โออาร์ เปิด ธุรกิจใหม่
ชูร้าน ‘found & found’
ลุย ‘เฮลท์ แอนด์ เวลเนส’
หากจำกันได้เสาหลักธุรกิจของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ มีด้วยกัน 4 ประการ
1.Mobility คือ การขายน้ำมัน 2.Lifestyle เป็นธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนและร้านค้า 3.Global Market คือ ธุรกิจในต่างประเทศ และ 4.OR Innovation คือ การปรับตัวเองไปสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ได้
ขณะนี้ OR กำลังขยายผลพันธกิจที่ 2 คือ Lifestyle ด้วยการบุกตลาดใหม่ ตลาดบิวตี้แอนด์เฮลธ์
ตลาดความงามและสุขภาพ
ทั้งนี้ OR ได้คิกออฟเปิดร้านใหม่ภายใน PTT Station ชื่อ found & found จำนวน 3 สาขา ประกอบด้วย 1.สาขา Energy complex 2.PTT Station สาขาสายไหม 56 และ 3.PTT Station สาขาบราราชชนนี 97 ไปเมื่อเร็วๆ นี้
และเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2567 ผู้บริหาร OR ได้นำสื่อมวลชนไทยไปพบปะพันธมิตรธุรกิจของร้าน found & found ที่ประเทศญี่ปุ่น
โดยเฉพาะ สุกิ โฮลดิ้งส์ (Sugi Holdings) หนึ่งในผู้นำธุรกิจเครือข่ายร้านขายยาและผู้นำด้านแพลตฟอร์ม นาโนเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
Sugi Holdings มีบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย อาทิ สุกิ ฟาร์มาซี (Sugi Pharmacy) มีร้านค้ามากกว่า 1,500 แห่งทั่วญี่ปุ่น รวมทั้ง สุกิ เมดิคอล (Sugi Medical) ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรเป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทอาหารและยา คือ บริษัท ฟาร์มา ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Pharma Foods International Co., Ltd.) บริษัท คอสเมด ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (Cosmed pharmaceutical Co., Ltd.) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วยเทคโนโลยีไมโครนีดเดิล (Microneedle Technology) และ บริษัท เคียววะ คอสเมติกส์ จำกัด (Kyowa Cosmetics Co., Ltd.) ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผู้ผลิตให้กับแชมพู แบรนด์ T3 ที่วางจำหน่ายใน Sugi Drug Store ที่ประเทศญี่ปุ่น

ขณะที่ ร้าน found & found ก็จะนำเข้ามาขายในไทย
การเดินทางไปของคณะ OR ครั้งนี้ก็เพื่อไปเยี่ยมชมบริษัทต่างๆ ที่เป็นต้นกำเนิดของสินค้าที่จะนำมาวางในร้าน found & found นี่แหละ

นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลระหว่างเยี่ยมชมดูงานบริษัทต่างๆ ดังกล่าวในแดนอาทิตย์อุทัยว่า ธุรกิจไลฟ์สไตล์ของ OR กำลังมีอนาคต ขณะเดียวกันเราอยู่ในธุรกิจรีเทลมานาน จึงมองว่าน่าจะมีธุรกิจใหม่ในด้านนี้ได้แล้ว
และธุรกิจที่ว่าก็คือ ธุรกิจความงามและสุขภาพ ซึ่งบอร์ดของ OR ได้อนุมัติให้ดำเนินการได้ เพราะมองเห็นว่าธุรกิจนี้กำลังอยู่ในเทรนด์ของเอเชียแปซิฟิก
“ญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ และไทยเราก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยภายใน 5 ปี ขณะที่คนทั่วไปรักความสวยความงามและสุขภาพมากขึ้น การทำธุรกิจด้านนี้จึงมีโอกาส โดยเราพยายามเติมเต็ม พีพีที สเตชั่น ให้มีมากกว่าปั๊มน้ำมัน เพราะธุรกิจน้ำมันถูกดิสรัปชั่นเหมือนกับอีกหลายธุรกิจ ดังนั้น เราจึงต้องปรับตัว”
และการเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ก็เพื่อให้พบปะกับพันธมิตรธุรกิจของ OR เพื่อให้สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น
หลังจากชาวคณะ OR ลงจากเครื่อง ทุกคนก็นั่งรถจากโอซากาตรงดิ่งไปยังเมืองเกียวโต เพื่อดูงานที่ บริษัท ฟาร์มา ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทันที

