ได้เล่าเรื่อง “วอกหรมาน” จากเรื่อง “พรหมจักร” มาแล้ว มีผู้อ่านบอกว่าแปลกไม่เคยทราบมาก่อน และถามว่ายังมีเรื่องอย่างนี้อีกหรือไม่ ผู้เขียนเคยทราบมานานแล้วว่ายังมีเรื่อง “หรมาน” อีกเรื่องหนึ่งตามหาอยู่หลายปีแล้วไม่พบ แต่แล้วจู่ๆ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2559 นักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งมาสอบถามเรื่องหนังสือการเมืองสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงได้พูดถึงเรื่อง “หรมาน” ว่าเป็นเรื่องที่หาอ่านได้ยาก นักศึกษาผู้นั้นได้มีแก่ใจถ่ายสำเนาเรื่อง “หรมาน” ที่อาจารย์สิงฆะ วรรณสัย ปริวรรตมาจากภาษาล้านนามาฝาก ผู้เขียนทราบว่านักอ่านทั่วไปไม่รู้จัก ทั้งนี้ คงจะเนื่องมาจากเป็นเรื่องที่ไม่ได้พิมพ์จำหน่ายเหมือนหนังสือทั่วไป เพราะเป็นเรื่องอ่านฟังกันเฉพาะคนภาคเหนือ และที่สำคัญก็คือเป็นภาษาถิ่นที่อ่านลำบาก แม้จะปริวรรตเป็นภาษาไทยปัจจุบันแล้วก็ตามก็ยังเข้าใจได้ยาก ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าศึกษาจึงขออนุญาตเก็บความมาเล่าดังต่อไปนี้ (รักษาคำเดิมไว้)
ในกาลครั้งนั้น พระยาวิรูปักขะ ผู้ครองกรุงกุรุรัฏฐ์ มีบุตรชื่อ พระรามราช กับ พระลักขณะ เมื่อพระยาวิรูปักขะตาย ทั้ง พระรามพระลักขณะ ได้ปกครองสืบต่อมา และในครั้งนั้นเจ้ากรุงลงกาชื่อ วิรุฬหะ มีลูกชื่อ ราพนาสูร (ส่วนมากใช้ราพนาสวร) พิเภกและอินทรชิต ต่อมาวิรุฬหะตาย ทั้งสามก็อยู่ครองลังกาต่อมา
กล่าวถึงราพนาสูรซึ่งมีตาทิพย์เห็น นางสุชาดา มเหสีของพระยาอินทาธิราชแห่งดาวดึงส์ก็เกิดอารมณ์ชั่ว แปลงตนเป็นพระยาอินทาธิราชเข้าสู่สมกับนางสุชาดา ต่อมานางทราบว่าราพนาสูรแปลกปลอมมาทำลามกเช่นนั้น ก็ขออนุญาตพระยาอินจุติลงมาเกิดเป็นลูกราพนาสูร เมื่อเกิดราพนาสูรให้โหรมาดูลักษณะว่าจะดีร้ายประการใด โหรทำนายว่ากุมารีมีบุญวาสนามาก แต่เลี้ยงไว้จะให้โทษเอาไปลอยแพจะดีกว่า ราพนาสูรก็ตกลงตามนั้นให้เอาโกศมาใส่กุมารีแล้วใส่แพลอยน้ำไป
ครั้งนั้นฤษีชื่อกัสสป มีท่าอาบน้ำโดยเฉพาะด้วยกลัวจระเข้และมังกรจะมาทำร้าย จึงล้อมรั้วไว้อย่างแข็งแรง แพที่ใส่กุมารีได้ลอยมาติดอยู่ที่รั้ว ฤษีมาอาบน้ำแลเห็นจึงเก็บมาเปิดดูก็เห็นกุมารียกมือขึ้นสีตา (หมายถึงขยี้ตา) ฤษีมีความเอ็นดูก็เอามาเลี้ยงไว้ และให้ชื่อว่า “สีตา” ตามกิริยาที่เห็นกุมารีขยี้ตาต่อมาภายหลังได้กลายเป็น “สีดา”
ฤษีเลี้ยงดูสีดามาจนอายุได้ 16 ปี ปรากฏว่าสีดามีรูปโฉมงดงามหาผู้เสมอเหมือนได้ยาก ครั้งนั้นพระอินทร์ได้เนรมิตปราสาทให้นางอยู่ไม่ไกลจากอาศรมของฤษี ในเวลานั้นพรานป่าทั้งหลายไปหาเนื้อ ได้เห็นนางสีดาก็พากันมาบอกเล่าเจ้านายของตน ท้าวพระยาทั้งร้อยเอ็ดเมือง ต่างก็ยกทัพเดินทางมายังสำนักพระฤษีเพื่อกล่าวขอนางสีดา
เท่าที่เล่ามาจะเห็นความต่างกันของประวัตินางสีดา ความต่างกันยังมีอีกจะได้เล่าต่อไป

