ขยะเรื่องใหญ่! เกาะคืบหน้า รีโนเวต ‘ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช’ สู่ระบบปิด 100% เลิกเหม็น 24 ชม.

18.09.24 | 13:14 น.

ไม่เพียงปัญหาน้ำท่วม และโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง น้ำไหล ไฟสว่าง จะเป็นเรื่องสำคัญของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร

หากแต่ขยะคือ อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ใช้ทรัพยากรมหาศาลในการบริหารจัดการในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน แต่ละปี

นอกจากแคมเปญ #ไม่เทรวม ที่ถูกชูขึ้นมาในยุค ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ขอความร่วมมือชาวกรุงมุ่งแยกขยะก่อนทิ้ง ยังมีประเด็นสำคัญต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าการปรับปรุงโรงงานแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นส่งผลกระทบแก่ชุมชนรอบ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ รวมถึงการก่อสร้างโรงงานเตาเผามูลฝอยผลิตพลังงานไฟฟ้า 1,000 ตันต่อวัน 

ย้อนไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ประเด็นกลิ่นขยะจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุช กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังชาวบ้ายโวยเหม็น 24 ชมร้อนถึงชัชชาติลุยตรวจด้วยตนเอง พร้อมศึกษาในรายละเอียดเพื่อเร่งแก้ไข

กระทั่งเวลาผ่านไปถึงปี 2566 เรื่องไม่จบ ชุมชนอ่อนนุช รุดยื่นหนังสือต่อ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอให้

Advertisement

เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ภายใต้โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และปิดโรงงานดังกล่าวถาวร โดยระบุว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยต้องทนกลิ่นเหม็นมานานตั้งแต่ปี 2562 

กระทั่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ยังปรากฏการร้องเรียนปมปัญหาที่ว่านี้ผ่านทางทราฟฟี่ฟองดูว์ ล่าสุด 14 กันยายนที่ผ่านมา จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ไม่หยุดงานแม้เป็นวันเสาร์ รุดลงพื้นที่พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และผู้แทนบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด 

ปรับปรุงโรงกำจัดมูลฝอยชุมชน ผลิตพลังงาน 800 ตัน 

ระบบปิด 100%’ ไร้กลิ่นโชยเข้าชุมชน

กทม.เปิดเผยความคืบหน้าว่า ปัจจุบันมีการปรับปรุงโรงงานในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชให้เป็นระบบปิดทั้งหมด โดยติดตั้งประตู 3 ชั้น บริเวณทางเข้าอาคารรับขยะและบ่อรับขยะ ประกอบด้วย ประตู high speed shutter door บริเวณทางเข้าอาคารรับขยะ ซึ่งเป็นประตูอัตโนมัติ จะเปิดปิดในเวลามีรถขยะผ่านเข้าออก ประตู shutter door พร้อมม่านอากาศ บริเวณทางเข้าช่องเทขยะ ประตู shutter door บริเวณบ่อรับขยะ ซึ่งประตูด้านในทั้ง 2 จุด จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมการเปิดปิด ส่วนม่านอากาศจะช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกไปสู่ด้านนอก การเพิ่มระบบบำบัดกลิ่นโดยการใช้เคมีบำบัด จากเดิม 100,000 ลบ../ชม. เพิ่มเป็น 167,000 ลบ../ชม. เพิ่มปริมาณการดูดอากาศ เน้นการดูดกลิ่นในบริเวณที่มีกลิ่นรุนแรง ช่วยบำบัดอากาศให้ดีขึ้น 

รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ได้กำชับให้บริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมสั่งการโดยเคร่งครัด คาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ 

พร้อมทั้งมอบหมายหัวหน้าศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้ติดตามการแก้ไขปัญหาของโรงงานไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านในชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามการแก้ไขปัญหาของโรงงานต่างๆ ผ่านกลไกการทำงานของคณะกรรมการและบริษัท เพื่อให้การปรับปรุงเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

การแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนชุมชนโดยรอบโครงการ ดำเนินการโดยการปรับปรุงโรงงานให้เป็นโรงงานปิด 100% ติดตั้งประตู 3 ชั้น บริเวณทางเข้าอาคารรับขยะและบ่อรับขยะ ประกอบด้วย ประตู high speed shutter door บริเวณทางเข้าอาคารรับขยะ ประตู shutter door พร้อมม่านอากาศ บริเวณทางเข้าช่องเทขยะ ประตู shutter door บริเวณบ่อรับขยะ 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบบำบัดกลิ่น โดยการใช้เคมีบำบัด จากเดิม 100,000 ลบ../ชม. เพิ่มเป็น 167,000 ลบ../ชม. ซึ่งการเพิ่มปริมาณการดูดอากาศจะเป็นการเน้นการดูดกลิ่นในบริเวณที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่ บริเวณเครื่องเตรียมหมัก (Biodamp) บริเวณเครื่องบีบอัด (Screw press) บริเวณชุดแยกกรวดทราย (Aerating sand) 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังติดตามปัญหาเรื่องกลิ่น การลงพื้นที่สอบถามกับชุมชนบริเวณโดยรอบ อาทิ ประสานงานให้กรมอนามัยเป็นผู้ตรวจวัดกลิ่น ทั้งช่วงก่อนปรับปรุงโรงงาน ระหว่างปรับปรุงโรงงาน และหลังปรับปรุงโรงงาน จัดหาอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ติดตั้งในจุดที่เฝ้าระวัง 

