แท็งก์ความคิด : วิจัยนำการค้า

18.08.24 | 11:28 น.

แท็งก์ความคิด : วิจัยนำการค้า

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนแรง ณ ประเทศญี่ปุ่น คณะจากโออาร์ได้เดินทางไปดูงานที่โอซากาและเกียวโต

ไปดูงานบริษัทญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัย เพราะงานวิจัยช่วยเพิ่มมูลค่าทางการค้าขึ้นมาได้

บริษัทที่ไปดูงานมี 3 บริษัท ได้แก่ หนึ่งคือ บริษัท PFI หรือฟาร์มา ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล สอง บริษัท คอสเมด ฟาร์มาซูติคอล จำกัด และ สาม บริษัท เคียววะ คอสเมติกส์ จำกัด

จุดเด่นของ 3 บริษัทนี้ คือ ใช้การวิจัยนำการค้า

Advertisement

ผลิตภัณฑ์เด็ดๆ ของ 3 บริษัทเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ

แต่ละผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์บนการวิจัยและพัฒนาของแต่ละบริษัท

เริ่มจากบริษัท PFI ที่ได้ฟังการบรรยายถึงผลการศึกษาวิจัยไก่และไข่ไก่

บริษัทค้นหาสารสกัดที่เป็นประโยชน์จากไก่และไข่ ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดที่มาจาก ไข่แดง ไข่ขาว เยื่อหุ้มไข่แดง เปลือกไข่ เยื่อเปลือกไข่ ตีนไก่ และอื่นๆ

แต่ละจุดสามารถนำไปผลิตสารสกัดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลาย มีคุณสมบัติทำให้เกิดความชุ่มชื้น ทำให้เส้นผมงอกงาม ทำให้เกิดความแจ่มใส

ไข่แดง สามารถผลิตสารสกัด Bonepep ที่เสริมสร้างกระดูก สารสกัด HGP ที่ช่วยการงอกงามของเส้นผม ไข่ขาว ได้สารสกัด Runpep และ Sarcopep ช่วยเกี่ยวกับเรื่องเลือด เยื่อเปลือกไข่ ให้สารสกัด Lanshel ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น

ขณะนี้บริษัทยังได้วิจัยไปถึงขั้นการผลิตสายใยเพื่อนำไปถักทอเป็นเสื้อผ้า

สารสกัดที่ได้รับจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์นำออกจำหน่าย

การเข้ารับฟังการบรรยาย ทำให้ทราบว่าบริษัทแห่งนั้นได้วิจัยไก่ วิจัยไข่ไก่ มานานติดต่อกัน 27 ปี

จากปี 2005 วิจัยไปจนถึง 2017 โดยปี 2018 เริ่มมีผลิตภัณฑ์ ที่ทำรายได้ 7,943 ล้านเยนในปีนั้น

และหลังจากนั้นก็มีรายได้เพิ่มทุกปี

ปี 2019 มีรายได้ 10,532 ล้านเยน ปี 2020 รายได้ 15,353 ล้านเยน ปี 2021 รายได้กระโดดขึ้นไปเป็น 46,752 ล้านเยน

เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา มีรายได้ 68,528 ล้านเยน

บริษัทตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2026 จะทำให้ได้ถึง 100,000 ล้านเยน

รายได้ที่เติบโตมาจากหลายช่องทาง แต่ดูเหมือนทุกช่องทางจะให้ความสำคัญกับการวิจัย

ได้ยินได้ฟังแล้วรู้สึกยินดีกับเขาที่สามารถนำความรู้ไปเป็นประโยชน์ต่อองค์กร และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