พอขึ้นรถบัสไปพักใหญ่ทุกคนก็เข้าสู่ภวังค์ หลังจากนั่งเครื่องมายาวกว่า 5 ชั่วโมง รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็ถึงที่หมาย บริษัท ฟาร์มา ฟู้ดส์ฯ เป็นบริษัทวิจัย ซึ่งได้ทำการวิจัยไข่ไก่อย่างละเอียดมา 27 ปี
ผลจากการวิจัยพบว่า ไข่แดง (Egg yolk) สามารถนำไปเสริมสร้างกระดูก เร่งการเติบโตให้เส้นผม ให้ภูมิคุ้มกัน เพิ่มความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ไข่ขาว (Egg white) เยื่อเปลือกไข่ (Eggshell membrane) เปลือกไข่ (Egg Shell) ตีนไก่ (Chicken legs) และขั้วไข่แดง (Chalaza) เยื่อหุ้มไข่แดง (Egg yolk membrane) ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในการบำรุง เสริมสร้าง และรักษาความงามให้มนุษย์
จากสิ่งที่ค้นพบทางบริษัทได้พัฒนากลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสริมความงาม และรักษาสุขภาพ ทั้งเครื่องดื่ม แชมพู ครีม และยังผลิตเส้นใยที่นำไปทอเป็นเสื้อผ้า
ก่อเกิดเป็นรายได้กลับคืนมา จากปี 2018 ได้ 7,943 ล้านเยน สู่ปี 2023 ได้ 68,572 ล้านเยน โดยมีเป้าหมายจะได้ 100,000 ล้านเยน ในปี 2036

ต่อมา ไปแวะ บริษัท คอสเมด ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (Cosmed pharmaceutical Co., Ltd.) ที่นั่นค้นพบนวัตกรรม Micro Needle ที่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้ดี
รุ่งขึ้น เข้าพบผู้บริหาร และดูงาน บริษัท เคียววะ คอสเมติกส์ จำกัด (Kyowa Cosmetics Co., Ltd.) ซึ่งวิจัยพบนวัตกรรม SNDP ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ดูดซับเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดประสิทธิภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น
สุดท้าย มีโอกาสไปเยี่ยมชมร้านสุกิ ที่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ซึ่งหลายคนที่ไปโอซากาคงเคยแวะเคยซื้อข้าวของในร้านนี้กันมาแล้ว
นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด หรือ ORHW ซึ่งรับผิดชอบธุรกิจร้าน found & found โดยตรงอธิบายเพิ่มเติมให้คณะดูงานฟังอย่างละเอียด

