‘ดอยบอย’ มองหนัง สะกิดจิต ประเทศที่ยังมีคนหาย ไม่ได้กลับบ้าน

4.09.24 | 12:08 น.

อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐมาดู

แม้ไม่ใช่ผู้สูญเสียโดยตรง แต่ทำให้เรารู้สึก

ขอบคุณที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ขอให้คุณวันเฉลิมได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

 เสียงของหญิงสาว เจน Z ที่ฟีดแบ๊กกลับมา หลังได้รับชม ดอยบอย (DOI BOY) ผลงานจาก Netflix และเนรมิตหนังฟิล์ม หลังส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน สตรีมไปสู่สายตาชาวโลก กว่า 190 ประเทศ

 นับเป็นครั้งแรก ที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ใจกลางห้างดังย่านเมืองหลวง อย่าง พารากอน ซีนีเพล็กซ์

Advertisement

เนื่องในวันผู้สูญหายสากล ‘30 สิงหาคมแอมเนสตี้ประเทศไทย ร่วมกับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) จัดงาน MOVIES THAT MATTER ดูหนังฟังสิทธิมนุษยชน พร้อมเปิดวงพูดคุยกับคนต้นเรื่องในหนัง ในหัวข้อคนชายขอบ อำนาจมืด กระบวนการยุติธรรม การถูกบังคับให้สูญหาย

 ขุดคุ้ยเบื้องหลังประสบการณ์ ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับและนักแสดงนำ ชำแหละความทรงจำการต่อสู้ของครอบครัว เพื่อเปิดอีกด้านของกระบวนการยุติธรรม และขบวนการลึกลับที่เกิดขึ้นในเมืองไทย 

ผมว่าดอยบอย จะเป็นหนังที่ทำให้คนฉุกคิด ว่าสักวันนึงเราจะเจออย่างนั้นหรือเปล่า ว่าชีวิตเราจะปลอดภัยไหม ไม่ใช่ข้ามถนนแล้วโดนรถชน แต่หมายถึงไม่โดนเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไร

อีกคำสารภาพของผู้ชมนิรนาม อดีตคนในราชการผู้เคยผ่านความไม่เป็นธรรมในระบบ ที่ขอเอ่ยปากชื่นชม และส่งกำลังใจถึงคนที่ยังสู้

 

ป้องกันสำคัญสุด

ขับเคี่ยวกฎหมาย หยุดเคสอุ้มหาย

 ก่อนเริ่มฉายหนัง ยังมีวงคุยผู้จัด Movies That Matter 

เริ่มจาก สุภัทรา นาคะผิว จาก กสม. ตอกย้ำว่าสิ่งนี้คือภารกิจมาโดยตลอด

ล่าสุด เรามีกฎหมาย พ...อุ้มหาย พ..2565 ที่ใช้เวลาขับเคลื่อนถึง 15 ปี จนวันนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนเรื่องข้อร้องเรียนกรณี 9 คนหายในต่างประเทศก็ได้ออกรายงานที่บ่งชี้ว่า ถูกทำให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งช่วยยืนยันอีกชั้นว่า มีคนสูญหายจริง

กฎหมายทั้ง 9 ฉบับเรารับรองไปแล้ว 8 เหลือเพียงฉบับสุดท้าย เราไม่อยากเห็นใครถูกกระทำทรมาน หรืออุ้มหายไปอีก การป้องกันสำคัญที่สุด

ยกเคสข่าวดัง ที่มีตำรวจและสายลับ (ที่อ้างว่าเป็นผู้ช่วย ตร.) ไปจับผู้ต้องหาคดียาเสพติด แล้วสายลับเอาตัวผู้หญิงไปกดเงิน 300,000 แล้วข่มขืน ปรากฏว่าไม่มีการแจ้งข้อหาตาม พ...อุ้มหาย

ทาง กสม.ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหากับ ตร.อีก 7 นาย บอกว่าเป็นการกระทำของสายลับ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นกระบวนการ

ด้วยเหตุนี้เอง กสม.จึงพยายามสร้างกลไกป้องกันการทรมานระดับชาติ (NPM) เพื่อผลักดันต่อไปไม่หยุดยั้ง

 

