ธรรมชาติพึ่งพาคน คนพึ่งพาธรรมชาติ ต้นไม้เพียงต้นเดียวสร้างคุณค่ามหาศาล ขณะเดียวกันโลกก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือหยุดยั้งการพัฒนาที่อาจนำมาซึ่งมลพิษ ทำลายกัดกร่อนความสมดุลของระบบนิเวศ
‘ร่วมส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคน’ นั่นคือปณิธานของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่มุ่งตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจอย่างมีคฟวามรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนครอบคลุมทั้งในมิติสุขภาวะ มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการสอดคล้องตามกรอบการพัฒนา และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

ก่อเกิดโครงการ CPRAM GREEN LIFE ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ และกิจกรรม ‘แสนกล้าสู่แสนต้น’ พร้อมผนึกกำลังกับสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จังหวัดน่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์,ส่วนราชการ และชาวบ้านในพื้นที่ ณ บ้านขุนก๋อง ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
CPRAM ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
‘ปลูกเพื่อโลกที่ยั่งยืน’
วิลาสินี มีครัว ผู้จัดการฝ่าย บริษัท ซีพีแรม จำกัด เผยว่า ในนามผู้แทน บริษัท ซีพีแรม จำกัด และคณะทำงาน ในโครงการ CPRAM GREEN LIFE ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สังคมไทย และการสร้างความยั่งยืนของโลกที่ชุมชนบ้านขุนก๋อง โดย CPRAM เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน และเบเกอรี่ โดยมีเมนูที่หลากหลายที่ทุกคนคุ้นเคยพบได้ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น อาทิ ข้าวกล่องพร้อมรับประทานถาดสีแดง ข้าวปั้นสามเหลี่ยม ขนมจีบซาลาเปา และเบเกอรี่เลอแปง
“ทางภาคเหนือ CPRAM มีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูน เรามุ่งมั่นส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน ในครั้งนี้ เราเลือกมาที่ชุมชนบ้านขุนก๋อง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผืนป่าขนาดใหญ่ มีแหล่งต้นน้ำที่ไหลผ่านไปยังพื้นที่ต่างๆ ทางภาคเหนือ อีกทั้งยังมีแหล่งอาหารสำคัญ
CPRAM จัดทำโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินประเทศไทย เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสมดุลโลก
โครงการนี้ ได้ความร่วมมือจากส่วนงานราชการจังหวัดลำพูน อำเภอแม่ทา และส่วนงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายว่า ต้นไม้ที่พวกเราทุกคนช่วยกันปลูกในวันนี้ จะให้ร่มเงาและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ในพื้นที่จังหวัดลำพูนต่อไป” วิลาสินีกล่าว

ปลูกป่าครอบคลุม 3 พื้นที่
ปรัชญาซีพี 3 ประโยชน์ ‘ประเทศชาติ ประชาชน องค์กร’
กอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ซีพีแรมได้มีการปลูกต้นไม้มาโดยตลอดทั้งภายในและบริเวณโดยรอบบริษัทในชุมชน รวมถึงพื้นที่ป่า ซึ่งกิจกรรม CPRAM GREEN LIFE ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สอดคล้องกับปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร
“พื้นที่ปลูกในครั้งนี้ครอบคลุม 3 พื้นที่ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง, สถาบันวิจัยพื้นที่สูงโครงการหลวง (องค์การมหาชน) และศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านขุนก๋อง สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแม่ทา
วันนี้เราได้นำต้นยางนามามอบให้แก่ชุมชนบ้านขุนก๋อง นอกจากนี้ ยังเสริมเห็ดเข้าไปที่รากของต้นไม้ร่วมด้วย ชาวบ้านก็สามารถนำเห็ดที่งอกขึ้นมาไปจำหน่ายได้
ต้นไม้เพียงต้นเดียวนั้นมีคุณค่ามหาศาล เพราะชีวิตของคนเราจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยต้นไม้ เพราะฉะนั้นหากเราทุกคนหันมาช่วยเพิ่มปริมาณต้นไม้ในเมืองไทยให้มากขึ้น โอกาสที่จะคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน ซีพีแรมเชื่อว่า ความร่วมมือ คือรากฐานที่สำคัญของความยั่งยืน” กอบชัยกล่าว
จากนั้น ย้อนเล่าว่า โครงการ CPRAM GREEN LIFE ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 42,000 ต้น บนพื้นที่ 340,000 ตารางเมตร และแจกกล้าไม้ให้กับชาวบ้านและพนักงานไปแล้วกว่า 79,200 ต้น จากเป้าหมาย 100,000 ต้น หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากป่าชายเลนและป่าปก บนผืนแผ่นดินไทยอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ประชาชนและคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการรับกล้าไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกและปลูกลงดินตลอดจนการดูแลให้ต้นไม้เติบโต กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจากชุมชนให้เข้ามาดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากร ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ป่าไม้ได้คงอยู่ถึงรุ่นลูกหลานสืบไป