เยี่ยมชมบริษัทแรกและจากมาด้วยความทึ่ง

และยิ่งทึ่งมากขึ้นเมื่อได้สัมผัสอีก 2 บริษัท

บริษัท คอสเมด ฟาร์มาซูติคอล จำกัด พบว่าที่นั่นคิดค้นนวัตกรรม Micro Needle แผ่นแปะที่มีเข็มเล็กๆ ติดอยู่ เข็มเหล่านี้จะเป็นตัวนำสารสกัดที่เป็นเนื้อผลิตภัณฑ์เข้าสู่ใต้ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ใช้แค่นำผลิตภัณฑ์ออกมาแล้วแปะลงใต้ขอบตา หรือที่ไหนที่เขาแนะนำมา จากนั้นทิ้งระยะไว้ตามเวลาที่กำหนด Micro Needle จะทำหน้าที่ส่งผ่านสารสกัดต่างๆ เข้าสู่ผิวหนัง

เขาภูมิใจเพราะนวัตกรรมนี้เป็นของเขา และพอใจที่ Micro Needle ไม่ได้ทำให้เจ็บแต่อย่างใด

ต่อมา ไปแวะบริษัท เคียววะ คอสเมติกส์ จำกัด ซึ่งมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองเหมือนกัน

ณ ที่นั่นเขาชูนวัตกรรม SNDP

ทั้งนี้ เพราะโดยปกติผิวหนังของคนเราจะสกัดกั้นน้ำมิให้ซึมผ่านเข้าไปในร่างกายง่ายๆ แต่สารสกัดต่างๆ ที่มีประโยชน์จำเป็นต้องผ่านผิวหนังเข้าไปจึงจะได้ผล

นวัตกรรม SNDP ได้ผ่านการคิดค้นและทดลอง กระทั่งสามารถนำสารสกัดต่างๆ อันเป็นประโยชน์ซึมซับทะลุผิวหนังไปได้สะดวก

นวัตกรรมเหล่านี้เป็นเสมือนเป็น “เรือธง” ของธุรกิจ เป็นนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยคิดค้น

ขณะที่ประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และเอาใจใส่ต่อการสร้างเอกลักษณ์

การลงทุนวิจัยเพื่อค้นพบสิ่งใหม่แล้วนำมาค้าขาย ถือเป็นหนทางที่น่าสนใจ

ทราบมาว่าประเทศไทยเรามีงานวิจัยหลากหลายมากมาย แต่ไม่ค่อยมีคนทราบ งานวิจัยหลายอย่างไม่ได้รับการสานต่อ งานวิจัยอีกหลายอย่างไม่ได้รับความสนใจ

ระหว่างทริปดูงาน มีการพูดถึงงานวิจัยที่จะนำไปสู่ธุรกิจความงามและสุขภาพที่ทำในประเทศไทย

มองกันว่า ถ้าผู้ประกอบการไทยสามารถนำของดี เช่น สมุนไพร หรืออื่นๆ ใดมาทำผลิตภัณฑ์แบบญี่ปุ่นได้ ย่อมเป็นเรื่องดี

ยิ่งมีช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะ เช่น ร้าน found & found ของบริษัท โออาร์ แอนด์ เวลเนส จำกัด ที่กำลังเปิดและขยายสาขาอยู่ในขณะนี้ช่วยหนุน

ยิ่งจะทำให้ธุรกิจความงามและสุขภาพของไทยมีจุดขายและมีจุดแข็ง

ความจริงเรื่องวิจัย การส่งเสริมการวิจัย เพื่อให้สินค้าไทยมีเอกลักษณ์ เป็นความฝันที่อยากเห็นกันมานาน

เชื่อว่าบริษัทใหญ่ๆ ระดับประเทศนั้น มีการวิจัยนำการค้ากันไปแล้ว

หากเอสเอ็มอีไทย มีโอกาสได้วิจัย ได้ค้นพบนวัตกรรม แล้วนำไปเพิ่มมูลค่า ก็เป็นเรื่องน่าสนับสนุน

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น สินค้าไทยได้รับคำชื่นชม และจะก้าวกระโดดไปมากกว่าปัจจุบัน

เหมือนกับอีกหลายประเทศที่ทำสำเร็จกันแล้ว

โดยเฉพาะบริษัทในญี่ปุ่นที่มีโอกาสได้ไปดูมา

นฤตย์ เสกธีระ