ฮือฮา! นักเขียนป้ายแดง ดีกรีคุณหมอ คว้าที่ 1 รางวัลชมนาด ครั้งที่ 13 จาก ‘ต้นไม้ของแวมไพร์’

25.09.24 | 13:54 น.

จัดอย่างต่อเนื่องทุกปี กับการประกวดรางวัลชมนาด รางวัลแห่งเกียรติยศที่สนับสนุนและเชิดชูนักเขียนสตรีโดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 13 เปิดกว้างให้โอกาสกับผู้หญิงทุกวัย ไม่จำกัดอาชีพ ได้นำเสนอผลงานการประพันธ์ สู่การเป็นนักเขียนระดับสากล ส่งต่อคุณค่าความงามของวรรณกรรมไปสู่บทละคร ภาพยนตร์ต่อไป 

ที่ผ่านมาเวทีแห่งนี้จึงได้ต้อนรับนักเขียนทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มากมาย เช่นเดียวกับปีนี้ที่มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 28 เล่ม ประกาศผลไปเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานมอบรางวัล ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติคับคั่งมากมาย 

สำหรับรางวัลชนะเลิศนวนิยายยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 ได้แก่ ต้นไม้ของแวมไพร์ ผลงาน ปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ลำนำจ้าวสังเวียน ผลงาน วิชุดา ราชพิทักษ์ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มงกุฎหนามกุหลาบ ผลงาน จันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลชมนาดเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จของสตรีที่มีใจรักในงานประพันธ์งานวรรณกรรม ที่เสมือนเป็นกระจกเงาสะท้อนสภาพชีวิตสังคม คตินิยมของคนทุกยุคสมัย เป็นสื่อกลางที่ทำให้คนเข้าใจคนในสังคมอื่นได้เป็นอย่างดี ธนาคารกรุงเทพยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำความสำเร็จนี้เชิดชูขึ้นและหวังว่าเวทีการประกวดนี้จะนำไปสู่การสร้างนักเขียนคุณภาพที่ต่อยอดไปสู่งานละคร งานภาพยนตร์ งานสร้างสรรค์อาชีพที่ยืนหยัดในก้าวต่อๆ ไป 

ธนาคารกรุงเทพและสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้โอกาสกับสตรีในสังคมได้มีความภาคภูมิใจในผลงานและพร้อมที่จะเป็นนักเขียนในระดับสากล สร้างสรรค์วรรณกรรมที่ดี เพราะวรรณกรรมที่ดีจะสะท้อนถึงจิตใจของยุคสมัยด้วย ซึ่งมีค่าอย่างยิ่ง

Advertisement

ขณะที่ อาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น กล่าวว่า การประกวดรางวัลชมนาดในปีนี้โดยภาพรวมมีความก้าวหน้ามากขึ้น และไม่ได้มุ่งแค่ตลาดหนังสือ แต่มีการต่อยอดขยายไปสู่งานละคร งานภาพยนตร์ ฯลฯ ปีนี้มีการเชิญคุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ซีอีโอเอ็ม สตูดิโอ และเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ธี่หยดซึ่งเป็นนักอ่านตัวยง มาร่วมงาน เช่นเดียวกับคุณหน่องอรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละคร ซึ่งไม่ได้สนใจแค่งานรูปแบบเดิมๆ ขอให้เป็นงานที่มีคุณภาพก็จะนำไปกระจายต่อในรูปของงานละครต่อไป

สำหรับงานต่างประเทศ ไม่ใช่แค่การแปลผลงานเป็นภาษาต่างๆ บอร์ดของ PublisHER ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในฐานะเครือข่ายสตรีระดับโลกที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและสนับสนุนผู้นำหญิง เห็นความสำคัญของงานนี้ ส่ง Ms.GeumJoo Lin เดินทางมาประสานเครือข่ายความสัมพันธ์ ฉะนั้น เมื่อได้ปลั๊กอินกับ PublisHER เท่ากับได้พันธมิตรเพิ่มขึ้นอีกกว่าร้อยประเทศ 

ขณะนี้ประเทศไทยเนื้อหอมมาก รางวัลชมนาดและรางวัลซีไรต์ได้ก้าวพ้นระดับภูมิภาคอาเซียนข้าม สู่ระดับทวีปในนานาอารยประเทศ และลึกๆ แล้วเราฝันจะเห็นนักเขียนไทยจะได้รับรางวัลโนเบลอาทรบอก

1001 ราตรีของแวมไพร์ฯ กับสังโยชน์ 10

อะไรทำให้แวมไพร์ละทิ้งความเป็นอมตะ?’ 

