก็มีเรื่องขัดแย้งกันมาตลอด
เมื่อโลกอยู่ในสถานการณ์สงครามเย็น มีพลังจากมหาอำนาจเอื้อมมือเข้ามาเกี่ยวข้อง
ยามนั้นแต่ละประเทศมีนโยบายต่างประเทศเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับประเทศในอาเซียน
ปรากฏว่า นโยบายต่างประเทศของเมียนมากับนโยบายต่างประเทศของไทยมีความแตกต่างกัน
นโยบายของไทยนั้นเลือกที่อยู่ทางฟากฝั่งของสหรัฐอเมริกา ขณะที่เมียนมาซึ่งเมื่อก่อนคือพม่าเลือกที่จะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
ฝ่ายไทยมีเรื่องราวบันทึกเอาไว้ให้ศึกษาไว้มาก แต่สำหรับความคิดนึกของฝ่ายเมียนมาในช่วงนั้น ยังไม่ค่อยมีผู้นำเสนอสู่สาธารณะ
หากแต่ อาจารย์ลลิตาได้รวบรวมและนำเสนอไว้ในหนังสือ Hidden Myanmar เรียบร้อยแล้ว
กลับมาที่คำนิยมของอาจารย์สุรชาติอีกครั้ง
อาจารย์สุรชาติบอกว่า ช่วงสงครามเย็นเป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นสงครามที่ซ้อนๆ กัน 4 สงคราม
หนึ่งคือสงครามคอมมิวนิสต์ สองคือสงครามกลุ่มชาติพันธุ์ สามคือสงครามยาเสพติด และสี่คือสงครามการเมือง
สงครามทั้ง 4 สงคราม ปรากฏคำอธิบายอยู่ในหนังสือ Hidden Myanmar ของอาจารย์ลลิตาด้วย
สงครามทั้ง 4 ที่เกิดขึ้นในเมียนมา ล้วนเป็นเรื่องที่น่าทำความเข้าใจ
เมื่อพลิกเข้าไปในเล่ม ตรวจสอบหัวข้อในแต่ละบท ยืนยันว่าอาจารย์ลลิตาได้อธิบายภาพรวมและภาพลึกเอาไว้
เริ่มต้นด้วยบทแรกที่ว่าด้วยเรื่องไทยกับเมียนมาในบริบทสงครามเย็น
ว่าด้วยเรื่องเมียนมากับกลุ่มพลังต่างๆ
ทั้งกองกำลังชนกลุ่มน้อย ขบวนการค้ายาเสพติด จีนคณะชาติ ความสัมพันธ์ของไทย และเมียนมาในช่วงสงครามเย็น
อ่านบทที่ 1 จบ สามารถทำความเข้าใจเมียนมาได้ระดับหนึ่ง
เพื่อความสมบูรณ์จึงสมควรอ่านบทต่อๆ มา
บทที่ 2 เรื่อง เมียนมากับความเป็นกลางทางการเมือง ได้สัมผัสกับนโยบายต่างประเทศของเมียนมาล่ะคราวนี้
บทที่ 3 ว่าด้วย สงคราม เชื้อชาติ และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ได้สัมผัสมุมมองความขัดแย้งกับชาติพันธุ์ ความขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่า สงครามเชื้อชาติ สงครามกลางเมือง
บอกเล่ามาจนถึงเหตุการณ์ 8888 หรือวันที่ 8 เดือนที่ 8 ปี 1988 และกองกำลังที่เกิดขึ้นใหม่
บทที่ 4 โฟกัสไปที่หัวข้อ สามเหลี่ยมทองคำกับขบวนการค้ายาเสพติด ว่ากันด้วยเรื่องฝิ่น และเฮโรอีน ควบคู่ไปกับมุมมองทางความมั่นคง
บทที่ 5 กองกำลังก๊กมินตั๋ง และความมั่นคงระหว่างไทย-เมียนมา
บทที่ 6 อูนุกับความเคลื่อนไหวในไทย จุดกำเนิดพรรคประชาธิปไตยรัฐสภา และความล้มเหลว
บทที่ 7 บทสรุป ไทย-เมียนมาหลังยุคสงครามเย็น
อาจารย์ลลิตาถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเมียนมา เป็นคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์มติชน
เป็นผู้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาให้ผู้อ่านติดตามผ่านบทความในหนังสือพิมพ์มติชนทุกสัปดาห์
อยากจะบอกว่า หากใครต้องการรู้จักและเข้าใจกับเมียนมาในยุคปัจจุบันให้มากขึ้น
อยากรู้ประวัติความเป็นมา และสิ่งต่างๆ ที่ขัดเกลาให้พม่าเป็นเมียนมาในปัจจุบัน
อยากทำความรู้จักเมียนมา และติดตามความเคลื่อนไหวของเมียนมาด้วยความเข้าใจ
หากได้อ่าน Hidden Myanmar สามารถช่วยให้เข้าใจข้อมูลหรือปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่อ่านเพื่อสาระ
ใครต้องการสั่งสมภูมิรู้เพื่อทำความเข้าใจเมียนมา
หนังสือ Hidden Myanmar เล่มนี้สามารถช่วยท่านได้
นฤตย์ เสกธีระ

