
ประกาศคิกออฟตั้งแต่ 14 ตุลาคมปีที่แล้ว ในวาระ 50 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 สำหรับ ‘โครงการปรับปรุงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา’ โดยมูลนิธิ 14 ตุลา กำหนดแล้วเสร็จ 14 ตุลาคม 2568
ล่าสุด ในงานครบรอบ 51 ปี 14 ตุลา เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา
ประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา อัพเดตความคืบหน้าว่า หลังประกาศตัดริบบิ้นโปรเจ็กต์ไปเมื่อปี’66 ขณะนี้มีผู้แสดงความจำนงให้การสนับสนุนแล้ว 20 ล้านบาท จากงบที่ตั้งไว้ 50 ล้าน
แบ่งเป็น งบด้านอาคาร 25 ล้านบาท งบด้านนิทรรศการและครุภัณฑ์ 10 ล้านบาท และ Sinking Fund สำหรับการบริหาร 3 ปี 15 ล้านบาท
กดเครื่องคิดเลข ยังขาดอยู่ราว 30 ล้านบาท
หลังประกาศออกไมค์ในงานดังกล่าว ท่านประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งเดินทางไปวางพวงมาลาและกล่าวรำลึกในงาน ไม่รอช้า ควัก 1 แสน ร่วมด้วยช่วยผลักดันในทันที

23 ปีใช้คุ้ม แต่ ‘ผนัง 2 ก้อน’ (ดู) ไม่ต้อนรับผู้คน
รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว
จากปากคำ ประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมการมูลนิธิ ระบุว่า อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ 14 ตุลา 2544 ตลอด 23 ปีเต็ม ใช้ประโยชน์คุ้มค่า ไม่เคยปฏิเสธการร้องขอการใช้ห้องประชุม เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพที่ยาวนาน
แต่เนื่องจากการหารือกันพบว่า ‘ผนัง 2 ก้อน’ บดบัง ดูไม่ต้อนรับคน ผู้ที่ผ่านไปมา สงสัยว่าคืออะไร ในที่สุดจึงได้ความคิดเห็นร่วมกันว่า เราจะปรับปรุงพื้นที่นี้ให้เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพที่เป็นสาธารณะ ต้อนรับผู้คน เยาวชน นิสิต นักศึกษา ประชาชน เพื่อทำให้การใช้พื้นที่นี้เป็นไปอย่างอุดมสมบูรณ์ สมคุณค่า
การรีโนเวตที่จะมีขึ้นออกแบบโดย ‘สถาบันอาศรมศิลป์’ จากฝีไม้ลายมือและมันสมองของ ธีรพล นิยม ผู้ออกแบบสัปปายะสภาสถาน รัฐสภา

“สถาบันอาศรมศิลป์เป็นผู้ออกแบบ โดยต้อนรับการมีส่วนร่วม ฟังความไม่ต่ำกว่า 60 คน ผู้หลักผู้ใหญ่ เยาวชน หัวหน้าพรรคการเมือง
เพื่อทำให้พื้นที่ตรงนี้มีความสมบูรณ์แบบที่จะต้อนรับการมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนทุกท่านเพื่อทราบ และเพื่อที่จะออกแบบร่วมกัน
ใครมีเงิน ออกเงิน ใครมีแรง ออกแรง ใครมีความคิด ออกความคิด ทำให้พื้นที่นี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ของประชาชนทุกคน” ประสารกล่าว พร้อมเอ่ยนามอ้างอิง อานันท์ ปันยารชุน, นายแพทย์ประเวศ วะสี, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ธีรยุทธ บุญมี, สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และอีกมากมายที่ไปฟังคอมเมนต์มาแล้ว

เปิดแผนรีโนเวต 50 ล้าน สร้าง Public Space
พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สภากาแฟ
มูลนิธิ 14 ตุลา เน้นย้ำแบบขีดเส้นใต้ 2 เส้น ว่า
หลังการปรับปรุงจะกลายเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นมิตร ต้อนรับ เป็น Public space ใครจะมาใช้ประโยชน์ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษา ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน ฯลฯ
“พื้นที่ชั้นล่างและชั้นลอยจะปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นห้องสมุดเป็นคาเฟ่ สภากาแฟ ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อประชาชน
แน่นอนว่าจะต้องใช้งบประมาณ ตั้งงบไว้ประมาณ 50 ล้านบาท เนื่องจากต้องรื้อกำแพงและปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่
ณ วันนี้มีผู้บริจาคเข้ามาแล้ว 20 ล้านบาท ยังต้องการอีกราว
30 ล้านบาท ซึ่งจะต้องหากันต่อไป ใครที่คิดว่าจะร่วมกันทำให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่สาธารณะของประชาชนได้ก็ยินดี” ประสารทิ้งท้าย

5 เป้าหมาย 4 ยุทธศาสตร์ ชูวีรชน บนพื้นที่สีเขียว
โยง 14 ตุลาสู่ ‘บริบทโลก’
ครั้นเปิดแผ่นพับโครงการที่โปรโมตเชิญชวนร่วมรีโนเวต ปรากฏ ‘เป้าหมายเชิงคุณค่าในการออกแบบ’ 5 ข้อหลัก ได้แก่
1.เป็นพื้นที่จุดหมายปลายทางที่สัมพันธ์กับบริบทของประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนิน (Destination For All)
2.เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเชิดชูเหล่าวีรชนผู้ร่วมต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยในเหตุการณ์ 14 ตุลา (Sacred Memorial Place For All)
3.เป็นพื้นที่พักพิงกาย พักพิงใจของผู้คน (Park & Memorial place For All)
4.เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของเมือง (Urban Garden For All)
5.เป็นพื้นที่การเรียนรู้เพื่อสร้างคน สร้างเมือง (Inspiring & Learning Place For All)
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายข้างต้นมี ‘ยุทธศาสตร์ในการออกแบบ’ 3 ข้อ ได้แก่

1.รักษาและส่งเสริมความเป็นอนุสรณ์สถานของพื้นที่ที่เดิมอย่างชัดเจน
ปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นลานอนุสรณ์สถาน พื้นที่สาธารณะที่ร่มรื่น เปิดมุมมองให้สถูปและลานอนุสรณ์สถานปรากฏตัวต่อเนื่องอย่างโดดเด่นชัดเจน
แก้ปัญหาพื้นที่เดิมที่มีลักษณะเป็นหลุมให้สามารถรองรับผู้คนที่มาร่วมกิจกรรมรำลึกได้อย่างเหมาะสม และรองรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นพื้นที่พักผ่อนของเมือง
อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อความหมายและจัดแสดงเพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในภาพรวมของพิพิธภัณฑ์
2.กำหนดพื้นที่กิจกรรมให้เพียงพออย่างเป็นสัดส่วน เชื่อมโยงอนุสรณ์สถาน และพื้นที่หอประชุมด้านหลังให้เป็นเนื้อเดียวกัน
กำหนดให้พื้นที่ชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่สำหรับพิพิธภัณฑ์ และพื้นที่พบปะพูดคุยและสนทนา (Library & Cultural Cafe) เพื่อแบ่งสัดส่วนของพื้นที่กิจกรรมการใช้งานที่อาจจะมีความวุ่นวายให้แยกออกจากพื้นที่ลานอนุสรณ์สถานที่มีความสงบเพื่อการรำลึก
ออกแบบพื้นที่ร้านกาแฟให้ยืดหยุ่น รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการเป็นร้าน–สกากาแฟ ห้องสมุดเสรีภาพ
รวมถึงกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดพูดคุยงานเสวนาวงเล็กๆ หรือการทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องรับรองส่วนขยาย (Annex) ของ
ห้องประชุมเดิมด้านหลังของมูลนิธิ จะมีการปรับปรุงให้มีสภาพที่ดีและรองรับการใช้งานประชุมและเสวนาได้อย่างเหมาะสมไปด้วยกับกับการปรับปรุงอนุสรณ์สถานในครั้งนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกัน

3.เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นทั่วทั้งโครงการ
โดยการปลูกต้นไม้บริเวณลานอนุสรณ์สถานและรอบโครงการให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ร่มรื่น รวมถึงออกแบบให้มี Sunken Court พื้นที่สีเขียวบริเวณด้านหลังสถูปที่ชั้นใต้ดิน เพื่อสร้างความเชื่อมต่อทางสายตา
ระหว่างพื้นที่ลานอนุสรณ์สถานและพื้นที่กิจกรรมที่ชั้นใต้ดิน เอื้อให้เกิดการนำแสงธรรมชาติ และบรรยากาศที่รื่นรมย์ของสวนในอาคารทุกชั้น เพื่อสร้างมุมมองและบรรยากาศที่สบาย ไม่อึดอัด ส่งเสริมการปรากฏตัวที่สง่างามของสถูป
4.สื่อสารเรื่องราว 14 ตุลา ให้เชื่อมโยงกับบริบทของโลก ทั้งทางประวัติศาสตร์และเชื่อมโยงมาจนปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักในคุณค่าให้ผู้คนสื่อสารเรื่องราว 14 ตุลา ด้วยข้อมูลที่ลึกซึ้ง ครอบคลุม เชื่อมโยงกับบริบทของโลกและสังคม ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการสื่อสารที่เข้าใจง่าย กระตุ้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่าอย่างสมสมัย น่าสนใจ
จากวันนี้ นับถอยหลัง 1 ปี สู่ 14 ตุลาคม 2568 ในวาระครบรอบ 52 ปีโศกนาฏกรรมการเมืองไทย รอยลโฉมใหม่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ว่าจะไปถึงเป้าหมายตามมุ่งหวังหรือไม่?
สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา
ชื่อบัญชี : มูลนิธิ 14 ตุลาเพื่อโครงการปรับปรุง
เลขที่บัญชี : ธนาคารทหารไทยธนชาต 092-2-31516-3
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร
