‘ข้างสำรับอุษาคเนย์’ ปรุงรส แซ่บลึก อ่านนัวทุกตัวอักษร

2.10.24 | 11:28 น.

มาแล้วเมนูแซ่บนัวเล่มใหม่ในเครือมติชน ผลงาน องค์ บรรจุน ผู้เชี่ยวชาญด้านมอญศึกษา อีกทั้งวัฒนธรรมอุษาคเนย์ที่ล่าสุดสะบัดผ้าปูโต๊ะ จัดจานชามชุดใหญ่ไว้ต้อนรับผู้อ่านด้วยผลงาน ข้างสำรับอุษาคเนย์

พาสำรวจเส้นทางวัฒนธรรมอาหารทั่วภูมิภาคอุษาคเนย์ พร้อมภาพประกอบสี่สี อัดแน่นใน 13 บท รวม 384 หน้า

ชวนให้ร่วมลิ้มรสชาติแห่งตำนานประวัติศาสตร์อาหารของแต่ละประเทศ ในภูมิภาคอุษาคเนย์ ซึ่งมีปัจจัยทางด้านชาติพันธุ์ การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างสังคม หรือประเทศ และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการหลอมรวมให้อาหารภายในภูมิภาคแห่งนี้มีอัตลักษณ์ที่หลากหลาย แต่ขณะเดียวกันก็ฉายให้เห็นถึงรากเหง้าของวัตถุดิบ และความคล้ายคลึงของอาหารแต่ละชนิดที่อยู่ร่วมกันภายในภูมิภาคอุษาคเนย์

สะกิดให้ตั้งคำถามเล็กๆ แต่น่ารู้ ว่า ทำไมซุปอยุธยาถึงมีต้นกำเนิดในเมืองพม่า 

เพราะอะไรอาหารต้องเน่าก่อนแล้วอร่อยขึ้น 

Advertisement

เหตุใดขนมฆ่าผัวถึงทำให้มีคนตาย แต่แกงฆ่าผัวกลับทำให้สุขภาพดีวันดีคืน

องค์ บรรจุน ผู้เขียน เผยไว้ตอนหนึ่งในคำนำ ว่า ทุกกิจกรรมของมนุษย์มีอาหารเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะให้ความสำคัญกับการ กินเพื่ออยู่หรืออยู่เพื่อกินจริงจังเพียงใดก็ตาม การกิน หรือการ

นำอาหารเข้าสู่ร่างกายผ่านอายตนะ ทั้ง 6 อัน ได้แก่ การได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้สัมผัส ได้ชิม และได้อิ่มใจ นอกจากเจ้าของวัฒนธรรมอาหารจะสามารถธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของตน ผ่านการผลิตซ้ำเรื่องเรื่องเล่าในฐานะเครื่องมือ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (food tourism) แล้ว นักเดินทางก็ยังได้อรรถรสการกิน บันทึกเป็นภาพทรงจำ และถ่ายทอดเรื่องเล่าข้างสำรับที่เชื่อมโยงกับโลกในรูปแบบของตนเอง

การเดินทางย่อมทำให้บุคคลรู้จักตัวเองยิ่งขึ้น เพราะการอยู่กับตัวเองลำพังนั้น มนุษย์มักจะได้ยินเพียงเสียงและความต้องการภายในของตัว แต่ไม่มีเครื่องมือช่วยมองว่าแท้จริงแล้วเราขาดพร่องสิ่งใด หรือแท้ที่จริงแล้วเราเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโลกในแง่มุมใด สัดส่วนตัวตนของเราเมื่อเทียบกับโลกกว้างใหญ่ใบนี้มีปริมาณมากน้อยเพียงใด เนื่องจากการเดินทางมักมอบของขวัญล้ำค่าให้แก่มนุษย์อยู่เสมอ สิ่งนั้นๆ คือ ความรู้ และความรู้จะทำให้มนุษย์สามารถเจรจาคำเขื่องได้โดยง่าย เป็นต้นว่า ไทยกินเผ็ดที่สุดในโลก อาหารไทยอร่อยที่สุดในโลก ไทยในน้ำมีปลาในนามีข้าวอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก ไทยโชคดีที่สุดในโลก ไทยเป็นศูนย์กลางครัวโลก มีอาหารกินตลอดเวลาไม่ต้องกลัวอดตาย รวมทั้งวาทกรรมอาหารไทยแท้ดั้งเดิม

นักเดินทางที่ยังไม่พร้อมเผชิญกับโลกทั้งใบ หรือนักเดินทางที่ผ่านการเผชิญกับโลกมาแล้วเกือบทั้งใบ หากยังขาดแต่พื้นที่ใกล้บ้านอย่างอุษาคเนย์ด้วยเข้าใจว่ารู้จักคุ้นเคยดีอยู่แล้ว ผู้เขียนอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมามอบโอกาสแก่ตนเอง ด้วยการร่วมเดินทางสัมผัสกับดินแดนอุษาคเนย์ เพื่อรู้จักอุษาคเนย์แบบที่เป็น ซึ่งย่อมแตกต่างไปจากอุษาคเนย์แบบที่ท่านคิดว่ารู้จัก หรืออยากให้เป็น

