“การลงทุน” เรื่องอีซี่ ปิยาภรณ์ ครองจันทร์ ท้าพิสูจน์ Investory

18.02.17 | 16:59 น.

ประเด็นของหนี้ครัวเรือนถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง และเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ รวมถึงการลงทุนของประเทศ เนื่องจากการออมในระดับสูงจะทำให้การลงทุนในประเทศไม่ต้องอาศัยเงินทุนจากต่างประเทศมากนัก

จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า 41% ของประชาชน ยังไม่มีการเก็บออมไว้ใช้ในยามชรา ขณะที่โครงสร้างประชากรไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น

“ตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า คนที่เกษียณอายุแล้ว 100 คน มีแค่ 4 คนที่อยู่ได้ด้วยเงินออมของตนเอง นอกนั้นหนึ่งใน 3 บอกว่าต้องพึ่งลูก อีกหนึ่งใน 3 ต้องพึ่งคู่ครอง ถามว่าอนาคตทำได้มั้ย บางคนลูกไม่มี บางคนอยู่เป็นโสด บางคนบอกว่าพึ่งเบี้ยยังชีพ ซึ่งได้เดือนละไม่ถึง 1,000 บาท”

ปิยาภรณ์ ครองจันทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน และดูแลฝ่ายพัฒนาความรู้การเงินขั้นพื้นฐาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังถึงตัวเลขที่ชวนให้วิตก

การรู้จักการบริหารการจัดการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ!

Advertisement

ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาอย่างต่อเนื่องถึง 4 ทศวรรษ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะเสริมความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการออม การลงทุนให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

ล่าสุดหยิบเอาองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาบูรณาการ ผสานกับนวัตกรรมนำเสนอออกมาเป็น พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (Investory) พิพิธภัณฑ์ด้านการลงทุนแห่งแรกของประเทศไทยที่ทำให้เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องง่าย บนพื้นที่ 1,260 ตารางเมตร ที่ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก

ทำอย่างไรคนไทยจะไม่เป็นหนี้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข คำตอบอยู่ที่นี่…พิพิธภัณฑ์ Investory

– การเรียนรู้เรื่องการลงทุนมีความจำเป็นแค่ไหน?

เป็นความจำเป็นของชีวิตค่ะ แต่คนส่วนใหญ่จะมองข้าม ไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ต้องย้อนก่อนว่าเราทำงานหาเงิน พอได้เงินมาแล้วอยากให้เงินงอกเงย การลงทุนเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เงินของเรางอกเงย ทำให้เรามีเงินออมเพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบมาก การเอาเงินไปลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการก็เป็นการลงทุนด้วยเหมือนกัน หรือการที่เราไปซื้อบ้านซื้อที่ดินแล้วปล่อยเช่า โดยคิดว่าจะมีราคาสูงขึ้นในอนาคต ทั้งหมดคือการลงทุน

ฉะนั้น การเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ที่อยู่ในตลาดทุนก็เป็นการลงทุนอีกแบบหนึ่ง เป็นอีกทางเลือกในการลงทุน พูดได้อีกแบบคือ การลงทุนอยู่รอบตัวเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้ใช้คำนี้ อาจจะมองแยกกัน ไม่ได้มองว่าการซื้อบ้านเพื่อให้เช่าเป็นการลงทุน แต่มองว่าการซื้อหุ้นการซื้อตราสารหนี้คือการลงทุน แต่ทุกอย่างคือการลงทุน การที่เราทำงานบริษัทแล้วได้ค่าตอบแทนมา ก็คือการลงทุน (ลงแรง) เหมือนกัน

– ส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงการลงทุนในหลักทรัพย์จะนึกถึงแต่เรื่องหุ้น จริงๆ มีมากกว่านั้น?

ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น เป็นบ้าน เป็นทองคำ บางคนไปลงทุนในภาพวาด งานศิลปะต่างๆ ก็เป็นการลงทุนทั้งหมด เพียงแต่ตลาดทุนเป็นหนึ่งทางเลือกของการลงทุน ซึ่งในตลาดทุนก็ยังมีอย่างอื่นอีก มีตราสารหนี้ มีอนุพันธ์ กองทุนรวม ทุกอย่างเป็นทางเลือกที่มีอยู่มากมาย

– ทำอย่างไรจะให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย?

อันดับแรกต้องมีความรู้ความเข้าใจก่อน คนส่วนใหญ่มักมองว่าเรื่องอะไรก็ตามเป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่รู้ แต่ถ้าเรารู้และเราเข้าใจ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

– ควรเรียนรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ยิ่งเรียนรู้เร็วยิ่งดี การปลูกฝังให้เด็กๆ มีวินัยทางการเงิน และเข้าใจว่าการลงทุนมีความสำคัญกับชีวิต ช่วยให้ชีวิตเขามั่นคงขึ้นอย่างไร ยิ่งเรียนรู้เร็วก็ยิ่งได้เปรียบ

– ควรเริ่มตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

จริงๆ ตั้งแต่เด็กอนุบาลยิ่งดี สอนให้เขามีวินัยทางการเงิน มีวินัยในการออมก่อน ต้องบอกว่าบางทีเราพูดถึงการลงทุนมันเป็นอีกก้อนหนึ่งแล้ว แต่จริงๆ ก้อนแรกที่ต้องพูดถึงคือ การรู้จักวางแผนทางการเงิน อันนี้สำคัญ เป็นขั้นตอนแรกก่อนจะคิดถึงการลงทุน

อย่างที่ “อินเวสตอรี่” พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้การลงทุน เราสอนตั้งแต่ทำให้เข้าใจก่อนว่า การวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยนึกถึงว่าเราต้องวางแผนทางการเงินให้กับตัวเอง เราไม่เคยนึกถึงการเชื่อมโยงแผนการเงินกับเป้าหมายของเรา ถามว่าความฝันของเราตอนนี้คืออะไร

ถ้าบั้นปลายชีวิตเราอยากมีเงินใช้จ่ายสบายๆ เราก็ต้องคิดว่า สบายๆ ของเราควรมีเงินเท่าไหร่ ถ้าเราคิดว่าบั้นปลายถ้ามีเงิน 10 ล้านบาทก็สบายแล้ว แต่ 10 ล้านบาทจะมาได้อย่างไร ก็ต้องเกิดจากการวางแผน

หรือมีเป้าหมายอื่นคือ ซื้อบ้าน อย่างน้อยก็ต้องมีเงินพอซื้อบ้าน แล้วจะใช้จ่ายอย่างไรให้มีเงินออมเหลือ แล้วเก็บเงินก้อนไปดาวน์บ้านได้

เช่นเดียวกับถ้าอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข ก็ต้องคิดแล้วว่าเราต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ถึงจะพอว่าเมื่อเกษียณอายุ 60 ปีแล้ว มี 10 ล้านบาทพอดี แล้วระหว่างทางมันมีตัวช่วยมั้ยที่จะทำให้เราเก็บออมน้อยลง หรือมีตัวช่วยที่ทำให้เงินเรางอกเกิน 10 ล้านบาท ตรงนี้การลงทุนก็เข้ามาตอบโจทย์

_DSC7977

– การออมกับการลงทุนเหมือนกันมั้ย?

แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนค่ะ บางคนมองว่าการออมก็คือการเอาเงินไปฝากธนาคารหรือหยอดกระปุกไว้ การลงทุนก็คือการเอาเงินออกมาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ แต่จริงๆ มันมีจุดเชื่อมกัน เช่นว่าเรามีเงินออม แล้วเอาเงินออมไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม หรือเอาเงินออกไปลงทุนเพื่อให้มันงอกเงยขึ้น

– บทบาทหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์คือจัดทำหนังสือให้เด็กเรียนรู้การจัดการทางการเงิน?

ค่ะ เราลงนามกับกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ปี 2545 ทำโครงการชื่อ “เงินทองของมีค่า” เป็นการสอนความรู้เรื่องการวางแผนทางการเงิน การสร้างวินัยทางการเงินให้กับเด็กตั้งแต่ประถม 1 จนถึงมัธยมปีที่ 6 ซึ่งตอนนั้นเราก็ทำออกมาเป็นชุดวิชา เป็น 4 ช่วงชั้น ช่วงชั้นที่ 1 ตั้งแต่ ป.1-3 ช่วงชั้นที่ 2 ป.4-6 ช่วงชั้นที่ 3 ม.1-3 และช่วงชั้นที่ 4 ม.4-6 เราทำหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของหมวดวิชาสังคมศึกษา ซึ่งมีวิชาหนึ่งเรียกว่า วิชาเศรษฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ก็มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ เราก็ไปเป็นทางเลือกของคุณครูที่จะเอาไปสอนประกอบวิชาเศรษฐศาสตร์ได้

– ก่อนหน้านี้ในตำราเรียนไม่ค่อยมีการสอนการจัดการทางเงินกับเด็ก?

ถ้ามีก็ในวิชาเศรษฐศาสตร์ จริงๆ ในวิชาเขาก็มีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้พูดในมิติที่ลึกมากอย่างที่ในตำราตลาดหลักทรัพย์เราทำ เพราะตอนนั้นเราเข้าไปพูดถึงหลักการการบริหารการจัดการทางการเงินเลย เราไปสอนเด็กตั้งแต่การออม คือสอนในคอนเซ็ปต์ 4 รู้ คือ “รู้จักหา” คือ รู้จักว่าเงินคืออะไร เขาควรจะเลือกอาชีพอะไรให้เหมาะสมที่จะสร้างรายได้ให้เขาในอนาคต หรือมีช่องทางในการหารายได้เสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง “รู้เก็บ” คือ สร้างวินัยในการออม เราก็มีหลักการง่ายๆ ในการสอนเด็ก คือ บวกสิบ ลบสิบ ถ้าบวกสิบคือ ใช้ไปเท่าไหร่ก็ต้องออมให้ได้ 10% ของจำนวนเงินที่ใช้ไป หรือลบสิบ คือ ได้เงินมาเท่าไหร่ก็หักก่อน 10% เพื่อการออม

หรืออย่างหลักสมการเงินออม ส่วนใหญ่เราได้เงินมา พอเหลือเท่าไหร่ค่อยเป็นเงินออม แต่ถ้าเราเปลี่ยนหลักการเป็น ได้เงินมาเท่าไหร่ หักออมก่อนแล้วค่อยใช้ ก็จะทำให้เรามีเงินออมสม่ำเสมอ เป็นหลักการง่ายๆ ที่เราสอนให้กับเด็ก หรืออย่าง “รู้ใช้” ก็เป็นการให้เขารู้จัก Need กับ Want อย่าง Need เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นความจำเป็นของชีวิต จำเป็นต้องใช้จ่าย อย่างค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าที่จำเป็น ถ้าเป็น Want บางทีเป็นสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราอยากได้เพิ่ม ก็ต้องสอนให้เด็กรู้จักแยกแยะ จะได้มีเงินเหลือ

แล้วส่วนสุดท้าย คือ “รู้จักขยายดอกผล” คือมีเงินออมเหลือ แต่ทำอย่างไรจะให้มันงอกเงย ก็ต้องรู้จักว่ามีช่องทางเลือกอะไรบ้างในการที่เขาจะเอาเงินออมไปวางไว้ ไปหย่อนไว้แล้วทำให้มันเติบโตขึ้น นี่เป็นคอนเซ็ปต์ที่เราเอาไปสอนเด็ก แต่ก็มีความลึกตามลำดับชั้น

– ที่มาของพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน?

อย่างที่บอกเวลาที่เราสอนเด็ก ตำราของเราเป็นทางเลือกของครูที่จะใช้ แต่เราไม่สามารถที่จะกำหนดให้ครูทุกคนต้องใช้ตำรานี้ ดังนั้น เราก็มองว่า เรามีนวัตกรรมอื่นมั้ยในการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ ประกอบกับตอนนั้นเราสร้างตึกใหม่ ทางผู้บริหาร คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งนี้เลยคิดว่าเรามีบริเวณพื้นที่พอสมควร จึงพัฒนาขึ้นเป็นห้องสมุด (ห้องสมุดมารวย) และสิ่งที่ใหม่ที่เกิดขึ้นมาคือ พิพิธภัณฑ์อินเวสตอรี่

(Investory) ที่เป็นพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ก็เลยเป็นที่มาว่า อย่างน้อยเรามีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เป็นแหล่งเรียนรู้ในมิติใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ นักเรียนนักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้

– ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ไม่จำกัดอายุ?

