น้ำท่วมไม่อาจขังพลัง‘น่าน’
12 ปีปั้นเมืองรอง
หมุดหมายโลก 3 ปีซ้อน
สู่เป้าใหม่‘เมืองสร้างสรรค์’แห่งยูเนสโก

‘น่าน’ จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย ที่รายล้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และบ้านเมืองที่เก่าแก่
ไม่เพียงพระบรมธาตุแช่แห้ง หรือวัดพระธาตุเขาน้อย เมืองรองแห่งนี้ ยังมีผลงานศิลปหัตถกรรมอันมีอัตลักษณ์ อาหารพื้นเมืองรสชาติถูกปากและดีต่อสุขภาพ ที่ล้วนเป็นผลผลิตมาจากชาวบ้าน
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ ‘น่าน’ กลายเป็น 1 ใน 9 พื้นที่สำคัญ ที่คว้ารางวัล Green Destination Top 100 Stories ติดต่อกัน 3 ปีรวด
แม้ในปีนี้ จะกลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างนัก เพราะอยู่ติดกับแม่น้ำน่าน หลายครอบครัวตั้งใจมาเที่ยว ต้องกลับกลายเป็นผู้ประสบภัย แต่จากภาพนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในที่พัก ทำให้ได้เห็นน้ำใจจากชาวบ้าน ที่ต่างระดมนำถุงยังชีพเข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งช่วยกันแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเสียเอง เก็บขยะที่ลอยมากับน้ำ หรือแม้แต่ออกแรงขนย้ายกระสอบทราย
“เราไม่สามารถหนีปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปเราจะต้องเร่งฟื้นฟูทำให้พื้นที่น้ำท่วมกลับมาได้อีก ผมมั่นใจว่าน้ำที่ท่วมอยู่ลดลงเมื่อไหร่สถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นแน่นอน”
เสียงของ กฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ตอกย้ำถึงความมั่นใจหลังผ่านพ้นภัยธรรมชาติ ว่าหลังน้ำลด ภาพรวมจังหวัดจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิมชัวร์ๆ เพราะตอนนี้ ‘น่าน’ กลายเป็นเมืองสุดฮิต ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก
แต่พวกเขายังต้องการความมั่นใจ ว่าเราจะสามารถดูแลพวกเขาได้ ให้เที่ยวได้อย่างสบายใจ
“การที่เราสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ แสดงให้เห็นว่า พวกเรามีศักยภาพมากพอ ความช่วยเหลือสิ่งของเครื่องใช้และอาหาร จะไปถึงทุกคนที่ติดอยู่ตามรีสอร์ตแน่นอน และเราจะผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์น้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดน่านในรอบ 100 ปีไปด้วยกัน”
คือคำมั่นสัญญาจากปาก รองผู้ว่าฯของจังหวัด ส่งกำลังใจถึงนักท่องเที่ยวผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไปพร้อมๆ กับเร่งฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับมาพร้อมต้อนรับ สร้างความมั่นใจให้ผู้มาเยือนได้ดังเดิม
12 ปีแห่งความสำเร็จ
แหล่งเที่ยวต้นแบบ เน้นบาลานซ์ทุกมิติ
กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
กว่า 12 ปี ที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้าไปใช้เวลา มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเมืองน่าน ให้ยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน
“น่านถือเป็น 1 ใน 9 พื้นที่พิเศษ ที่ อพท.มุ่งหวังที่จะพัฒนาพื้นที่นี้ในเชิงบูรณาการ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืนในจังหวัดน่าน จึงได้ประกาศให้จังหวัดน่าน 5 ตำบล กลายเป็นพื้นที่พิเศษ”
น.อ.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท.กล่าวในงาน DASTA NAN Sustainable Tourism Journey 2024 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา นำเสนอผลลัพธ์จากการพัฒนา ตลอดระยะเวลา 12 ปี
“หลังจากเราได้ดำเนินงานในพื้นที่ ก็เห็นความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของชาวบ้าน จนผมคิดว่า น่าน สามารถกลายเป็นต้นแบบความยั่งยืนให้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในประเทศไทยได้เลย ซึ่งการวัดความยั่งยืนมองจากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสมดุลทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจในพื้นที่ และวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดน่าน
ในมุมมองของ อพท.เรามองถึงความสมดุลของทุกภาคส่วนเป็นหลัก เพราะความสมดุลจะทำให้เกิดเสถียรภาพกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ”
ผู้อำนวยการ อพท. เห็นความสำคัญของการจัดงาน “DASTA NAN Sustainable Tourism Journey 2024” ที่เชื่อว่าจะช่วยให้ประชาชน ได้เกิดความเข้าใจในบทบาทของ อพท. ผ่านผลงานพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญในระยะเวลาที่ผ่านมา ตามเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษให้เติบโตขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

Green Destination 3 ปีรวด
เป้าต่อไป
‘เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ยูเนสโก’
“เราสามารถทำให้พื้นที่ในตำบลเวียงสา จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก และได้รับรางวัล Green Destinations Top 100 Stories ติดต่อกัน 3 ครั้ง” น.อ.อธิคุณ เอ่ยปากด้วยความภาคภูมิ

ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนของชาวบ้าน จากกลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง ตำบลสวก ภายใต้แบรนด์ ‘น่านเน้อเจ้า’ และกองทุนพัฒนาเครือข่ายศักยภาพเยาวชน ยังได้รับรางวัล PATA Gold Awards 2020 ด้วยเช่นกัน
ซึ่งในมุมของ น.อ.อธิคุณ ถือว่ารางวัลที่เราได้ทั้งหมดนั้นเป็นการแสดงให้เห็นการพัฒนาตามแนวทางของ อพท. จนได้แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืนในแบบสากล
“จากผลสำเร็จของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดน่าน จากการร่วมมืออย่างดีของทุกฝ่ายและการมีจิตสำนึกที่ดีในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน ทำให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
“จนมีการจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ส่งผลให้จังหวัดน่านได้รับรางวัลต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การรักษาสิ่งแวดล้อม จนไปถึง การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
“เราจึงพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดน่าน จนพร้อมที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ขององค์การยูเนสโก ต่อไป” น.อ.อธิคุณ แง้มเป้าหมายต่อไป ที่เขยิบเข้าใกล้ความเป็นสากลมากขึ้น
น่าน เนิบๆ = เมืองที่อยู่แล้วมีความสุข
ในสายตาของ สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน มองรางวัล Green Destination Top 100 Stories ที่คว้ามาได้ ซึ่งยังเป็นเมืองเดียวในโลกนี้ ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวติดต่อกันถึง 3 ปีรวด ว่าถือเป็นความภูมิใจของจังหวัดน่าน อย่างยิ่ง
“สำหรับรางวัลนี้เป็นรางวัลที่แสดงถึงการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นหัวใจสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการสร้างความสุขให้ประชาชนในจังหวัดน่าน ผมมั่นใจว่าประชาชนมีความภูมิใจต่อจังหวัดของตัวเอง เพราะเป็นเมืองที่อยู่แล้วมีความสุข มีความปลอดภัย ถ้าเราเดินทางไปที่ไหนก็ใช้เวลาเพียงแค่ 5-15 นาทีเท่านั้น ซึ่งเราจะไม่สามารถหาประสบการณ์แบบนี้ได้จากเมืองใหญ่
สำหรับผมที่นี่ถือเป็นสถานที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตจริงๆ มีบางคนที่อยากสร้างรายได้ให้กับ
ตัวเองเยอะๆ แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังมีความสุขเหมือนเดิม ผมคิดว่าความยั่งยืนคือคำตอบนั้น ซึ่งรวมไปถึงการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างพอเหมาะพอควร ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนในจังหวัดน่านมีความสุข” นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เผย
เมื่อก่อนมักจะมีคนพูดว่า จ.น่าน เป็นน่านเนิบๆ เมื่อทางจังหวัดได้รับรางวัลนี้ไปแล้ว จะยังมีคนคิดแบบนั้นอยู่ไหม ?
สุรพล ให้ความคิดเห็นถึงความหมายของคำว่า น่านเนิบๆ ไว้อย่างน่าสนใจ
“น่านเนิบๆ น่าจะหมายความว่า เวลาที่เรามาอยู่จังหวัดน่านแล้วจะทำอะไรช้า หรือว่าขี้เกียจ แต่ผมยืนยันว่าชาวบ้านที่น่านไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะว่าพวกเขาที่นี่เป็นคนใฝ่รู้ พร้อมจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เสมอ”
“แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาจะอยู่บนความสงบ สบาย จากการที่ไม่ต้องคอยวุ่นวายเรื่องการเดินทางไปไหนมาไหนแบบในเมืองใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ร้านอาหาร ร้านค้า ก็สามารถเดินทางไปถึงในระยะเวลาที่ไม่นาน อาจจะทำให้ผู้คนที่มาเที่ยวรู้สึกว่าชาวบ้านที่นี่ ทำอะไรช้า” นายกเทศมนตรี นิยามความเป็นเมืองน่าน

เชื่อ นทท.ทะลัก-รายได้พุ่ง
โจทย์ใหญ่คิดต่อ ถ้ายูเนสโกรับรอง
จินตนาการว่า หากในปี 2568 จังหวัดน่านได้เข้าเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
สำหรับ สุรพล เชื่อว่าถ้าเข้าไปเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ได้ จะเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องศักยภาพการหารายได้
เนื่องจากเมืองของเรามีงานศิลปะ งานหัตถกรรม การแสดงต่างๆ ซึ่งเป็นจุดขายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเราจะจัดการอย่างไร เพราะพื้นที่ของจังหวัดเราค่อนข้างเล็ก
“ในเทศบาลเมืองน่าน ก็ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่โตอะไร เราจะต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยมองไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้คนที่มีรายได้สูง และกลุ่มคนต่างประเทศ”
“ผมคิดว่า ถ้าองค์การยูเนสโกรับรองจังหวัดของเรา เข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ น่าจะมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งเราก็ต้องเรียนรู้กันต่อไปสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มที่อาจจะเดินทางมาเยือน แต่เราไม่น่าจะตีตลาดกว้างเกินไป อย่างแน่นอน” นายกเทศมนตรี มองก้าวต่อไป

เราจะคัมแบ๊ก
ดัน ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน
วนไมค์กลับมาที่ กฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ที่ปลื้มใจ อพท.และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ที่มีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน
หวังว่าหลังจากนี้ทางจังหวัด จะได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบเป็นรูปธรรมใน ปี พ.ศ.2568
โดยเชื่ออย่างแรงกล้า ว่าด้วยพลังอันแข็งแกร่งของคนในจังหวัด จะพร้อมนำแนวทางการพัฒนาจากองค์การยูเนสโก มาใช้ในการพัฒนาเมืองอย่างแน่นอน และพร้อมที่จะยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่น การส่งเสริมงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะส่งมอบความรู้ในด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่
“เราจะสนับสนุนให้เกิดการสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตงานหัตถกรรม มีงานที่ใช้สำหรับจัดงานแสดงผลงานและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะของชาวบ้านในเชิงสร้างสรรค์ ที่เกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน”
“ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ อพท.เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดน่านให้มีความยั่งยืน เราจะเห็นพัฒนาการหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการได้รางวัล Green destination top 100 ติดต่อกัน 3 ปี หรือที่จังหวัดกำลังจะเข้าสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นการพัฒนาการท่องเที่ยวในเมืองน่าน แม้วันนี้จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จนส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวในจังหวัดบางส่วน

แต่จากความมุ่งมั่นของทางการและชาวบ้านในพื้นที่ ทุกอย่างจะฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม อย่างแน่นอน” กฤชเพชร ทิ้งท้ายด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่น
ภูมิดนัย สารพันธ์

