สนุกกับปารีสเกมส์
ปารีสเกมส์ เปิดตัวไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน
ถือเป็นโอลิมปิกเกมส์อีกครั้งที่พิธีเปิดสร้างความฮือฮาให้ชาวโลก
ฝรั่งเศสใช้กรุงปารีสเป็นเวทีใหญ่สำหรับพิธีเปิดงานระดับโลกนี้
หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด เสียงชม เสียงตำหนิ ดังกระหน่ำ
คอลัมน์ “ล้วงลับจากปารีส” ของมติชนได้รายงานบางเหตุการณ์เข้ามา
ระบุว่า ฝรั่งเศสคิดนอกกรอบ แทนที่จะทำพิธีเปิดในสนามกีฬา กลับฉีกกฎหันไปเปิดกันที่แม่น้ำแซน แม่น้ำสายสำคัญของกรุงปารีสที่ทั่วโลกรู้จัก
พิธีเปิดดำเนินการกันกลางแจ้ง ท้าทายสายฝนที่ตกลงมา
ฝนที่ตกทำให้มองเห็นนักกีฬาในขบวนเรือที่ล่องในแม่น้ำแซนไม่ชัด
น้ำฝนทำให้จอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เหนืออัฒจันทร์ฝั่งหนึ่งชอร์ตดับ ผู้ชมฝั่งหนึ่งอดดูการถ่ายทอดสด
เสียงฝนที่ตกกระหน่ำยังรบกวนช่วงที่ “เลดี้ กาก้า” นักร้องสาวชื่อดังชาวอเมริกันออกมาโชว์เพลง
ด้านพิธีการ มีข้อผิดพลาด เมื่อธงห้าห่วงโอลิมปิกที่เชิญขึ้นสู่ยอดเสา กลายเป็นห่วงโอลิมปิกกลับหัว
ระหว่างล่องเรือขบวนพาเหรดนักกีฬา โฆษกแนะนำนักกีฬาเกาหลีใต้เป็นเกาหลีเหนือ
และยังมีเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมาย
คอลัมน์ “ล้วงลับจากปารีส” ทำหน้าที่รายงานความเป็นไปของโอลิมปิกเกมส์เช่นนี้ทุกวัน สามารถติดตามได้ทางมติชน
ติดตามได้ทั้งทางหนังสือพิมพ์มติชน และออนไลน์
คนที่ติดตามข่าวสารทางหนังสือพิมพ์ มีโอกาสได้ลุ้นโชค
เพียงตัดคูปอง ตอบคำถามง่ายๆ แล้วส่งไปที่บริษัท ข่าวสด จำกัด
มีรางวัลใหญ่รออยู่มากมาย โดยเฉพาะรถอีวียี่ห้อเอ็มจี
สำหรับพิธีเปิดปารีสเกมส์สะท้อนให้เห็นความยากในการจัดการ จึงปรากฏข้อผิดพลาดต่างๆ นานา
แต่ความผิดพลาดดังกล่าว กลับมิอาจกลบลบความประทับใจไปได้
แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่ม จนบางเรื่องเจ้าภาพต้องขอโทษ บางช่วงเวลาเจ้าภาพต้องตัดต่อวิดีโอใหม่
แต่ภาพรวมของพิธีเปิด ถือว่าประสบความสำเร็จ
นี่อาจเป็นเพราะพิธีเปิดครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสัน อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็น ทำให้พิธีเปิดมีชีวิต
เจ้าภาพกล้าคิด กล้านำเสนอ และฉลาดในการนำศิลปวัฒนธรรมตลอดจนประวัติศาสตร์ของตัวเองมาชูโรง
นำเอาของดีๆ เอาของดังๆ มาโปรโมต
หลายคนบอกว่าพิธีเปิดครั้งนี้นี่แหละคือซอฟต์พาเวอร์ แสดงตัวตนของฝรั่งเศสออกมา
พิธีเปิดครั้งนี้ ฝรั่งเศสจึงจัดเต็ม ไม่เสียชื่อที่เป็นเมืองแฟชั่น