ใช่ค่ะ ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ได้ โดยไม่จำกัดอายุค่ะ เพียงแต่ที่นี่อาจจะเหมาะกับคนที่ต้องการจะเริ่มต้น จากคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะถ้าดูจากเรื่องที่เราเล่าในนี้ เราจะเล่าจากเรื่องที่เป็นเรื่องใกล้ตัว

– เน้นกลุ่มเป้าหมายที่กลุ่มไหน?

เราตั้งใจให้เป็นเด็กมัธยม คือถ้าเป็นเด็กมัธยมมา เขาสามารถเรียนรู้เองได้ แต่ถ้าเล็กกว่านั้นอาจจะต้องมีผู้ใหญ่ ผู้ปกครองหรือครูให้คำแนะนำ

– สามารถเรียนรู้ได้เอง?

ได้เองค่ะ เรามีทั้งกราฟิกบอร์ด ที่สามารถอ่านทำความเข้าใจได้เอง เรามีเกมซึ่งแต่ละเกมเรามีคู่มือให้ สื่อต่างๆ เราจะมีคำแนะนำการใช้อยู่ แต่ถ้าเขารู้สึกว่ามาแล้วไม่มั่นใจ เราก็มีน้องๆ สต๊าฟให้คำแนะนำแต่ละจุดอยู่ด้วย

– ปัจจุบันมีนักเรียนเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก?

มากค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา ซึ่งมีหลากหลายสาขาวิชา ทั้งที่ศึกษาทางด้านเกี่ยวกับการเงิน และไม่เกี่ยวกับด้านการเงิน

_DSC7976

– สิ่งที่คนเข้ามาแล้วจะได้กลับออกไป?

อย่างน้อยวัตถุประสงค์ของที่นี่คือ ต้องการให้คนเข้ามาได้แรงบันดาลใจที่จะกลับไปเริ่มต้นวางแผนทางการเงิน หรือเริ่มต้นลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง

– คนใกล้เกษียณเข้ามาเรียนรู้การลงทุนทันมั้ย?

ทุกคนทันเสมอ แต่มันก็ทันตามอัตภาพที่มี อย่างเราใกล้เกษียณ เรายังออมมาน้อย แต่เราต้องการใช้เยอะ การออมเงินอย่างเดียวอาจจะไม่พอ อาจจะต้องคิดแผนอื่นในการช่วยทำให้ตนเองมีเงินพอใช้ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้เริ่มต้นเร็วยิ่งดี

– ไม่เก่งคำนวณเรียนรู้ด้านการทุนได้?

ได้ค่ะ เพราะจริงๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวเลขสักเท่าไหร่ และเรื่องตัวเลขมันมีตัวช่วยอย่างอื่นเยอะแยะในการช่วยคำนวณ ดังนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับทุกคน เพราะความรู้ทางการเงินแบบนี้มันเป็น “ทักษะของชีวิต” อย่างหนึ่ง คือคนที่จะประสบความสำเร็จ มีความมั่นคงในชีวิตได้ องค์ประกอบหนึ่งควรจะต้องมีทักษะในเรื่องนี้ คือ มีทักษะในเรื่องของการบริหารการจัดการทางการเงิน ฉะนั้น จริงๆ เรื่องตัวเลขไม่ใช่ปัจจัยหลัก คนเก่งเลขไม่จำเป็นจะต้องประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ แต่จะต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์มากกว่า รู้และลงมือปฏิบัติจึงจะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้

– จะเชิญชวนให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างไร?

เรื่องวางแผนทางการเงิน หรือเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ สำหรับทุกคน และในอนาคตอย่างที่เรารู้ประเทศเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในอีกไม่นาน ปัญหาหนึ่งที่น่ากังวลคือ เราจะไม่มีเงินใช้ในตอนแก่ เพราะว่าเรายังไม่ได้ออม และทุกวันนี้เรายังใช้จ่ายเงินเยอะ บางคนมีภาระหนี้สินด้วยซ้ำ ช่องทางการออมเพื่อการเกษียณหลายๆ ช่องทาง อย่างที่หลายๆ บริษัทมียังถือว่าออมน้อยเลย แล้วเราไม่ได้ออมเพิ่มด้วย

ปัญหาคือแก่ไปจะเอาเงินที่ไหนใช้ จึงอยากให้มาที่นี่ จะได้มาเรียนรู้จะได้มาทำความเข้าใจว่า การวางแผนทางการเงินมันสำคัญอย่างไรในชีวิต และที่นี่มีโปรแกรมของเราที่อยู่ในห้องเช็กแอนด์ช็อก ซึ่งจะมีการคำนวณว่าตอนเกษียณคุณต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะมีชีวิตอย่างที่คุณฝันไว้ แล้วมาดูว่าคุณมีพอหรือยัง ถ้ายัง คุณต้องเก็บออมอย่างไร ผ่านทางช่องทางไหน จึงจะมีชีวิตเกษียณที่มีความสุขได้

– ถ้าตั้งเป้าหมายที่การเป็นเศรษฐี?

ได้ค่ะ อยู่ที่ว่าจะวางแผนอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายนั้น ต้องรู้ช่องทางรู้วิธีที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ก็ต้องมาหาคำตอบที่นี่ ที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ศูนย์ ซึ่งถ้าอยากได้ความรู้ที่ลึกกว่านี้ข้างๆ มีห้องสมุดมารวย และถ้าอยากรู้ลึกต่อ เรามีเว็บไซต์ที่พูดเรื่องนี้โดยตรงที่ www.set.or.th/education มีเป็นคลาสรูม ออนไลน์ให้เรียนได้

เรามีหลักสูตรฟรี 3 ชั่วโมง มี 20-30 หลักสูตร เข้าไปเรียนรู้ก่อน และมีบทความ มีเครื่องมือให้ทดลองด้วย

“From ZERO to HERO” ทุกคนเป็นฮีโร่ทางการเงินได้

“การลงทุน” อาจดูเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องของทุกคน การลงทุนเป็น “ทักษะของชีวิต” ที่ทุกคนจำต้องมี และยิ่งเรียนรู้เร็วเท่าไหร่ยิ่งได้ประโยชน์กับตนเอง

ประเทศไทยแม้จะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และเตรียมเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัวอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเตรียมพร้อมให้กับเยาวชนในวันนี้เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้

ปิยาภรณ์ ครองจันทร์ บอกว่า “เด็กๆ และเยาวชน เป็นกลุ่มที่เราอยากให้มาเรียนรู้ เพราะที่นี่เราทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกมาก เราใช้ตัวคาแร็กเตอร์มาเล่า และทำให้เข้าใจมากขึ้น อย่างเรามี “มันนี่ มอนสเตอร์” ศัตรูร้ายทางการเงินที่เป็นสัญลักษณ์ของปัญหาทางการเงิน ทุกคนมี “มันนี่ มอนสเตอร์” เกาะติดตามตัวทุกคน และเจ้า “มันนี่ มอนสเตอร์” ก็มีหลายรูปแบบ เช่น ในเรื่องของเราไม่ยอมเก็บออม ไม่มีวินัยทางการเงิน ชอบช้อปปิ้ง เห็นป้ายเซลส์ไม่ได้ เรามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งหมดนี้คือ “มันนี่ มอนสเตอร์” ที่อยู่รายรอบตัวเรา”

“ทุกคนมีแต่สามารถกำจัด “มันนี่ มอนสเตอร์” หรือทำให้มันน้อยลงได้ ซึ่งที่นี่เราสอนวิธีที่จะทำให้ “มันนี่ มอนสเตอร์” ออกไปจากตัว และทำให้ตัวเองมีความสุขได้ โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่เราจะใช้ว่า “ฟรอม ซีโร่ ทู ฮีโร่” นั่นหมายความว่าไม่ต้องกังวลว่าคุณจะไม่มีความรู้เรื่องของการลงทุน เรื่องการวางแผนทางการเงิน เพราะที่นี่เราตั้งใจอยู่แล้วที่จะให้คนที่เริ่มต้นจากศูนย์สามารถกลับไปแล้วไปเป็นฮีโร่ได้

“ซึ่งฮีโร่ในที่นี้หมายความว่า ฮีโร่สำหรับตัวเอง ทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายของชีวิต ทำให้คนรอบตัว ทำให้ครอบครัวบรรลุเป้าหมายของชีวิต”