เปิดปัญหาว้าวุ่น EIA จี้จุดอ่อน บรรเทาจุดเจ็บ จากโครงสร้างถึงปฏิบัตการ

15.07.24 | 12:36 น.

เปิดปัญหาว้าวุ่น EIA
จี้จุดอ่อน บรรเทาจุดเจ็บ
จากโครงสร้างถึงปฏิบัตการ

เป็นเรื่องใหญ่ที่ละเลยไม่ได้ ทั้งยังผิดข้อกฎหมายหากไม่ดำเนินการ สำหรับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment) หรือ EIA ที่ทำเอาหลายภาคส่วนปวดหัวหนักมาแล้วหลากกรณี โดยเฉพาะโปรเจ็กต์ยักษ์ โครงการใหญ่ คอนโดไฮเอนด์ ฯลฯ

เรียกได้ว่า หากรายงานมีปัญหา หรือประชาชนในพื้นที่โดยรอบพากันส่ายหน้า ก็จับสัญญาณได้เลยว่า ว้าวุ่นชัวร์!

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมดิเอมเมอรัล เขตดินแดง กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดฟลอร์ถก ‘ทิศทาง EIA กทม. 2024’ หัวข้อ ‘จาก Painpoint สู่ Solution ที่ดีกว่า’กะให้จบ ครบมิติ บูรณาการเชิงรุก ปลุกระดมสมองให้ร่วมจ้องปรับปรุง โดยมี วันทนีย์ วัฒนะ ปลัด กทม. เป็นประธานเปิดงาน

โดยเน้นย้ำว่า นอกจากจะได้ใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจร่วมกัน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ รวมถึงร่วมกันเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของสังคมแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากการพัฒนางาน EIA ยังช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปอีกด้วย

Advertisement

เสวนาวิชาการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอาคารชุด สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สมาคมและสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง บริษัท
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง บุคคลและนิติบุคคลผู้จัดทำรายงาน นักวิชาการและผู้สนใจ นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากสำนักต่างๆ ของ กทม.ที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ ‘ปัญหาโครงสร้าง’
แนะ 7 ข้อแก้ไข ‘เชิงปฏิบัติการ’

เปิดเวทีด้วยมุมมองของ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ซึ่งเผยว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในการอนุมัติเรื่อง EIA ผ่านคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.)

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนี้ 1.แนวทางปฏิบัติของ คชก. ด้านโครงสร้างและมาตรฐาน ควรมีเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนแน่นอน ไม่ควรเปลี่ยนข้อพิจารณาเป็นครั้งคราวตามความเห็นแต่ละชุดของ คชก. และมีหลักเกณฑ์ชัดเจนสำหรับการมีความเห็นเพิ่มเติมในระหว่างการประชุมแต่ละครั้งเพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติตาม ด้านระยะเวลา การกำหนดกรอบระยะเวลากระบวนการแต่ละขั้นตอนของการพิจารณา รวมถึงขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจนว่ามีขั้นตอนปลีกย่อยใดบ้าง แต่ละขั้นตอนใช้เวลาพิจารณาหรือดำเนินการเท่าใด ต้องเว้นระยะห่างกี่วัน เจ้าของที่ดินสามารถดำเนินการใดได้หรือไม่ได้ในช่วงเวลาใด

(จากซ้าย) ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต, อนวัช บูรพาชน, สุรเกียรติ ลิ้มเจริญ, สัญญา สืบสิงห์ และ สุวิทย์ วรรณประดิษฐ

2.มีการจัดทำรายงาน EIA แยกย่อยลงไป ประกอบด้วย สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ, ธรณีวิทยา ทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำ, ทรัพยากรชีวภาพ บนบก และในน้ำ, การใช้น้ำ การจัดการน้ำเสีย และการป้องกันน้ำท่วม, การจัดการขยะมูลฝอย, การใช้พลังงานและไฟฟ้า, เสียง ความสั่นสะเทือน และคุณภาพอากาศ, การจราจร, การใช้ประโยชน์ที่ดิน, การป้องกันอัคคีภัย และภัยธรรมชาติ, สังคมและเศรษฐกิจ, การมีส่วนร่วมของประชาชน, สุนทรียภาพ ทัศนียภาพ, ผลกระทบการบดบังแดดและทิศทางลม ตนเห็นว่าต้องมีการจัดระเบียบหมวดหมู่ ให้มีความกระชับมากขึ้น

3.ในกรณีที่กฎระเบียบมีข้อขัดแย้งกัน ควรกำหนดเกณฑ์การพิจารณาว่าหลักเกณฑ์ตามข้อใดเหนือกว่าหลักเกณฑ์ใด เช่น ในระหว่างการจัดทำ EIA มีการขออนุญาตก่อสร้างสำนักงานขายจากหน่วยงานอนุญาต สามารถก่อสร้างได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารแล้วแต่ตามข้อการพิจารณา EIA ไม่สามารถก่อสร้างสำนักงานขายในช่วงการจัดทำ EIA ได้ ต่อมาที่จอดรถกระเช้าดับเพลิงขนาด 8×16 เมตร ไม่มีข้อกำหนดในกฎหมายควบคุมอาคาร แต่หลักเกณฑ์พิจารณา EIA บังคับให้ต้องจัดเตรียม ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์การจัดพื้นที่ที่ชัดเจน ต่อมาที่จอดรถ EV ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ให้สามารถนับรวมกับที่จอดรถที่ต้องการตามกฎหมายได้ แต่หลักเกณฑ์พิจารณา EIA ไม่ให้นับรวม

นอกจากนี้ นายกสมาคมอาคารชุดไทยยังเปิดใจถึง ‘ปัญหาเชิงปฏิบัติการ’ ว่าควรมีการปรับแก้ไขและพัฒนา ดังนี้

