
จัดหนักจัดเต็มมาก สำหรับประเด็นด้านสุขภาพที่ทางกรุงเทพมหานครโอเพนนิ่งแบบรัวๆ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเด้งรับนโยบายรัฐบาล อย่างการเตรียมพร้อมระบบบริการนโยบายบัตรทอง 30 บาท มุ่งดูแลสุขภาพประชาชน รับบริการง่ายด้วยบัตรประชาชนใบเดียว รวมถึงปฏิบัติการเชิงรุกต่างๆ ทั้งแนวทางรักษา เยียวยา และป้องกันแก้ไข ดังเช่นปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ

ไม่เพียงแต่สุขภาพคนกรุงเท่านั้น แม้กระทั่งสวัสดิการสัตว์ก็ไม่เว้น โดยจัดทำหมันสุนัขและแมวเหมียวอีกด้วย

รถสุขภาพเชิงรุกตรวจถึงชุมชน
กทม.พร้อม! ‘30 บาทรักษาทุกที่’ คนนอกกรุงใช้ได้ด้วย
เริ่มที่ประเด็นสุดปังที่ชาวเน็ตทั่วไทยกดไลค์รัวๆ เมื่อ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมระบบบริการในการขับเคลื่อนนโยบาย ‘30 บาทรักษาทุกที่ สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้าน กรุงเทพมหานคร’ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 จี๊ด-ทองคำ บำเพ็ญ เขตดุสิต พร้อมติดตามการให้บริการเชิงรุก เจาะเลือดที่บ้านในชุมชน บริการที่ร้านยาคุณภาพ ที่ร่วมให้บริการตามนโยบาย และได้ติด ‘ตราสัญลักษณ์ใหม่ 30 บาทรักษาทุกที่’ เพื่อแสดงจุดบริการตามนโยบายดังกล่าว

รองผู้ว่าฯทวิดากล่าวว่า ความร่วมมือในการขยายบริการ 30 บาทรักษาทุกที่ในวันนี้จะเป็นส่วนที่เข้ามาสนับสนุนการให้บริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท เข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นปฐมภูมิของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และอีก 77 ศูนย์สาขา ซึ่งมีบุคลากรที่เป็นพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แม้แผนกอาจไม่มากเท่าศูนย์บริการสาธารณสุขหลัก แต่ก็สามารถเป็นที่พึ่งและให้บริการได้ เป็นหมอน้อยใกล้บ้านให้กับประชาชนได้เช่นกัน ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนที่แม้จะอยู่ภูมิลำเนาอื่น แต่ทำงานอยู่ใน กทม.ก็สามารถใช้บริการศูนย์บริการสาธารณสุขของเราได้ มาตรฐานของหน่วยปฐมภูมิวันนี้สามารถที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและเป็นที่พึ่งทางใจ ไม่ไกลบ้าน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และไม่ต้องไปแออัดอยู่ที่โรงพยาบาล
นอกจากนี้ กทม.ยังได้ลงนาม MOU ในโครงการ Health Link เพื่อให้คน กทม.เข้าถึงระบบสาธารณสุขแบบไร้รอยต่อ ซึ่งปัจจุบันได้เชื่อมต่อระบบกับหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.แล้ว รวมถึงสถานพยาบาลสังกัดต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นระบบที่นำมาเชื่อมต่อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ต่อไป ท้ายนี้หวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครรู้สึกได้ว่าเมืองน่าอยู่ขึ้น
Mobile Medical Unit รถสุขภาพเชิงรุก พุ่งตรวจถึงชุมชน!
ตามมาติดๆ ด้วย Mobile Medical Unit รถสุขภาพเชิงรุกตรวจถึงชุมชนที่ กทม.ออกสตาร์ตแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน มีการออกหน่วยคัดกรองสุขภาพ ซึ่งมีผู้มารับบริการแล้ว 396,000 คน และในปีงบประมาณ 2567 นี้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพมากขึ้น ตามโครงการตรวจสุขภาพ 1,000,000 คน ศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัด กทม. จึงได้จัดหน่วยรถตรวจสุขภาพ หน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ทุกสัปดาห์ในวันพุธและศุกร์
ปัจจุบันให้บริการประชาชนมาแล้ว จำนวน 54 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 55 โดยสำนักอนามัยร่วมกับสำนักงานเขตพญาไท ศูนย์บริการสาธารณสุข 11 ประดิพัทธ์ และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ ณ ลานอเนกประสงค์ กรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไท

ล่าสุด ชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ โครงการกรุงเทพฯ ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ โดยเผยว่า กทม.มีหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างครบวงจร ด้วยภารกิจในการให้บริการอันหลากหลาย ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การศึกษา การส่งเสริมอาชีพ และด้านอื่นๆ โดยมีเป้าหมายให้ชาวกรุงเทพฯทุกคนมีชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมที่ดี และมีความสุข
บรรยากาศในงานมีทั้งการตรวจสุขภาพโดยรถเอกซเรย์ รถตรวจ EKG รถทันตกรรม รถตรวจคัดกรองมะเร็งสตรี และรถคัดกรองจอประสาทตา มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชนฯ ให้การสนับสนุนแว่นสายตายาว บูธกิจกรรมตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน ฟรีเจาะเลือดตรวจ HIV ทำหมันสุนัข-แมว ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า การให้คำแนะนำการใช้แอพพลิเคชั่น หมอ กทม. จากสำนักการแพทย์ และบูธกิจกรรมจากสำนักงานเขตพญาไท
ส่งเด็กกลุ่มเสี่ยงยาเสพติดบำบัด ปรับพฤติกรรม ให้คำปรึกษา เยี่ยมบ้านถี่ไม่มีทอดทิ้ง
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ส่งผลทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือ ยาเสพติด ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศอ.ปส.กทม.) ครั้งที่ 11/2567 ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน 3 เดือน (1 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2567) พร้อมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ในที่ประชุมรายงานถึงการแก้ไขบัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตบางนาในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งในชุมชนรุ่งเรืองเป็นแหล่งมั่วสุมของนักเรียนจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง บ้านหลังดังกล่าวอนุญาตให้นักเรียนมั่วสุมกินน้ำกระท่อม ดูดกัญชากันอยู่ภายในบ้านประมาณสิบกว่าคน มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้เข้าโรงเรียนสาย และบางคนไม่เข้าโรงเรียนเลย ในช่วงหลังเลิกเรียนก็จะให้นักเรียนมารวมตัวกันจนดึกกว่าจะกลับ บางคนก็นอนที่บ้านหลังนี้ ไม่กลับบ้าน ส่งผลกระทบให้ผลการเรียนตกต่ำ ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานมาศึกษาเล่าเรียน ทางโรงเรียนดังกล่าวจึงได้แจ้งสำนักงานเขตบางนา ประสานทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 11 กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติดสำนักอนามัย สำนักงาน ป.ป.ส.กทม. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร บ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพมหานคร กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง และศูนย์บริการสาธารณสุข 8 บุญรอด รุ่งเรือง

ผลการตรวจค้นพบเด็กนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว จำนวน 6 คน อยู่ในบ้านเช่าหลังนี้และพบขวดน้ำกระท่อม 1 ขวด กัญชาพร้อมเขียง บ้องกัญชา มีดดาบ นอกจากนี้ที่ชั้นบนบ้านพบผู้อาศัยในบ้านกำลังเสพยาเสพติดและมียาเสพติด (ยาบ้าและยาไอซ์) อยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเด็กทั้ง 6 คนเข้าโรงเรียน โดยเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อรับทราบพฤติกรรมของนักเรียนและนัดหมายผู้ปกครองและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมในเดือนเมษายน 2567
ผลจากการสืบเสาะวิเคราะห์รายบุคคลพบว่า มีนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอีก 2 คน รวมทั้งสิ้น 8 คน ได้ส่งตัวเข้าร่วมบำบัดรักษา ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง และพบว่ามีนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ 3 คน จึงได้มีการจัดทำแนวทางการปรับพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 3 คน ด้วยการใช้กิจกรรม TO BE ฮีลใจด้วยดนตรีสากล ให้ฝึกซ้อมดนตรีเพื่อแสดงในงานวันแม่แห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 และเข้าชมรม To Be Number One พร้อมทั้งมีการติดตามพฤติกรรมเป็นระยะ อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาและจัดกิจกรรมบำบัดฟื้นฟูให้กับสมาชิกชมรม รวมถึงตรวจปัสสาวะนักเรียนทั้ง 8 คนด้วย
เข้ม ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ สร้างทัศนคติไม่ยุ่งเกี่ยว!
ย้อนไปก่อนหน้านี้ กทม.มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงนามโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 โดยมีรองปลัดกรุงเทพมหานคร (สั่งราชการสำนักอนามัย) เป็นประธานกรรมการ และคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสิ้น จำนวน 29 คน โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ในการกำหนดมาตรการ แนวทางปฏิบัติ เพื่อการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน สร้างทัศนคติการไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า กำหนดแนวทางการประชาสัมพันธ์ สื่อสารสาธารณะ เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกต้องให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชน ส่งเสริมและสนับสนุนการบำบัดรักษาผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

ด้วยสถานการณ์ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าลุกลามไปยังเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปเพิ่มมากขึ้น ทั้งการจำหน่ายและการบริโภคซึ่งส่งผลกระทบกับสุขภาพ ประกอบกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2566-2570 คณะกรรมการจึงมีมติเห็นชอบให้สำนักอนามัยดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้าให้บุคลากรสาธารณสุขในหน่วยงานสังกัด กทม.ด้านการป้องกันและการให้บริการช่วยเลิกยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ทันต่อสถานการณ์ รูปแบบและวิธีการที่เปลี่ยนแปลงไป และให้สำนักอนามัย สำนักงานเขตส่งหนังสือแจ้งเจ้าของสถานที่ เช่น อาคาร ตึกแถว หรือพื้นที่เช่าหน้าร้าน ที่มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ขอความร่วมมือไม่ให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าผิดกฎหมายที่ต้องห้ามจำหน่าย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังประสานความร่วมมือกับเจ้าของพื้นที่ตลาด ตลาดนัดพื้นที่เช่าจำหน่ายสินค้าที่สมัครใจร่วมกิจกรรม ‘พื้นที่นี้ไม่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า’ และแจ้งเจ้าของพื้นที่ให้ทราบว่า ‘บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย’ เพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งให้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าของ กทม. เพื่อเสนอต่อคณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพมหานครต่อไป
นี่คือความเคลื่อนไหวในด้านสุขภาพล่าสุดที่ กทม.จัดให้แบบเน้นๆ ชนิดเฟ้นมาแล้วทุกนโยบาย
ศศวัชร์ คมนียวนิช