คืบแล้ว 19.15% โรงงานเตาเผามูลฝอย

ผลิตพลังงานไฟฟ้า 1,000 ตันต่อวัน คาดแล้วเสร็จปลายปี’69 

อีกหนึ่งความคืบหน้าที่รอนับถอยหลังราว 2 ปีนับจากนี้ คือ โครงการกําจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน บริเวณศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช บนพื้นที่ 30 ไร่ ดำเนินการโดย บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งเริ่มการก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามกำหนดการจะสิ้นสุดการก่อสร้างในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ด้วยระยะ 1,000 วัน 

กรุงเทพมหานคร กำหนดแผนพัฒนาการกำจัดขยะ โดยการนำขยะมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เพื่อลดปริมาณการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ ในรูปแบบของโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยด้วยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน โดยขยะมูลฝอยจะถูกจัดเก็บและนำมาเทในบ่อรับขยะภายในอาคารระบบปิด 3-5 วัน เพื่อให้ความชื้นลดลง 35% จากนั้นจะใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ หรือ Stoker Type ควบคุมความร้อนให้คงที่ประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส โดยนำความร้อนไปต้มน้ำเกิดเป็นไอน้ำแรงดันสูงผ่านตัวขับเคลื่อน (Turbine) เปลี่ยนพลังงานกลให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 

ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้างานสะสมตามแผน 19.15% ความคืบหน้างานสะสมที่ทำได้จริง 18.46% ประกอบด้วย งานพื้นคอนกรีต งานบ่อขยะ งานคานคอดิน งานฐานราก งานติตตั้งสายส่งและเชื่อมต่อระบบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) งานท่อน้ำประปาและติดตั้งมิเตอร์ 

งานนี้ รองผู้ว่าฯกทม.ได้กำชับบริษัทผู้รับจ้างให้คำนึงถึงมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อยู่ในความมั่นคงแข็งแรง พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามโครงการกําจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน อย่างต่อเนื่อง 

เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญาที่กำหนดไว้ปลายปี 2569

ย้อนไทม์ไลน์วิวาทะโรงขยะอ่อนนุช

โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน เป็นโครงการตามนโยบายการบริหารจัดการมูลฝอย โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อลดพื้นที่การนำขยะไปฝังกลบ เป็นโครงการนำร่องใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological-Treatment : MBT) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีผลพลอยได้เป็นขยะเชื้อเพลิง (RDF) และขยะรีไซเคิล เริ่มเปิดเดินระบบมาตั้งแต่ปี 2563 

ต่อมามีการร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหากลิ่น ที่ผ่านมากรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สั่งระงับใบอนุญาต เพื่อให้บริษัทปรับปรุงระบบ ป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่น โดยอนุญาตให้กลับมาเปิดเดินระบบทดสอบรับกำจัดขยะ
เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 

กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม ในเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย และการตรวจค่าวัดกลิ่น 

บริษัทกรุงเทพธนาคมได้ดำเนินงานตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดังนี้ 

-โรงผลิตก๊าซชีวภาพและบำบัดน้ำเสีย มีลำดับการดำเนินงาน ประกอบด้วย 

1.วันที่ 2 เมษายน 2567 กรอ.มีหนังสือแจ้งให้บริษัททราบว่า ตามที่ได้มีคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดให้มีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน และให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ.2558 ซึ่งพนักงาน
เจ้าหน้าที่ กรอ.ตรวจสอบโรงงานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 พบว่าบริษัทปฏิบัติถูกต้องตามคำสั่งแล้ว

2.วันที่ 19 เมษายน 2567 กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่ง
ขยายระยะเวลาการปรับปรุงแก้ไขโรงงานออกไปถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 โดยให้แสดงรายละเอียดการนำน้ำทิ้งจากการปรับคุณภาพน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ในโรงงาน โรงผลิตก๊าซชีวภาพ และบำบัดน้ำเสียเท่านั้น ซึ่งบริษัทได้จัดส่งข้อมูลให้ กรอ.เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567

3.วันที่ 26 สิงหาคม 2567 กรมโรงงานอุตสาหกรรมแจ้งผลการปฏิบัติการตามคำสั่ง มาตรา 37 ของโรงผลิตก๊าซชีวภาพและบำบัดน้ำเสีย พบว่าบริษัทได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำสั่งแล้ว โดยโรงคัดแยก ตามที่บริษัทได้ส่งแผนและมาตรการปรับปรุงโรงงานเป็นระบบ Negative Pressure ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เพื่อขอให้พิจารณาขยายระยะเวลาการปรับปรุงโรงงาน ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งให้ขยายเวลาการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงานออกไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567