เริ่มจากชื่อ found & found
found & found เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะให้ทุกคนสามารถหาสินค้าได้พบอย่างง่ายดาย และสามารถดูผิวได้ด้วยตัวเอง ตามแนวทาง Simple Easy Every skill
ร้าน found & found มีจุดแข็งตรงที่โลเกชั่น ซึ่ง OR มีปั๊มน้ำมัน PTT และร้านอเมซอนอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 4,500 แห่ง ซึ่งทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำเสนอ
ตรงจุดนี้ นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ OR ขยายความให้ฟังว่า ตอนนี้สถานีบริการน้ำมันของ PTT มีผู้ใช้บริการวันละประมาณ 3 ล้านคน
พร้อมยกตัวอย่างที่สาขาสายไหม ปั๊ม PTT มีคนเข้าวันธรรมดา ประมาณ 3,000 คน เสาร์-อาทิตย์ ประมาณ 4,000-5,000 คน เพราะปั๊ม PTT มีร้านค้าอยู่ 50 แบรนด์ ช่วยกันดึงให้คนเข้ามาใช้บริการ
ร้าน found & found มีความแตกต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่มีผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 60-70 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งไทยด้วย
สำหรับโรดแมปจังหวะก้าวของร้าน found & found หลังจากที่ได้จัดตั้ง บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ OR เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แบ่งไทม์ไลน์ไว้ 3 เฟส
เฟสแรก ภายใน 2 ปีจะเปิดร้าน found & found 10 ร้าน เพื่อจะหาโมเดลในการพัฒนาขยายกิจการต่อไป
เฟสสอง ปี 2026 จะเริ่มพัฒนาธุรกิจหลังจากได้โมเดลแล้ว
เฟสสาม จะเปิดร้านให้ได้ 500-800 สาขาในปี 2030
ขณะที่ลูกค้าเป้าหมาย เป็นกลุ่มแมส อยู่ตรงกลาง ไม่สูง ไม่ต่ำ อายุระหว่าง 18-44 ปี อาศัยในกรุงเทพฯประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ อยู่ต่างจังหวัดประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์
“เราไม่เข้าไปเน้นส่วนกลางมาก เพราะคู่แข่งมาก แต่ถ้าเราออกต่างจังหวัด จะสามารถขยายตัวได้ดี และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ประกอบกับลูกค้าของ PTT STATION นั้นอยู่ในกลุ่มแมสอยู่แล้ว ทำให้ธุรกิจใหม่กับธุรกิจที่ทำอยู่สนับสนุนกันและกัน”
กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว มีลักษณะของกลุ่มนี้ 5 ลักษณะ 1.ต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า 2.ต้องการคุณภาพสินค้า 3.ต้องการโปรโมชั่น 4.ซื้อตามงบประมาณที่มี และ 5.ซื้อตามเทรนด์ ซึ่งร้าน found & found เน้นลักษณะที่ 1 และ 2 เพราะคน 2 กลุ่มนี้มีขนาดประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มแมส
จากลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย ทางร้าน found & found ได้สร้างความสะดวกให้ลูกค้า โดยกำหนดการจัดวางผลิตภัณฑ์ตามขั้นตอนการดูแลผิว คือ 1.ทำความสะอาด 2.ปรับสภาพผิว 3.บำรุงผิว 4.เพิ่มความชุ่มชื่น 5.ป้องกันผิว ทำให้ง่ายต่อการค้นหา
นอกจากนี้ ร้าน found & found จะสร้างฐานสมาชิก และมีข้อแนะนำให้กับลูกค้าที่ต้องการรักษาสุขภาพ และเสริมสร้างความงาม
และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่และเกาหลี ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปก็จะช่วยดึงดูดให้คนไทยเข้าถึงการบำรุงรักษาความงามและสุขภาพได้ด้วย
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ภายในร้าน found & found ประกอบด้วย สกินแคร์ 35 เปอร์เซ็นต์ เมกอัพ 20 เปอร์เซ็นต์ เพอซะนอลแคร์ 20 เปอร์เซ็นต์ เฮลธ์แคร์และอื่นๆ รวมแล้วเกือบๆ 30 เปอร์เซ็นต์
นายณัฐพลบอกว่า จากผลการขายของสาขาที่เปิดไปก่อนหน้านี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
ขณะนี้เปิดไป 3 สาขา แล้วประมาณวันที่ 5 กันยายนจะเปิด สาขาที่ 4 ที่ สุขาภิบาล 3 ซึ่งสาขาที่ไม่มีปั๊มน้ำมัน เพื่อทดลองโมเดลคอนเน็กต์กับร้านคาเฟ่ อเมซอน โดยไม่มีขายน้ำมัน