กระทู้จากในกลุ่มนักเขียนที่แทบทุกคอมเมนต์ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ความรักของมนุษย์อย่างไรล่ะ! เป็นสิ่งที่จุดประเด็นคิดอาจไม่ใช่ความรักของมนุษย์ก็ได้ มนุษย์หลงตนเองหรือไม่? เป็นที่มาของต้นไม้ของแวมไพร์นวนิยายยอดเยี่ยมรางวัลชนะเลิศรางวัลชมนาด ประจำปี 2567 ผลงานปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุลหรือปริมพัชร์ นักเขียนหน้าใหม่แกะกล่อง วัย 35 ปี ดีกรีกุมารแพทย์โรคหัวใจ เจ้าของเพจ หมอเด็กนอกคอก ปัจจุบันเป็นคุณหมอใจดีอยู่ประเทศญี่ปุ่น

ต้นไม้ของแวมไพร์ เป็นงานประพันธ์ที่มีความโดดเด่นทั้งเชิงวรรณศิลป์และโครงเรื่องที่เป็นเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่า ด้วยกลวิธีการเขียนแบบนิทานพันหนึ่งราตรี และหยิบเอาพุทธวจน ข้อสังโยชน์ 10 มาตั้งเป็นชื่อบท กระตุกความคิดของผู้อ่านท่ามกลางเรื่องราวการผจญภัยแนวแฟนตาซีของตัวเอกในเรื่อง

‘ต้นไม้ของแวมไพร์’ โดย ปริมพัชร์ ไวทยวงศ์สกุล

คุณหมอนักเขียนใหม่หมาดบอกว่าต้นไม้ของแวมไพร์เป็นหนังสือเล่มแรก ทำให้ความฝันอยากมีหนังสือของตนเองสักเล่มสำเร็จลุล่วง โดยขยายโครงเรื่องมาจากเรื่องสั้นในชื่อเดียวกันที่เขียนให้เพื่อนกลุ่มนักเขียนอ่านเมื่อราว 3 ปีก่อน ตั้งใจจะตีพิมพ์เองโดยส่งให้คนรู้จักที่สำนักพิมพ์อักษราลัยบุ๊ก ซึ่งเมื่ออ่านแล้วยืนยันว่าให้ส่งเข้าประกวดรางวัลชมนาด

รางวัลชมนาดนอกจากเป็นรางวัลเดียวที่เปิดโอกาสให้กับนักเขียนหญิงแล้ว ที่ประทับใจคือให้ความสำคัญกับการแปลผลงานนักเขียนเป็นภาษาต่างประเทศ เป็นสิ่งที่มากกว่าการให้เงินรางวัล แต่เป็นการให้โอกาสที่งานจะเผยแพร่สู่สากล ซึ่งมีน้อยมากสำหรับงานวรรณกรรมไทย

ปริมพัชร์บอกว่า เป็นคนที่ศึกษาทางพุทธศาสนา จะคุ้นกับคำในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว อย่างสังโยชน์เป็นสิ่งที่ยึดให้มนุษย์และอมนุษย์หลงติดอยู่ในสังสารวัฏแล้วออกไม่ได้ ทีแรกคิดแค่จะวาง

พล็อตเรื่องแบบนิทานพันหนึ่งราตรีที่เคยอ่าน แต่เมื่อคิดถึงธีม คิดถึงการเดินทางในสังสารวัฏ สิ่งที่ทำให้ต้องเดินทางวนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็คือ สังโยชน์ จึงหยิบมาโยงกัน 

อยากให้เป็นเรื่องที่อ่านเพลินๆ มีความสนุก คนที่ไม่สนใจธรรมะก็อ่านได้ ที่เหลืออยู่ที่การตีความของแต่ละคน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
‘ลำนำจ้าวสังเวียน’
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ‘มงกุฎหนามกุหลาบ’

2 อารมณ์ ลำนำจ้าวสังเวียน VS มงกุฎหนามกุหลาบ

จากเรื่องของแวมไพร์มาทำความรู้จักกับ เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงานเรื่อง ลำนำจ้าวสังเวียน เป็นนักเขียนอารมณ์ดี วิชุดา ราชพิทักษ์ นามปากกา ดารัช ไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่ คนในแวดวงจะคุ้นเคยกับงานของเธอเป็นอย่างดี เจ้าของผลงานที่ผ่านเข้ารอบ 8 เล่มสุดท้ายในการประกวดรางวัลชมนาด ครั้งที่ 9 เรื่อง อาณาจักรที่แสงอาทิตย์ไม่เคยส่องถึง ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือไทย 134 เล่ม ที่ร่วมจัดแสดงในงาน Taipei International Book Exhibition (TIBE) 2024 และกานต์ปรียา จากการประกวดรางวัลชมนาดครั้งที่ 12

วิชุดาบอกว่า ตนเองเป็นคนรักงานเขียน แม้จะมีงานประจำ แต่ยังชอบที่จะเขียนงานส่งเข้าประกวด ปีนี้เธอหยิบเอาประเพณีท้องถิ่นอย่างการชนวัวมานำเสนอ เพราะอยากเล่าเรื่องวัวชนมานานแล้ว พอวางพล็อตเรื่อง อ่านแล้วสนุกจึงอยากส่งเรื่องนี้เข้าประกวด สนุกกับการเล่าเรื่อง และตั้งใจจะทำงานเขียนไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข

ชอบเวทีการประกวดรางวัลชมนาด นอกจากเป็นเวทีที่เปิดรับนักเขียนหญิงแล้ว ที่ผ่านมามีงานที่ออกมาหลากหลายแนวน่าสนใจ ทำให้ได้เห็นมุมมองที่มีหลากหลายและแตกต่างจากนักเขียนชาย 

‘ลำนำจ้าวสังเวียน’
ผลงาน วิชุดา ราชพิทักษ์
‘มงกุฎหนามกุหลาบ’
ผลงาน จันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร

ทางด้าน จันทรรัตน์ สวัสดิ์จิตร นามปากกาเจ้าจันทร์เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากผลงานมงกุฎหนามกุหลาบนิยายรักที่แฝงเร้นปมบาดแผลในใจ บอกว่า อยากเขียนนิยายที่เป็นแรงผลักดันเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทำงาน ซึ่งตนเองก็เคยเป็นผู้หญิงทำงานมาก่อน มองว่าผู้หญิงที่ทำงานจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตำแหน่งสูงๆ นั้นส่วนมากไม่ได้อาศัยลมใต้ปีกจากใคร แต่ต้องบ่มเพาะคุณค่าของตัวเองเหมือนไข่มุกไม่ใช่เพชรที่ต้องรอใครมาเจียระไนให้ เกียรติยศที่ได้รับจึงเป็นมงกุฎหนามที่บาดลึก

จันทรรัตน์บอกว่า สำหรับการส่งเรื่องเข้าประกวดในครั้งนี้ตั้งใจส่งให้กับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นพิจารณาตามปกติ แต่น้องบอกให้ลองส่งเข้าประกวด ซึ่งไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัล เพียงต้องการคำวิจารณ์จากบรรณาธิการไปปรับปรุงงานตนเอง

การประกวดรางวัลชมนาดเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักเขียนหญิง และเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของการเป็นนักเขียนเจ้าของนามปากกาเจ้าจันทร์บอก

ปิดท้ายกับกติกาการเปิดรับโครงการประกวดงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมประเภทนวนิยายของนักเขียนหญิง รางวัลชมนาดครั้งที่ 14 สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567-30 เมษายน 2568 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120-200 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point โดยต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับพร้อมสำเนา รวม 2 ชุด พร้อมบันทึกไฟล์ต้นฉบับในแฟลชไดร์ฟ หรือส่งช่องทางอีเมล์ editor@praphansarn.com 

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.praphansarn.com/

มติชนอคาเดมี