ชวนหันหลังมอง 

ไม่ขอเอ่ยเอ็นจอยเดอะโชว์

ลองนึกรถคนรักขับตามมา โดนเรียกที่สี่แยกไฟแดง ก็คิดว่าเดี๋ยวคงตามมา แต่สุดท้ายไม่เห็นอีกเลย นี่คือเคสของภรรยา คุณสมบัติ สมพร นักกิจกรรมชาวลาว ที่เรียกร้องเรื่องการสร้างเขื่อน

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ฯ มองสิ่งนี้ไม่ต่างจากภัยพิบัติ ส่งหายนะตั้งแต่ระดับครอบครัว ลามไปยังสังคม 

เมื่อก่อนเราพูดกันว่าคนก็หาย กฎหมายไม่มีตอนนี้กฎหมายมีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เข้าอกเข้าใจแค่ไหน จึงอยากฝากว่าครอบครัวผู้สูญหายยังต้องแบกภาระพิสูจน์ กาลเวลาผ่านไปอาจไม่มีใครติดตามข่าวแล้ว แต่ครอบครัวยังเผชิญความรู้สึก ไม่รู้ชะตากรรม ถึงได้เป็นเหตุผลให้เราจัดงานวันนี้

ผอ.แอมเนสตี้ ทนเห็นภาพแบบนี้ไม่ไหว อยากเห็นกฎหมายที่ซัพพอร์ตจริงๆ

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจัดฉายหนัง แต่เป็นครั้งแรกที่โพสต์แล้วตั๋วหมดเร็วมาก อยากให้คนทั่วไปได้รับรู้บ้าง ในฐานะองค์กรรณรงค์สิทธิมนุษยชน ดิฉันจะไม่ขอพูดว่าเอ็นจอยเดอะโชว์แต่เราจะหันหลังกลับไปมอง ว่าจะทำอะไรได้บ้างให้เรื่องนี้ดีขึ้น

 

...อุ้มหาย ได้ผล 

เคสสารวัตรโจ้คือชนวน

 ในฝั่งขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงบทบาทที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ผลักดันให้ประเทศไทยเข้าไปลงนามรับรองร่างอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ และอนุสัญญาต่อต้านการอุ้มหาย จนได้เข้าเป็นหนึ่งในภาคี

รวมถึง พ...อุ้มหาย ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

กฎหมายฉบับนี้ผลักดันมานาน หลายครั้งที่เราเสนอเข้าไปจนเกือบจะได้อยู่แล้ว ก็โดนเตะตัดขาบ้าง เหมือนกับเจอหนทางที่มีแต่ขวากหนาม

ผู้อำนวยการกองสิทธิฯ มองว่าร่างกฎหมายมีส่วนสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทางอ้อม ปัจจัยที่ทำให้เกิดกฎหมายนี้คือเคสที่ พ...ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ ที่ใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิต

เคสนี้เป็นชนวนสำคัญทำให้ประชาชนได้เห็นว่าการทรมานและการอุ้มหายเป็นเหตุการณ์ที่มีอยู่จริงในสังคม

เมื่อมีการจับผู้ต้องหาจะต้องถ่ายรูป ตั้งแต่จับกุมจนกระทั่งส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน และยังต้องแจ้งเรื่องไปยังอัยการทันที เมื่อก่อนไม่มีขั้นตอนแบบนี้

ผ่านมา 1 ปีเศษๆ ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักถึงการทรมานและอุ้มหายมากขึ้น เคสที่ทำเกินกว่าเหตุลดลงอย่างเห็นได้ชัด มันจะเป็นเกราะป้องกันทั้งประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ

 

มนุษย์ล่องหน

บันดาลใจจากเรื่องจริงในสังคม

หลังฉายจบ ทิ้งมวลอารมณ์ไว้เบื้องหลัง ชวนให้ตั้งคำถามย้อนไป

หลายฉากชวนให้นึกถึงหลายเคสบนหน้าข่าว ไม่ว่าจะบิลลี่ 

พอละจีที่ถูกยัดลงถังถ่วงน้ำ ก่อนพบซากลอยมาตามลำน้ำแก่งกระจาน

ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในข่าว ผมรวบรวมในระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ช่วงเปลี่ยนผ่านทางความคิดของคนรุ่นใหม่ รู้สึกว่ามันถูกขับเคลื่อนออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับภาพยนตร์ดอยบอยเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้าง ทั้งที่ไปเชียงใหม่บ่อยมาก แต่กลับไม่รู้ถึงการมีอยู่ของคนไทใหญ่ จึงรู้สึกว่าคนกลุ่มนั้นไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ล่องหนมันคล้ายกับกรณีบุคคลสูญหายจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงนั้น 