Heart-Health-Home
3 ความยั่งยืนคู่ธุรกิจ
บัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จังหวัดน่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ เล่าว่า ในวันแรกที่ได้เดินทางมาที่ผืนป่าแห่งนี้ ได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ บ้านขุนก๋อง
เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะป่าไม้ ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งป่าไม้และต้นน้ำที่เป็นของพวกเราทุกๆ คน มิใช่ของคนใดคนหนึ่ง
“เราดำเนินงานด้านความยั่งยืนควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ โดยมีนโยบายด้านความยั่งยืน 3 ส่วน ได้แก่ Heart-Health-Home
Heart คือการทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรม Health คือการอยู่กับสังคมอย่างยั่งยืน และ Home คือการช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ให้ประชาชนในพื้นที่พักอาศัยอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
หากเราไปทำธุรกิจที่ประเทศใด ประเทศนั้นจะได้รับประโยชน์ก่อนเป็นสิ่งแรก อันดับที่สอง คือประชาชน และอันดับสุดท้ายจึงเป็นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เราจึงปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกในพื้นที่ป่า โดยเราใช้ไม้ที่มีประโยชน์นั่นคือ ยางนา โดยใส่เชื้อเห็ดที่ได้รับการวิจัยผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ในอนาคตชาวบ้านก็จะสามารถใชประโยชน์จากพื้นที่ป่าตรงนี้ได้ การปลูกป่าในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เราทำทั่วประเทศ ขอฝากต้นไม้ไว้กับชาวบ้านชุมชนให้ช่วยกันดูแลต่อไป” บัญชากล่าว
บัญชาเผยด้วยว่า เนื่องใน พ.ศ.2567 เป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินโครงการจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางด้านการศึกษาด้านสุขลักษณะอนามัย การบริจาคโลหิต เพื่อการสนับสนุนโรงเรียนโรงพยาบาล และชุมชน
“การปลูกป่าในครั้งนี้ก็เป็นอีกโครงการที่มุ่งเน้น โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา เราปลูกต้นไม้ได้ทั้งหมดทั่วประเทศรวม 8.3 ล้านต้นแล้ว”

‘ขุนก๋อง’ หมู่บ้านกลางหุบเขา
ยิ่งปลูกเพิ่ม ยิ่งเติมอากาศบริสุทธิ์
ด้านเจ้าบ้านอย่าง สมาน กองแก้ว ปลัดจังหวัดลำพูน กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสมาร่วมปลูกต้นไม้เพื่อโลกที่ยั่งยืนกับ CPRAM บรรยากาศของผืนป่าแห่งนี้ มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เมื่อเขามีต้นไม้ เราก็ส่งเสริมเพิ่มเติมให้เกิดความยั่งยืนร่มรื่นต่อไป
“ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาในหลากหลายมิติ ทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญและตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ โดยผสานความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหา และเพิ่มพูนพื้นที่สีเขียว จะช่วยลดโลกร้อนได้ อยากให้พี่น้องชาวบ้านขุนก๋องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมแบบนี้ที่ดีต่อไปเรื่อยๆ” ปลัดจังหวัดลำพูนกล่าว
ด้าน ธวัชชัย กุณหลวง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เล่าความรู้สึกว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ทาง CPRAM มีโครงการปลูกต้นไม้ โดยบ้านขุนก๋องเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อมีการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมขึ้นอีก ก็ยิ่งเพิ่มความบริสุทธิ์ของอากาศให้มากยิ่งขึ้น
เด็กๆ ในหมู่บ้านก็ได้เติบโตในพื้นที่ซึ่งมากมายด้วยอากาศบริสุทธิ์
ชญานินทร์ ภูษาทอง