กล่าวย้อนกลับไปที่จุดกำเนิด อาหารของชาวอุษาคเนย์เริ่มต้นจากการเสาะหาอาหารในชีวิตประจำวันผ่านการทดลองวัตถุดิบ และวิธีการปรุงสนองตอบความต้องการแปลกใหม่สู่การสะสมความรู้เพื่อพัฒนาแปรรูปและรสชาติเฉพาะตน อีกทั้งการแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างคนต่างกลุ่มวัฒนธรรมได้ทำให้วัฒนธรรมอาหารของแต่ละกลุ่มมีรากร่วมกันและต่างมีเรื่องเล่าข้างสำรับที่เป็นบันทึกสังคม บอกเล่าประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ข้างสำรับอุษาคเนย์ มิได้มุ่งเน้นให้เป็นตำนานอาหาร แต่ก็เพียงพอที่จะแกะรอยวิธีการปรุงไม่ยากเย็นนัก

หนังสือเล่มนี้คลี่เผยประวัติศาสตร์เรื่องเล่าวัฒนธรรมอาหารร่วมรากของอุษาคเนย์ มุ่งหวังให้เป็นสะพานเชื่อมโยงสู่วัฒนธรรมอาหารร่วมรากของโลก เพื่อเข้าใจอุษาคเนย์และเข้าใจโลกอย่างที่ควรจะเป็น แม้ครั้งหนึ่งภูมิภาคนี้เคยถูกทำให้เป็นสมรภูมิสงครามแห่งโลกเครื่องเทศ (spices war) แต่คนจำนวนหนึ่งยังคงไม่เรียนรู้และถอดบทเรียน ยังคงก่อสงครามเพื่อกอบโกยกักตุนทรัพยากรและแหล่งอาหาร เพราะเชื่อในพลังอำนาจตน โดยหลงลืมว่ามนุษย์แต่ละคนกินอาหารได้มากที่สุดเพียงแค่อิ่ม (ราว 1.1 กิโลกรัมในแต่ละมื้อ) 

ตราบเท่าที่ร่างกายยังเปิดรับอาหาร อาหารที่กินทิ้งกินขว้าง หรือวัตถุดิบที่เหลือกินตกเป็นมรดกลูกหลานอาจเน่าเสีย ถูกกลุ่มอำนาจใหม่แย่งยึดครอง ดังที่ประวัติศาสตร์โลกบอกเล่ากับเราอย่างตรงไปตรงมาเสมอว่า ไม่มีมหาอำนาจใดยั่งยืนตลอดกาล หากแต่หมุนเวียนเปลี่ยนผัน ความยั่งยืนที่จะเป็นมรดกให้ลูกหลานที่ดีที่สุดคือเรื่องเล่าจากภาพทรงจำว่าคนรุ่นหลังจะจดจำเราอย่างไร 

มาร่วมเปิดอ่านตำนานประวัติศาสตร์อาหารตลอดทั้ง 13 บท ได้แก่ 

บทนำ

ข้างสำรับลาว : ความไม่แตกต่างระหว่างสำรับชาวบ้านกับชาววัง

ข้างสำรับเวียดนาม : จากสังคมบรรพกาล ราชสำนัก อาณานิคม ถึงเมนูร่วมสมัย

ข้างสำรับกัมพูชา : คำพื้นบ้านเขมรยังเป็นราชาศัพท์ไทย นับประสาอะไรกับอาหาร

ข้างสำรับเมียนมา : อาหารพม่ามีสีสัน เพราะพม่ามีชนกลุ่มน้อยที่ยิ่งใหญ่

ข้างสำรับอินโดนีเซีย : พื้นที่รังสรรค์วัฒนธรรมอาหารฮินดู พุทธ มุสลิม และคริสต์

ข้างสำรับมาเลเซีย : การรวมกันที่แยกส่วนของอาหารเปอรานากัน ทมิฬ และภูมิบุตร

ข้างสำรับสิงคโปร์ : เมืองหลวงแห่งพหุวัฒนธรรมอาหารสากล

ข้างสำรับฟิลิปปินส์ : ตะวันออกพบตะวันตก ดินแดน 7,000 เกาะแห่งอุษาคเนย์

ข้างสำรับบรูไน : รัฐอิสลาม กฎหมายอิสลาม กับอาหารอิสลาม

ข้างสำรับติมอร์เลสเต : สากลกับท้องถิ่น และการย้อนกลับทางวัฒนธรรม

ข้างสำรับไทย : เป็นไทยที่ลำต้นกิ่งก้านใบดอกผล รากเหง้าปะปนหลากเผ่าหลายพันธุ์

บทส่งท้าย

สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน www.matichonbook.com และบูธ JO2 สำนักพิมพ์มติชน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 10-20 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 . ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7