ระหว่างที่ผมกำลังพัฒนาบท ก็เกิดการหายตัวไปของวันเฉลิมเกิดขึ้น จริงๆ ผมเป็นเพื่อนกับเขาด้วย ตอนสร้างหนังเรื่องแรกผมบินไปกลับพนมเปญ เขาก็คอยเทกแคร์ตลอดเวลาที่ไปหา พอมีเหตุการณ์อุ้มหายขึ้น ผมตกใจมาก เลยนำเรื่องนี้เข้าไปเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคม ซึ่งไม่ค่อยเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำให้มีเหตุแบบนี้ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

 

ทุกคนตกเป็นเหยื่อได้

เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่เว้น

ได้คุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ค้นคว้าข้อมูลจากหลากหลาย 

ผมลงไปเจอกับคนไทยใหญ่ ครอบครัวผู้สูญหายมาแล้ว แต่กลับไม่สามารถที่จะเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ 

นนทวัฒน์เผยว่าบทจึงมีส่วนมาจากข่าว เช่นอยู่ๆ มีเจ้าหน้าที่รัฐตกตึกเสียชีวิต หรือหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย เลยลองแทนความรู้สึกนั้น ที่ต้องอยู่ใต้คำสั่ง

มันจะเป็นสถานการณ์แบบเดียวกับพี่จิตัวละครตำรวจ จะมีภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเลือกที่จะไม่สังหารนักกิจกรรม ปล่อยตัวไป แต่ทำให้เขาเป็นผู้สูญหายเสียเอง ผมคิดว่าเรื่องนี้ทุกคนตกเป็นเหยื่อได้หมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเจ้าหน้าที่รัฐเอง

นนทวัฒน์ยังหวัง ว่าถ้าอนาคตเกิดการพัฒนาทางความคิดในสังคม เราอาจจะรู้สึกถึงความเห็นอกเห็นใจได้

จากการได้คุยกับทหารนายหนึ่ง ที่เคยมีส่วนร่วมในการสลายคนเสื้อแดง ปี’53 ยอมรับเลยว่า ไม่อยากทำ เพราะว่าบ้านเกิดเขาอยู่ จ.ศรีสะเกษ แต่ด้วยความที่เป็นคำสั่งลงมา เลยจำเป็นที่จะต้องทำ 

การได้พูดคุยทหารนายนั้น เปลี่ยนความคิดของผม ในความเป็นมนุษย์มีมิติที่มากกว่าขาวดำ ยังทำให้ผมเข้าใจว่าคนที่ทำเรื่องไม่ดีมา บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้

 

ยิ่งแบน ยิ่งพูดถึง

ไม่หวั่นดอยบอยถูกอุ้ม

ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผู้คนกล้าที่จะส่งเสียง ก็รู้สึกดีใจ 

นนทวัฒน์ เลือกที่จะเล่าตรงๆ เพราะรู้สึกว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว 

คนยุคเดียวกับผมไม่ค่อยกล้าพูดถึง จนทำให้ต้องอยู่กันไปแบบนี้ แต่เยาวชนเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่ามันมีการ Uprising ที่น่าสนใจของการวิพากษ์วิจารณ์แบบตรงไปตรงมา จนหนังเรื่องนี้ออกฉาย ทำให้ผู้ชมตื่นเต้นและนำประเด็นไปถกเถียงกัน 

เสียงตอบรับถือว่าดี หลังจากนั้นหวังว่าจะยังมีภาพยนตร์อีกหลายๆ เรื่องที่วิพากษ์สังคมแบบตรงไปตรงมามากขึ้น

ถ้าไม่ได้ฉายในแพลตฟอร์ม ต้องผ่านกองเซ็นเซอร์ มองชะตาของหนังเรื่องนี้อาจจะถูกอุ้มก็เป็นได้ 

