หน้าแรก ประชาชื่น เป็นวัยรุ่นมั...

เป็นวัยรุ่นมันเจ็บปวด มหา’ลัยต้องรุก สร้าง ‘สุขภาวะ’ ตอบโจทย์ SDGs บนความเข้าใจนักศึกษา

1.10.24 | 12:00 น.

เป็นวัยรุ่นมันเจ็บปวดมหา’ลัยต้องรุก สร้าง ‘สุขภาวะ’ ตอบโจทย์ SDGs บนความเข้าใจนักศึกษา

‘เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด’

คือชื่อผลงานหนังสือของ Kim Rando อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ชายวัย 60 ที่ได้รับยกย่องให้เป็น ‘ที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้’ โดยได้รับความสนใจไปทั่วโลก ถูกตีพิมพ์ซ้ำมากกว่า 52 ครั้ง เผยแพร่ไปไม่น้อยกว่า 16 ประเทศ

ความจริงที่ดูเหมือนจะจริงเกินไปของหนังสือเล่มนี้ ได้ตอกย้ำประสบการณ์ร่วมของผู้อ่านที่เป็นวัยรุ่น ตั้งแต่ความยากลำบากในการรับมือกับความคาดหวังของครอบครัว การเผชิญหน้ากับความผิดพลาด-ล้มเหลว การลุกขึ้นมาแบกรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง การจัดการอารมณ์ความรู้สึกความคิด และการก้าวเท้าเข้าไปสู่โลกของผู้ใหญ่ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ทิ้งบาดแผลไว้แทบทั้งสิ้น ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานความเข้าใจ และกลไกการดูแล

Advertisement

ข้อเรียกร้องนานัปการถูกยื่นให้กับวัยรุ่นตามความเร็วของโลกที่หมุนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชีวิตการเป็นนักศึกษาที่ต้องจากบ้าน เปลี่ยนสังคม ก้าวเท้าออกจากเซฟโซนอย่าง ‘ครอบครัว’ อันเป็นพื้นที่ปลอดภัยเดิม เข้าสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ บนเส้นทางของนักการแสวงหา และพิสูจน์ตัวเอง

ดังนั้น นอกเหนือไปจากการจัดการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยยังต้องทำหน้าที่รองรับด้วยการสร้างกลไกและสภาพแวดล้อมที่จะนำไปสู่การมีสุขภาวะดี หรือ Well-being ป้องกันและสมานแผลใจ ลดทอนความเจ็บปวดของวัยรุ่น

มิดเทอม-ไฟนัล ทำ 1 ใน 3 เครียด-ซึมเศร้า

มหา’ลัย ต้องทำงานเชิงรุก ดูแลสุขภาพใจ-กาย

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เก็บสถิติและติดตามสถานการณ์นักศึกษาอย่างใกล้ชิด นำมาสู่ความเข้าใจและการพยากรณ์พฤติกรรม โดยพบว่า ในช่วงการสอบมิดเทอมและไฟนัล ราว 1 ใน 3 ของนักศึกษาทั้งหมด จะมีภาวะเครียดและเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และยังพบอีกว่า ‘นักศึกษาชั้นปีที่ 1’ เป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด นำไปสู่การจัดตั้ง ‘Thammasat Well Being Center’ ขึ้นมาดูแลทั้งสุขภาพกายใจของนักศึกษาและบุคลากร โดยทำงานเชิงรุก เชื่อมต่อบริการผ่านแอพพลิเคชั่น ‘TU Future Wellness’ ที่ฝังอยู่ภายใน Super Application ที่ชื่อว่า TU GREATS ซึ่งรวบรวมทุกบริการของมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกคนมี พร้อมกันนี้ยังจะมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลในลักษณะ Health Profile เพื่อให้เห็นภาพรวมของสุขภาวะคนในประชาคมธรรมศาสตร์

ผศ.บุรชัย อัศวทวีบุญ

ผศ.บุรชัย อัศวทวีบุญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา อธิบายว่า Thammasat Well Being Center คือศูนย์กลางการให้บริการทุกมิติสุขภาพ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1.ดูแลสุขภาพกาย มีการจัดพยาบาลประจำศูนย์ รวมทั้งมีแพทย์เข้ามาสนับสนุนการให้บริการเป็นรายกรณี พร้อมกับจัดบริการ Virtual Clinic ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถเข้ามาพบแพทย์ออนไลน์ทางไกลได้ ครอบคลุมทั้งนักศึกษาและบุคลากรทั้งท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์ลำปาง และศูนย์พัทยา

2.ดูแลสุขภาพใจ เริ่มจากการประเมินคัดกรองด้านสุขภาพจิตผ่านทางแอพพลิเคชั่น TU Future Wellness ตลอดจนการมีนักจิตวิทยาประจำศูนย์ นักศึกษาสามารถนัดหมายได้ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ส่วนในช่วงนอกเวลาจะมีทีม outsource คอยให้บริการรับสายผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะเป็นเครือข่ายจากศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ และในกรณีเร่งด่วนจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือทันที

“เราพยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้อย่างง่ายที่สุด เช่น คุณลองเปิดโทรศัพท์ประเมินดูหน่อย อย่างน้อยก็เกิด Self-Awareness ที่ทำให้คุณรู้เท่าทันตัวคุณเอง และเมื่อใดที่คุณต้องการความช่วยเหลือ ก็อยากให้รู้ว่ามหาวิทยาลัยมีพื้นที่ตรงนี้เปิดไว้ สิ่งที่อยากบอกคือ ไม่ต้องกลัว การปรึกษาด้านจิตวิทยาไม่ได้แปลว่าเราบ้า เราแค่มาดูแลตัวเอง เพราะว่าอาจมีอะไรบางอย่างที่เราจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญช่วยได้” ผศ.บุรชัยกล่าว

เนรมิต ‘ศูนย์สหกิจศึกษาฯ’

เพราะโลกต้องการมากกว่า ‘ความรู้ในห้องเรียน’

นอกเหนือจาก Thammasat Well Being Center ที่เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 Good health and Well-being หรือ สุขภาพดี-สุขภาวะดี แล้ว ธรรมศาสตร์ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ ว่าที่อธิการบดีคนใหม่ รักษาการแทนอธิการบดี ยังได้จัดระบบดูแลนักศึกษาที่ตอบเป้าหมายที่ 8 Decent Work and Economic Growth หรือการส่งเสริมการมีงานที่ดีที่เหมาะสำหรับทุกคน เพราะโลกแห่งการทำงานต้องการทักษะที่มากกว่าความรู้ในห้องเรียน จึงมีการจัดตั้ง ‘ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ หรือ TUCEEC ขึ้นมาเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพในการทำงานจริงให้แก่นักศึกษา ตลอดจนพัฒนาทักษะใหม่ให้แก่ศิษย์เก่า

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ มองว่า การดูแลคุณภาพชีวิตและการสร้างสุขภาวะดีให้นักศึกษา ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความปลอดภัย ตลอดจนสวัสดิภาพในชีวิต ถือเป็นวาระสำคัญของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้ใช้เวลาตลอด 4 ปี ในการเรียนรู้ ค้นหาตัวเอง และโอกาสให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ โดยมีมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนอยู่ข้างหลัง

ขณะเดียวกัน ในสังคมโลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก การศึกษาเรียนรู้จำเป็นต้องมีความรอบด้าน ทั้งวิชาการและประสบการณ์

“นับจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะทั้ง Hard skill และ Soft skill ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการและการทำงานในอนาคต ไม่ว่านักศึกษาจะผันตัวเองเข้าสู่การทำงานในรูปแบบองค์กร หรือการทำงานส่วนตัว ตลอดจนการเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการ” ว่าที่อธิการธรรมศาสตร์เผย

จับคู่ผู้ประกอบการ ประสานตรงเป้าสมรรถนะ

หนุนศิษย์เก่าพัฒนา ‘ทักษะใหม่’

ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี

ด้าน ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและนิติการ อธิบายว่า TUCEEC จะทำหน้าที่เชื่อมโยงนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ากับโลกของการทำงาน อาทิ การจัดอบรมพัฒนาทักษะ ตั้งแต่บุคลิกภาพ การสัมภาษณ์งาน การต่อรอง การรับมือกับปัญหาในที่ทำงาน การประสานเพื่อให้เกิดการฝึกงาน สหกิจศึกษา ตลอดจนการจัดหางาน การแนะนำตำแหน่งงาน ที่ตรงตามสมรรถนะและความต้องการของทั้งสถานประกอบการและนักศึกษา รวมถึงการสนับสนุนให้ศิษย์เก่าเข้ามาพัฒนาทักษะใหม่ๆ

ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์

ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า จากนโยบายของ    ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ที่ต้องการสนับสนุนให้นักศึกษาจบไปแล้วมีงานทำ 100% จึงได้มีการจัดตั้ง TUCEEC เพื่อเชื่อมโยงธรรมศาสตร์กับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งจะดูแลเรื่อง Job Matching, Up-Skills Re-Skills และที่สำคัญคือมีการจัดทำ ‘ศูนย์กลางข้อมูล’ ผ่านแอพพลิเคชั่น ที่จะบรรจุข้อมูลของนักศึกษา-ความถนัด ฯลฯ ในลักษณะ portfolio ให้ผู้ประกอบการได้พิจารณา ขณะเดียวกันก็มีการบรรจุข้อมูลของบริษัทต่างๆ ที่เปิดรับสมัครงาน รับสหกิจศึกษา ตลอดจนความต้องการอื่นๆ ให้นักศึกษาได้พิจารณาด้วย

“ในอนาคต ตรงนี้จะถูกพัฒนาเป็น Big Data ที่ช่วยสนับสนุนทั้งบัณฑิตและผู้ใช้บัณฑิต รวมถึงศิษย์เก่า โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้รับรอง คือใครอยากได้บัณฑิตธรรมศาสตร์ไปทำงาน ก็เข้ามาในนี้ได้เลย” ผศ.ดร.รัชฎาอธิบาย

นับเป็นโครงการดีๆ ที่จะช่วยให้นักศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นในโลกใหม่ที่ท้าทายในทุกวินาที