1.การประเมินผลกระทบในแต่ละหัวข้อควรมีมาตรการระบุที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานแน่นอน

2.กรรมการผู้พิจารณารายงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ควรพิจารณาเฉพาะด้านที่เชี่ยวชาญของตนเอง เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในประเด็นของด้านนั้นๆ

3.การปรับปรุงแบบสอบถามทางด้านสังคมให้กระชับแต่ครอบคลุม เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ผู้อาจได้รับผลกระทบ สามารถแสดงความคิดเห็น ผ่านแบบสอบถามได้โดยสะดวกอย่างมีประสิทธิภาพเป็นวงกว้าง

4.การลดจำนวนเอกสารนำส่งฉบับจริง โดยเพิ่มการนำส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสะดวกกับ คชก.ในการจัดเก็บ และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

5.การมีระเบียบการชัดเจนกรณีเจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ให้ความร่วมมือ เพื่อรักษาสิทธิประชาชนทุกคนโดยเสมอภาค ในการใช้ประโยชน์ที่ดินของตนเองตามกฎหมาย ไม่เกิดการรอนสิทธิของประชาชน

6.การพิจารณาให้กำหนดมาตรการที่สามารถปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพเป็นปัจจุบัน เพื่อสอดคล้องกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

7.เกณฑ์การพิจารณาพื้นที่สีเขียวภายในอาคารนอกเหนือจากพื้นที่ภายนอก เพื่อสอดคล้องกับการดำรงชีวิตจริงในปัจจุบันของประชาชนผู้อาศัยภายในอาคาร

คชก.ท้วงเกินกฎหมายไม่ได้
คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ ‘ศาลปกครอง’

ด้าน อนวัช บูรพาชน ผู้แทนสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของ คชก.ต่อรายงาน EIA จะต้องแสดงถึงความเหมาะสม ความได้สัดส่วนและความจำเป็นในการใช้ดุลพินิจในเรื่องนั้นๆ ไว้ด้วย

และให้ความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการในกรณีดังกล่าวเป็นที่สุด คชก.ไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย ไม่สามารถทักท้วงเกินกว่ากฎหมายได้

“ตามมติ ครม. 2482 ให้ส่วนราชการยึดตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ก็ถือว่ายังไม่สิ้นสุด ศาลปกครองต่างหากคือถึงที่สุด” อนวัชกล่าว

ส่วนกรณีเรื่องถนนสาธารณะ อนวัชระบุว่า หากมีการรุกล้ำแนวเขตทางสาธารณะ ทำให้ถนนมีเขตทางกว้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่อาจให้ถือว่าที่ดินส่วนที่มีการรุกล้ำเป็นถนนสาธารณะ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ยังมิได้ดำเนินการให้เป็นถนนสาธารณะตามกฎหมาย ก็ไม่อาจอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารได้ การอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารพิพาทในขณะเวลาที่ถนนที่ติดกับที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารพิพาทมีส่วนที่ถูกรุกล้ำซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นถนนที่เปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจรได้อันจะเป็นถนนสาธารณะย่อมขัดกฎกระทรวงดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สถานการณ์เปลี่ยนไว กฎหมายไทยตามไม่ทัน
ผุดปมรถอีวี ‘จุดชาร์จไฟในคอนโด’

จากนั้น สุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไขมุมมองถึงการใช้ดุลพินิจของ คชก.ว่า เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไป และกฎหมายออกตามไม่ทัน อย่างเรื่องจุดชาร์จรถไฟฟ้าในคอนโด เป็นเรื่องที่ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ แต่ปริมาณรถไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ถ้ามีจุดชาร์จรถไฟฟ้าในคอนโดแล้วไม่ปลอดภัยต้องทำอย่างไร ตนในฐานะ คชก.ก็ต้องคาดการณ์ไว้ก่อนว่าจะป้องกันเหตุอย่างไร เบื้องต้นได้มีการนำหลักเกณฑ์ของที่อื่น แล้วมาประกอบใช้ดุลพินิจ ซึ่ง คชก.จะประเมินเหตุที่เลวร้ายที่สุดไว้ ต่อไปในอนาคตมีการออกหลักเกณฑ์มา คชก.ก็จะดูตามหลักเกณฑ์นั้น

ขณะที่ สัญญา สืบสิงห์ ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า การผ่านรายงาน EIA เป็นเพียงขั้นต้น แต่สิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญคือการนำไปปฏิบัติตามหรือไม่ ถ้าคนทำ EIA และคนกำกับ ไม่ทำหน้าที่ประชาชนก็เดือดร้อน ซึ่งตอนนี้กำลังจะแก้กฎหมาย การจัดทำรายงานและติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA Monitoring Report ใครที่ไม่ส่งรายงานมีโทษปรับหนัก รวมถึงถ้าไม่ปฏิบัติตามรายงานสามารถระงับ EIA ได้

ปิดท้ายที่ สุวิทย์ วรรณประดิษฐ ผู้แทนบริษัท อีโคซิสเต็ม เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งแนะว่า รายงาน EIA ปัจจุบันทำให้บางลงได้ ข้อมูลที่ไม่จำเป็นสามารถดึงออกไปได้ ทำให้อยู่ในประเด็นเรื่องของผลกระทบต่อประชาชน และสิ่งแวดล้อมจริงๆ ด้าน สผ.ต้องมีการติดตามกับผู้ประกอบการว่ามีการนำรายงานไปปฏิบัติ จริงหรือไม่

เมื่อเกิดผลกระทบผู้ประกอบการควรเข้ามาแก้ไขทันที ต้องมีความจริงใจ ความจริงจัง ใส่ใจควบคุมดูแล หากทำได้เช่นนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนรอบข้าง

ศศวัชร์ คมนียวนิช