ด้าน สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวต้าร์ วันเฉลิมยังชวนให้นึกถึงตอนที่ไปผลักดัน พ...อุ้มหาย 

คนที่ไม่คิดว่าจะช่วยเราคือ คุณสิระ (เจนจาคะ) บอกว่าให้เรามา เดี๋ยวไปล็อบบี้ประธานวิป เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเขามาช่วยผลักดัน เขาให้เหตุผลว่ามันเกิดขึ้นได้กับทุกคน พี่ก็กลัวเหมือนกันเราเลยรู้สึกว่าคนอย่างคุณสิระ ที่คนนั่งด่าเขาทุกวัน แต่พอถึงเวลา เขาก็ยังช่วยเรา 

บางทีก็อยากถามเจ้าหน้าที่รัฐนะ ว่าทำไปทำไม จะหยุดเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เราประชาชนต้องช่วยกัน และเข้มแข็ง

หนังเรื่องนี้ สงสารจิมากที่สุด มันกลืนไม่เข้า คายไม่ออก พี่สาวต้าร์ มองหนังลักษณะนี้เป็นบันทึก อยากให้มีออกมาอีกเรื่อยๆ 

ตลอด 4 ปีที่ฝ่าฟัน เจอคุกคามสารพัดทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถามตรงๆ เคยคิดไหมว่าสักวันจะถูกทำให้หายไปด้วย ? 

พี่เจนบอกว่า คนรอบข้างพูดทุกคน 

ไม่กลัวเหรอ น้องมึงหายไปแล้ว ระวังจะโดนอีกคน แต่ไม่ใช่เราคนเดียวที่เจอ ตอนนี้ก็กำลังมีเรื่องคดีตากใบ นั่นก็ 20 ปี ชาวบ้านหนักกว่าเราอีก ตรงนั้นแรงกว่าเยอะ

ด้วยความไม่อยากโทษคนอื่นจึงมานั่งทบทวน ก่อนหน้านี้มีคนถูกอุ้มหาย 9 คน แต่เพราะความเงียบ จึงทำให้เกิดเคสต้าร์ วันเฉลิมขึ้น จึงอยากหยุดเรื่องนี้ 

ในฐานะนักแสดงนำในเรื่อง 

อัดอวัช รัตนปิณฑะ ยอมรับว่าคิดเลิกแสดง แต่พอได้อ่าน

บทนี้เปลี่ยนใจทันที อยากถ่ายทอดเมสเสจ

ผมเลยรู้สึกว่าต้องได้บทนี้ ต้องลุย เป็นศรในดอยบอย

มองการอุ้มหาย ชาติพันธุ์ สิทธิและเสียงของมนุษย์ คือประเด็นที่นิ่งเฉยไม่ลง เคยร่วมชุมนุมหลายหน

จุดนี้จึงเป็นความยาก ที่ต้องถอดเลนส์ตัวเองออกมาใส่ความไร้เดียงสาแบบศรเข้าไป ที่แค่เอาตัวรอดวันต่อวัน อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรกัน

ยอมรับเลยว่า ทำการบ้านหนัก รีเสิร์ชทั้งเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ ชี้ชีวิตกับกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ เพราะอยากทำให้สมจริง เป็นวอยซ์ให้กับพวกเขา เคยมีตอนไปม็อบม็อบจะนะเสียงของเขามันไม่ดังเท่าที่ควรจะเป็น 

ส่วนตัวติดตามมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นกรณี ต้าร์ วันเฉลิม หรือบิลลี่ 

วันนี้ดูอีกรอบ น้ำตาไหลไปหลายฉากอยู่เหมือนกัน ถ้าเรายังมีจิตใจเป็นมนุษย์อยู่ ด้วยสัญชาตญาณจะบอกเองว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ยิ่งคนคนนั้น เขาแค่พูดความคิด พอเราไม่ใช่ศร ถอยมามองอีกทีแล้วเฮ้อ! ประเทศอะไรเนี่ยนักแสดงดำ อุทาน 

เชื่อมั่นว่าหนังเรื่องนี้ จะขยายเพดานวงการภาพยนตร์ในเมืองไทย

 

อธิษฐาน จันทร์กลม

ภูมิดนัย สารพันธ์