รางวัลงานประกวดดนตรี แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา : โดย สุกรี เจริญสุข

1.09.24 | 13:05 น.
รางวัลงานประกวดดนตรี แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา : โดย สุกรี เจริญสุข
ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล ผู้เรียบเรียงบทเพลงและควบคุมวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา และนักเปียโนผู้ชนะเลิศการประกวด

รางวัลงานประกวดดนตรี
แสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา

วันที่ 21-24 สิงหาคม พ.ศ.2567 มี การประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ รางวัลสุกรี เจริญสุข (Sugree Charoensook International Music Competition-SIMC) จัดโดย มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เป็นครั้งที่ 3 มีผู้สมัครเข้าร่วมการประกวด 409 คน ผู้ผ่านเข้ารอบได้แสดงสดให้คณะกรรมการตัดสิน รวมทุกรุ่น 277 คน ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ 14 คน ได้แสดงกับ วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2567 เวลา 14.00 น.

การประกวดเยาวชนดนตรีนานาชาติ เป็นวิธีสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กแข็งแกร่งขึ้น เพื่อผลักดันให้เด็กที่เรียนดนตรีได้พัฒนาและมีความก้าวหน้า การประกวดเป็นนวัตกรรมใหม่โดยเรียบเรียงเพลงของผู้ชนะให้เล่นกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ทำให้เด็กมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจริงจังมากขึ้น เด็กตั้งใจและมีสมาธิในการเล่นดนตรี ซึ่งเป็นโอกาสที่จะสร้างความสุขให้แก่ทุกคนในครอบครัว

นักร้องได้แสดงออกด้วยความมั่นใจ

การจัดประกวดดนตรีระดับนานาชาติทำยาก โดยเฉพาะการจัดขึ้นในเมืองไทยที่ราคาความน่าเชื่อถือและคุณภาพไม่น่าไว้วางใจ แม้จะเป็นเรื่องนามธรรมจับต้องไม่ได้ แต่ก็รู้สึกได้ ซึ่งคุณภาพและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญของการประกวด หากมีความน่าเชื่อถือ ผู้สมัครก็ตัดสินใจประกวด แค่ได้ขึ้นเวทีก็คุ้มแล้ว

รางวัลจากการประกวดเป็นผลพลอยได้ เด็กต้องฝึกซ้อมดนตรีอย่างจริงจัง ขณะที่เด็กฝึกซ้อม เสียงดนตรีก็ทะลุเข้าไปอยู่ในตัวเด็กแล้ว เสียงดนตรีกลายเป็นหุ้นส่วนของชีวิตเด็ก เด็กเกิดทักษะในการเล่นดนตรีทุกครั้งที่ได้ซ้อม เสียงดนตรีที่ใสทำให้จิตใจสะอาด เสียงดีเพราะจิตใจดี เด็กมีโอกาสแต่งชุดสวยงามเพื่อขึ้นเวทีประกวด เด็กเรียนรู้ระเบียบ สัมผัสความสวยงาม พ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแล เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประกวด ทุกคนภูมิใจและมีความสุขกับเสียงดนตรี ได้เห็นความสามารถเด็ก ได้ยินแล้วรู้สึกว่าได้สัมผัสกับความเจริญ

Advertisement
นักเชลโล ศิลปินน้อยที่เข้าร่วมการประกวด

เวทีประกวดดนตรีเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเด็กที่เรียนดนตรี ทุกคนเตรียมตัวดี แต่งตัวดี มาตรฐานสากล เต็มที่ดูดี รู้สึกดีเสียงดี และมีรสนิยมดี คนที่อยู่รอบๆ ตัวเด็กก็ให้กำลังใจ ครูดนตรีก็มาดูแลเพื่อให้คำแนะนำที่ดีล้วนเป็นประโยชน์แก่เด็ก ถ่ายรูปบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกเพื่อเตือนใจว่าเด็กเล่นดนตรีได้มาถึงจุดนี้แล้ว ในวันประกวดกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่มีค่าของชีวิต เด็กลาโรงเรียนเพื่อไปประกวดดนตรี

วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราเล่นสนับสนุนเด็กที่ได้รางวัลชนะเลิศ เป็นโอกาสที่สำคัญในชีวิตที่ได้ร่วมแสดงกับนักดนตรีอาชีพ เป็นประสบการณ์และนวัตกรรมใหม่ เป็นวิธีการใหม่ สร้างความอลังการให้กิจกรรมประกวดดนตรี ทำให้เด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตื่นตาตื่นใจ ได้เห็นคุณค่าของความไพเราะในการเรียนและการเล่นดนตรี

นักแซกโซโฟนชาวไทยไปเรียนที่สวิตเซอร์แลนด์ ชนะเลิศได้ร่วมแสดงกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา

เด็กที่เล่นเปียโน ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 63 คน ได้เล่นให้คณะกรรมการตัดสิน วันที่ 21 สิงหาคม เวลา 09.00-16.00 น. คณะกรรมการเปียโนประกอบด้วย อาจารย์อาร์ทาส บาลาคอสกาส์ (Artas Balakauskas) อาจารย์เสกข์ ทองสุวรรณ และ อาจารย์ยัง หวัง (Yang Wang)

เด็กเปียโนมีฝีมือมาตรฐานสูงมาก อายุยังน้อย สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมาจากโรงเรียนนานาชาติ คณะกรรมการชื่นชมความสามารถของเด็กที่เข้าแข่งขัน เมื่อเด็กเปียโนมีศักยภาพสูง สะท้อนภาพการเรียนเปียโน เด็กมีความสามารถในการเล่นดนตรีสูงขนาดนี้อย่างคาดไม่ถึง กลายเป็นสังคมที่มีคนเก่ง มีครูเปียโนที่เก่ง สัมผัสได้ว่ามีความเจริญก้าวหน้าในการเรียนดนตรีและการเล่นเปียโน

เครื่องสายมีไวโอลิน วิโอลา เชลโล เบส เข้ารอบ 95 คน แสดงวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 09.00-16.00 น. คณะกรรมการมี ไจเอน เปาโล เปโลโซ (Gian Paolo Peloso) จากอิตาลี เรส์ วัตสกิน (Rhys Watskin) จากอังกฤษ และ อดัม ซาตินสกี (Adam Satinsky) จากสหรัฐอเมริกา

เด็กเล็กที่ได้รางวัลชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท

โดยพื้นฐานเครื่องสายสากลไม่แข็งแรงนัก วันนี้คุณภาพเปลี่ยนไปแล้ว มีเด็กที่เรียนเครื่องสายจำนวนมากและมีความสามารถสูง ทั้งเด็กเปียโนและเด็กเครื่องสายสากล พ่อแม่ผู้ปกครองต้องลงทุนสูง มีฐานะดี ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของการศึกษาดนตรี “ดนตรีไม่ได้เป็นวิชาชั้นต่ำหรือเป็นวิชาข้างถนนอีกต่อไป” น่าจับตามากสำหรับเด็กเครื่องสายที่มาจากสิงคโปร์และเด็กเปียโนที่มาจากจีน ซึ่งเป็นเด็กที่มีความสามารถสูง

ขับร้องเข้ารอบ 96 คน แสดงวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 09.00-16.00 น. คณะกรรมการมี อาจารย์แนนซี่ ชุ่ย-ผิง เว่ย (Nancy Tsui-Ping Wei) อาจารย์กมลพร หุ่นเจริญ และ คุณธชย (เก่ง) ประทุมวรรณ นักร้องทุกคนแต่งตัวหรูหราสวยงามอลังการ

เครื่องเป่าผ่านเข้ารอบ 9 คน แสดงในวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 09.00-10.30 น. คณะกรรมการตัดสินมี อาจารย์ชนันนัทธ์ มีนะนันทน์ อาจารย์ธีรวัฒน์ รัตนประภาเมธีรัฐ คุณพงศกร เลิศวนิชสุธา เด็กเครื่องเป่าโดยรวมยังวิ่งไล่ตามนักร้อง นักเครื่องสาย และนักเปียโนอยู่

