หน้าแรก ประชาชื่น ยกเมฆ เรื่องเ...

ยกเมฆ เรื่องเล่าเคล้าวัฒนธรรมก้อนเล็กๆ จากฟากฟ้า

11.10.24 | 12:13 น.

ยกเมฆ
เรื่องเล่าเคล้าวัฒนธรรมก้อนเล็กๆ จากฟากฟ้า

เมฆก้อนเล็กๆ ที่เรามองเห็นบนฟากฟ้า

อัดแน่นด้วยความเป็นมาที่ชวนประทับใจนอกเหนือจากแง่มุมเชิงวิทยาศาสตร์

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิทยาศาสตร์ผู้หลงใหลในมวลเมฆ เรียบเรียงเรื่องราวเหล่านั้นไว้ในพ็อคเก็ตบุ๊กส์เล่มใหม่ของสำนักพิมพ์มติชน ในชื่อสุดเก๋ ‘ยกเมฆ เรื่องเล่าเคล้าวัฒนธรรมก้อนเล็กๆ จากฟากฟ้า’

ชวนให้อ่านก้อนเมฆอย่างเพลินตาใน 344 หน้า ในห้วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปยังข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศรายวัน หรือการคาดการณ์อนาคตของภูมิอากาศโลกซึ่งเป็นการใช้ ‘วิทยาศาสตร์’ มาอธิบายเมื่อกล่าวถึงปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ

Advertisement

ทว่า แท้จริงแล้ว ยังมีมิติอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย สอดคล้องกับไปวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เริ่มตั้งแต่คำว่า ‘ยกเมฆ’ ซึ่งเป็นวิชาทำนายทายทักในสมัยโบราณ ภูมิปัญญาไทยในหนังสือแสดงกิจจานุกิจว่าด้วย ‘ฝนฟ้าอากาศ’ และว่าด้วย ‘ฟ้าผ่า’ รวมถึงเกร็ดความรู้มากมาย อาทิ อริสโตเติลอธิบายปรากฏการณ์ฟ้าฝนอย่างไร? นายพลฤดูหนาว General Winter นโปเลียนแพ้ใครในรัสเซีย? ไปจนถึงคำคุ้นเคย ฝนตก ‘ห่า’ หนึ่งมากแค่ไหนกัน?

ดร.บัญชา เผยว่า เดิมทีเคยนิยามตัวเองว่า เป็นชายผู้หลงรักมวลเมฆ จึงไปตั้งชมรมในเฟซบุ๊ก ผ่านไป 14 ปี สมาชิกพุ่งรวมกว่าครึ่งล้านและยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

“ก่อนหน้านี้ เคยเขียนเรื่อง เล่มนี้มีเมฆมาก All about clouds เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เช่น รุ้งกินน้ำ อาทิตย์ทรงกลด และลูกเห็บ ในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยแทรกเรื่องวัฒนธรรมเข้าไปบ้างนิดหน่อย แต่ผมมองว่า ภาษา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ สำคัญและมีเสน่ห์ เลยอยากแยกมันออกมา แล้วเพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” ดร.บัญชาเล่าที่มาของผลงานล่าสุด ก่อนอธิบายที่มาของชื่อหนังสือสะดุดหูอย่างคำว่า ‘ยกเมฆ’

“ชื่อหนังสือ อาจทำให้หลายคนแปลกใจ ยกเมฆ ในความหมายปัจจุบัน คือ การกุเรื่องขึ้นมา แต่เมื่อ 200 ปีก่อน มันคือวิชาของคนโบราณ ที่มองท้องฟ้าและทำนายทายทักว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใครเคยดูแอนิเมชั่นเรื่องก้านกล้วย อาจจำฉากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กำลังยกทัพไปชนช้างกับสมเด็จพระมหาอุปราชา ทางฝั่งเราเห็นเมฆเป็นเศวตฉัตร แปลว่าน่าจะชนะ นั่นคือวิชายกเมฆ

อีกฝั่งหนึ่ง ไม่รู้เห็นเป็นรูปอะไร แต่คนโบราณมองว่า ฝั่งที่มองเห็นเป็นรูปโลงศพ เป็นรูปกา จะไม่ค่อยดี เป็นอัปมงคล น่าจะแพ้”

ส่วนเนื้อหาภายใน ประกบด้วยหลากหลายเรื่องราวที่บรรจุไว้ในเมฆ 5 ก้อน

ก้อนที่หนึ่ง เมฆและฝนฟ้าอากาศในเชิงวัฒนธรรม

ก้อนที่สอง ภูมิปัญญาไทยในอดีตเกี่ยวกับฝนฟ้าอากาศ

ก้อนที่สาม รากฐานแห่งความรู้ & กรณีศึกษาฝนฟ้าในอดีต

ก้อนที่สี่ เมฆฟ้ากับภาษาและวรรณกรรม

ก้อนที่ห้า พลังแห่งเมฆาบำบัด

“เมฆ ฟ้า ฝน เกี่ยวข้องกับทุกคนตั้งแต่โบราณ ทุกวัฒนธรรมไม่ว่าใครก็ตาม ได้รับผลกระทบหมด ดังนั้น เล่มนี้เหมาะกับผู้อ่านที่สนใจความรู้ทั่วไป ที่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับความเชื่อของคนเราในปัจจุบัน ที่เชื่อตามวิทยาศาสตร์ ตามกรมอุตุนิยมวิทยา หรืออ่านข่าวตามเว็บไซต์ต่างๆ ในสมัยโบราณ เขามีการตีความว่าอย่างไร และการตีความนั้นถูกต้อง หรือมีข้อเท็จจริงรองรับมากน้อยแค่ไหน

หนังสือเล่มนี้ เกี่ยวกับฟ้า ฝน เมฆ ในเชิงภาษา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และแน่นอนว่า ต้องมีวิทยาศาสตร์อยู่ด้วย เพราะผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ เนื้อหาก็จะคละเคล้ากันไป

ดังนั้น เล่มนี้ นอกจากจะมีเรื่องไทยๆ แล้ว ยังมีเรื่องของทางฝรั่ง ถอยกลับไป 2,000 ปี ตั้งแต่อริสโตเติล ว่าตอนนั้นคนโบราณเขามีความเห็นเกี่ยวกับท้องฟ้า เมฆ การเกิดฝน การเกิดพายุ อย่างไร มีสำนวนเกี่ยวกับเมฆและท้องฟ้าอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนไท เกี่ยวกับชาติวรรณนา ปรากฏว่าไปเจอเล่มหนึ่ง บอกว่า คนไทอาหมเรียกปรากฏการณ์ธรรมชาติ อย่างกบกลืนเดือน ฟังแล้วก็พอจะรู้ จันทรุปราคา อะไรอย่างนี้ แต่บางคำ อ่านแล้วขนลุกเลย เขาเก็บความหมายในเชิงธรรมชาติไว้อย่างงดงามมากๆ น่าสนใจว่าภาษาไทยกลาง ไม่มีคำนี้ หรืออาจหายไปแล้ว

จึงอยากชวนนักประวัติศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ ลองอ่านดูแล้วท่านจะพบว่า อาจมีความรู้ที่ท่านรู้ แต่ยังไม่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ หากนำแต่ละศาสตร์มาพบกัน ความรู้จะงอกเงย และงดงาม

เมื่อวิทยาศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม มาเจอกัน จะช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ

ใครได้อ่าน ก็เชื่อว่าจะมีความคิดบางอย่างต่อยอดออกไปได้อีกมากมาย วันหนึ่งเราอาจจะมาถามกันว่า วันนี้ คุณยกเมฆแล้วหรือยัง แปลว่า วันนี้คุณมองท้องฟ้าด้วยมุมมองที่เพิ่มเติมขึ้นจากเดิมนอกจากฝนตก ไม่ตก แต่เชื่อมโยงไปถึงภาษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ ด้วย” ดร.บัญชาทิ้งท้าย

พบกันในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ปักหมุด บูธ J02 สำนักพิมพ์มติชน เข้าประตู Hall 6 ติดกับบูธ B2S วันที่ 10-20 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น.

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
www.matichonbook.com
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360