แม้แต่บทเพลงที่นำมาเสนอก็มีมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมาย
อาทิ เพลงชาติฝรั่งเศส “La Marseillaise” เพลง “The Phantom of the Opera” “Symphony No.9” ของ อันโตญีน ดโวฌาก เพลง “Mon Truc en Plumes” เพลง “Do You Hear The People Sing?” เป็นต้น
โดยเฉพาะเพลงส่งท้าย Hymne ? l’amour นั้น มีคนพูดถึงมาก
บทเพลงนี้ประพันธ์เนื้อร้องโดย “อีดิธ ปิยัฟ” นักร้องผู้เป็นตำนานฝรั่งเศส ที่แต่งให้กับ “มาร์เซล เซอร์ดาน” นักมวยแชมป์โลก คนรักที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก เมื่อปี ค.ศ.1949
ครานี้ขับร้องโดย เซลีน ดิออน นักร้องดังระดับโลก
เพลงส่งท้ายบทนี้ สร้างความประทับใจ จนอยากรู้ความหมาย
บังเอิญคนของมติชนรบกวน อาจารย์วิษณุ วรัญญู ช่วยแปลความหมายเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับฟัง
ส่งคำขอไปทางเฟซบุ๊ก และก็ได้คำแปลกลับมาจริงๆ
จึงขอคัดลอกเอาเฉพาะคำแปล เพื่อเติมเต็มการฟังบทเพลงให้ผู้อ่านที่อยากรู้ความหมาย ดังนี้
“ต่อให้ฟ้าถล่ม
หรือแผ่นดินทลาย
หากเธอรักฉัน
ใดๆ ในโลกนี้ก็ไม่มีความหมาย
ตราบใดที่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าความรักของเธอยังท่วมท้นรอบตัวฉัน
ตราบใดที่ฉันสั่นสะท้านเมื่อยามต้องกับสัมผัสของเธอ
ที่รัก ทุกปัญหาก็เป็นเรื่องเล็กน้อย
ขอเพียงเธอรักฉันเช่นนี้ตลอดไป
บอกมาสิว่าอยากให้ฉันทำอะไร
ฉันจะทำให้เธอทุกสิ่ง จะให้ฉันไปให้สุดโลก
หรือจะให้ฉันย้อมผมเป็นสีทอง ฉันก็จะทำให้
อยากได้พระจันทร์ไหมล่ะ อยากได้เงินก้อนโตไหมล่ะ
บอกมาสิ ฉันจะไปไขว่คว้ามาให้
บอกให้ฉันหันหลังให้ประเทศบ้านเกิดของฉัน
หรือให้ฉันเลิกคบกับเพื่อนๆ ก็ได้
บอกมาสิ
ฉันยอมที่จะทำตัวบ้าบอให้คนหัวเราะเยาะเย้ยก็ได้นะ
บอกฉันมาสิ
หากวันใดมีอะไรมาพรากชีวิตเธอไปจากฉัน
หรือว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก ขอให้รู้ว่าฉันไม่หวั่นเกรงอะไรเลย
เพราะวันนั้นจะเป็นวันที่ฉันสิ้นใจไปกับเธอด้วย
เราจะอยู่ด้วยกันชั่วกัลปาวสาน
ในความไพศาลของสรวงสวรรค์
ที่รัก เชื่อหรือยังล่ะว่าเรารักกันขนาดไหน
เพราะเรารักกัน พระเจ้าจึงดลให้เรามาพบกันและอยู่ด้วยกันไงล่ะ”
อ่านความหมาย พร้อมดูที่มาของเนื้อร้อง แล้วย้อนกลับไปฟัง Hymne ? l’amour อีกรอบ
ไพเราะ ซาบซึ้ง ประทับใจ
เมื่อพิธีเปิดผ่านพ้น ตอนนี้ก็มาลุ้นเกมกีฬา แล้วรอดูพิธีปิดที่แว่วว่าจะมีเซอร์ไพรส์
จากนั้นก็มาลุ้นโชคสำหรับผู้ที่ตัดคูปองส่งมา
นฤตย์ เสกธีระ