รุ่นโตมีเครื่องดนตรีหลากหลาย เข้ารอบมี 14 คน ต้องเล่นให้คณะกรรมการตัดสินในวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 11.00-13.00 น. รุ่นนี้มีความพร้อมสูง มีฝีมือ มีวุฒิภาวะอยู่ในระดับอุดมศึกษา คณะกรรมการมี ไจเอน เปาโล เปโลโซ (Gian Paolo Peloso) ดร.พรพรรณ บรรเทิงหรรษา ลลิต วรเทพนิตินันท์ พงศกร เลิศวนิชสุธา ทุกคนมีความสามารถสูง มีเด็กไทยที่เรียนดนตรีในยุโรปได้บินมาเข้าร่วมประกวดด้วย

เยาวชนที่ได้รางวัลชนะเลิศ 14 คน ได้แสดงร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่ชั้น 6 หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) พุทธมณฑลสาย 5 ที่หอภาพยนตร์นั้นไม่มีเปียโนและไม่ได้เตรียมการไว้สำหรับการแสดงดนตรี แม้จะมีทุกอย่างพร้อม ยกเว้นเปียโนซึ่งจะต้องขนขึ้นบันได 6 ชั้น ก็โหดเอาการอยู่

งานยากของการประกวดนานาชาติครั้งนี้ก็คือ การนำเพลงที่เด็กแข่งขันไปเรียบเรียงใหม่ เพื่อบรรเลงด้วยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ใช้วงดนตรีขนาด 22 คน เพราะมีเวทีแคบ เพลง 14 เพลง มีเวลาเรียบเรียง 7 วัน ต้องอาศัยฝีมือผู้เรียบเรียง 2 คน คือ ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล และ พันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์

การประกวดนานาชาติครั้งนี้เกิดอาชีพดนตรีใหม่ขึ้นคือ นักเล่นเปียโนประกอบ เมื่อมีผู้เข้าร่วมประกวด 277 คน ทุกคนต้องใช้นักเปียโนอาชีพ ต้องซ้อมด้วยกันอย่างดี ต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อม ต้องมีค่าตอบแทน ซึ่งกลายเป็นอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

อาจารย์ตปาลิน เจริญสุข ผู้จัดการโครงการประกวด

สำหรับผู้จัดการและผู้ควบคุมคุณภาพในการประกวดคือ อาจารย์ตปาลิน เจริญสุข ต้องทุ่มเททำงานสุดความสามารถเพราะต้องได้มาตรฐานนานาชาติ การตรงต่อเวลา ประสานงานให้ทันเหตุการณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพนานาชาติ การตัดสินใจ การต้อนรับ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

ขอบคุณ ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่แสดงในครั้งนี้ ขอบคุณ บริษัทสยามดนตรียามาฮ่า ที่ให้การสนับสนุนและช่วยขนเปียโนขึ้นบันได 6 ชั้น ขอบคุณกรรมการทุกท่าน ขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครอง นักดนตรีทุกคน ที่ได้สร้างราคาความน่าเชื่อถือให้งานประกวดนานาชาติครั้งนี้ เป็นการสร้างโอกาส ให้โอกาส และเปิดโอกาสให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรี ทำให้เห็นประจักษ์เรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องรอคอยใคร ไม่ต้องพึ่งใครอีกต่อไป ทุกคนเรียนรู้ที่จะพึ่งตัวเอง สามารถจัดเองได้ ฟังแล้วรู้สึกตื้นตันใจมาก เพราะรู้สึกว่าคุณภาพดนตรียังมีอยู่ในประเทศไทย

คุณภาพและศักยภาพความเป็นเลิศทางดนตรีเป็นประตูเปิดสู่สากล เด็กที่เก่งดนตรีและมีคุณภาพสูงเป็นสิ่งที่ประเทศนี้โหยหา การศึกษาไทยสร้างคนให้เป็นคนเก่ง แต่คนเก่งของไทยมักจะโกง การศึกษาไทยได้สร้างคนให้เป็นคนดี แต่คนดีของไทยมักจะซื่อบื้อ “คนเก่งโกงและคนดีซื่อบื้อ ช่วยชาติไม่ได้”

การศึกษาไทยต้อง “สร้างคนดนตรีให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่งในคนเดียวกัน แต่ถ้าต้องเลือกระหว่างคนเก่งกับคนดี ให้เลือกคนดีก่อน เพราะคนเก่งสร้างได้”