จากนั้นจะเปิด สาขา 4 ที่ พระราม 4 สาขา 5 ที่ วิภาวดีรังสิต ส่วน สาขาที่ 6 จะไปเปิดในเดือนพฤศจิกายน ที่ จังหวัดระยองหรือชลบุรี
สรุปว่าปีนี้น่าจะเปิดร้าน found & found ได้ 6-7 สาขา ส่วนอีก 3 สาขาจะเปิดในไตรมาสแรกของปี 2568 ครบ 10 สาขาตามไทม์ไลน์เฟสแรก
นายดิษทัตเสริมในเรื่องราคาสินค้าว่า ร้าน found & found ต้องการให้ลูกค้าสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ภายในร้านได้ จึงตั้งราคาประมาณ 300 บาท 500 บาท หรือ 1,000 บาท เป็นหลัก
ในช่วงแรกที่กำลังหาโมลเดลธุรกิจ ร้าน found & found จะเน้นที่ผลิตภัณฑ์ความงามแล้วต่อไปจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเข้ามา
นายดิษทัตเพิ่มเติมว่า เรากำลังหาทางให้โออาร์เข้าไปใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งแม้ว่าการเริ่มธุรกิจใหม่คือความพยายามก้าวออกจากโซนเดิมของเรา แม้จะมีความเสี่ยงบ้าง แต่เชื่อว่าดำเนินการได้ เพราะทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ OR อยู่ที่น้ำมัน 70 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ในปี 2030 จะเปลี่ยน ให้ OR มีรายได้จากน้ำมัน 50 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ อีก 50 เปอร์เซ็นต์
สุดท้าย นายดิษทัตตอกย้ำว่า ร้าน found & found ต้องการสินค้าคุณภาพ ไม่มีการปลอม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าต่างๆ
การนำสินค้าญี่ปุ่นและเกาหลีมา เพื่อสร้างความเข้มแข็งเชิงกลยุทธ์ แต่สินค้าของคนไทยอีก 60 เปอร์เซ็นต์นั้น ร้าน found & found มีแผนจะคัดสรร แต่ตอนนี้ร้าน found & found เพิ่งเปิด ต้องค่อยๆ

“เราไม่ลืมสินค้าของไทย แต่ต้องรอเวลา อาจจะสักปีหรือสองปี หลังจากธุรกิจของเรามั่นคง”
ประเด็นนี้ได้รับการขานรับจากผู้ร่วมคณะดูงาน โดย นายรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการบริษัทโออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด บอกว่า ธุรกิจความงามและสุขภาพนี้ เติบโตแน่นอน แม้จะมีผู้เล่นเยอะ แต่ไม่มีใครครองตลาด จึงมีโอกาสอยู่มาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ถ้าสามารถนำเอาของดี เช่น สมุนไพร มาทำได้เหมือนญี่ปุ่น การเข้าทำธุรกิจนี้ของโออาร์จะช่วยผู้ประกอบการไทยได้มาก
ขณะที่ นายณัฐพลได้ยกตัวอย่างสินค้าไทยเด็ดของชุมชน และยืนยันว่า เราทำแน่ๆ อาจจะรอการพัฒนาธุรกิจก่อน แต่ร้านคนไทยก็ต้องมีสินค้าไทยก็ด้วย
ท้ายสุด นายจินตพันธุ์ ทังสุบุตร ประธานกรรมการบริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด ตอกย้ำความตั้งใจของบริษัทว่า ที่ผ่านมาธุรกิจเฮลท์ แอนด์ เวลเนส เรามีร้านค้าเป็นของต่างประเทศ คนไทยต้องนำสินค้าไปฝากเขาขาย
แต่ต่อไปถ้าเราทำแพลตฟอร์มในธุรกิจนี้สำเร็จ ร้าน found & found จะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนไทย

