ลองนึกภาพเล่นๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?

หากอีกไม่นาน ‘นางไพร’ แบรนด์สมุนไพรจากฝีมือหญิงแกร่งแห่งภาคใต้ ได้รับการคอนเฟิร์มมาตรฐาน
คงเปิดการมองเห็น โปรโมตได้สุดทาง จนกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
‘เขานาใน’ น่าจะกลายเป็นอีกพิกัดสุดฮิตของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มาเยือนสมุยแล้วต้องขอแวะ เพราะมีจุดนวดไทยแผนโบราณในตำนานที่ทำถึง สืบทอดมรดกทางภูมิปัญญารุ่นสู่รุ่น แถมโลเกชั่นไม่ไกลจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เหมาะอย่างยิ่งแก่การแวะคลายเส้นผ่อนความตึงหลัง ก่อนขับมุ่งตรงลงไปชิลต่อที่กระบี่-พังงา

นี่คือ ‘ธุรกิจชุมชนต้นแบบ’ ของแทร่ ที่เตรียมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอีกไม่ช้า
หลังสตรีที่มีนามว่า หนูเรียง จีนจูด ลุกขึ้นมาหาทำ พลิกหนี้สินของคนในหมู่บ้าน เพิ่มรายได้เป็นกอบเป็นกำด้วย ‘ขมิ้นชัน’ GI ในท้องถิ่น ที่กำเนิดขึ้นได้จากดินที่นี่เท่านั้น
“คนถูกใจใช้ดี แต่พอดูฉลาก ไม่มี อย. ไปขายที่ห้างในกรุงเทพฯ ต้องตั้งหลังร้าน ถ้าได้มาตรฐานเรามีเชลฟ์รอรับแล้ว ทั้งคูโบต้า ปั๊ม ปตท.และ ธ.ก.ส.”
แม่หนูเรียงเล่าเป้าหมาย หวังส่งออกพันธุ์พืชมหัศจรรย์มากสรรพคุณทางยา ไปเฉิดฉายเติบโตในตลาดนอก ด้วยพลังหญิงแกร่ง (Womenomics) แห่งเขานาใน
พลังหญิงปั้น‘ธุรกิจชุมชน’
ดึงลูกหลานกลับบ้าน
แม่หนูเรียงนั่งเปิดใจใต้เงาต้นปาล์ม เท้าความถึงจุดพลิกผัน
ย้อนกลับไป 25 ปีให้หลัง ก่อนรับบท ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-เขานาใน แห่งที่ 6 ในวันนี้
“บอกเลยว่าลำบากมาก คนในชุมชนขายเศษยางได้ 7 บาท ปาล์มราคาตก ก็โค่นยางไปปลูกกาแฟกัน แต่มันต้องถอนวัชพืชเยอะ”

เพราะต้องใช้มือปลูก ค่าแรงสูง ไม่ได้คุณภาพ รายได้ขึ้นๆ ลงๆ ผลผลิตตกต่ำสวนทางกับต้นทุน สารพัดปัญหาแต่สะกดคำว่าท้อไม่เป็น เริ่มมองเห็นของดีในบ้าน เกิดการรวมพลังสตรีใน ต.ต้นยวน อ.พนม ตั้งเป็น ‘กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร’ ในปี 2542
“ไม่รู้ว่าจะดันพืชตัวไหน ก็นึกถึงคุณตา รักษาคนดีมาก อบสมุนไพรแบบใช้เสื่อม้วนนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ ต้มหม้อยาไว้ข้างล่าง เลยไปขอพันธุ์สมุนไพรจากคุณลุงประสิทธิ์ ที่เขาดองกิน เอาไปปลูกบนอุทยานธรรมเขานาในหลวง ใครมีขมิ้น หัวไพล สมุนไพรอะไร ก็ต่างคนต่างเอาไปปลูก”
บวกกับในปี 2544 แม่ยายของคุณลุงบุญมาเป็นอัมพฤกษ์ แม้มีฐานะแต่เลือกที่จะขอสมุนไพรไปทำลูกประคบ ทำให้เกิดความสงสัยในสรรพคุณ
“พอตามไปดู 1 สัปดาห์แม่ยายลุกขึ้นนั่งได้ ก็เลยเสนอปลูกพืชสมุนไพรแซมในร่องยาง ทำลูกประคบ ทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะนำการผสมสูตรและการห่อ ปี 2548 เริ่มมี ส.ป.ก.เข้ามาจัดสรรที่ดิน ได้จดเป็นวิสาหกิจชุมชน สมาชิก 33 (ปัจจุบัน 35) คนกู้เงินคนละ 20,000 ปลูกจนกลายเป็นแปลงใหญ่ 500 ไร่ ทาง ม.วลัยลักษณ์ เอาขมิ้นไปวิจัยหาทางช่วยแปรรูปเป็นครีมอาบน้ำ โลชั่น แชมพู ฯลฯ” แม่หนูเรียงไล่เรียงไทม์ไลน์
แม้จะมีสารพัดหน่วยงานเข้ามาซัพพอร์ตให้ตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ แต่ยังเดินไม่สุด สะดุดข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์และต้นทุน
กระทั่งเริ่มรู้จักกับคูโบต้า นับแต่ปี 2556 คอยส่งทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการปลูก เข้ามาช่วยหาทางออก เสริมเครื่องทุ่นแรง ‘ทำแปลงต้นแบบ’ ก่อน 1 ไร่ จนชาวบ้านเห็นผล ไม่หยุดมองหาลู่ทาง เพิ่มการเทรนนิ่งให้แม่ๆ ขายออนไลน์เป็น

“โชคดีที่คูโบต้าเข้ามาซัพพอร์ตเรื่องเครื่องจักร สมาชิกก็ภูมิใจที่ปลูกขมิ้นได้มูลค่ามากขึ้น เราไถพรวนได้เลย ขมิ้นแตกหน่อง่ายขึ้น จาก 600 กก./ไร่ เพิ่มเป็น 1,000-1,273 กก./ไร่ ใน 1 ปี ได้กำไรเฉลี่ย 200 บาท/กก. แบบแห้งขายได้ 300-350 บาท/กก. แบบบด 500 บาท”
อีกทั้งการปลูกขมิ้นแซมยางพารา ยังส่งเสริมกัน ใบขมิ้นยังเป็นปุ๋ยให้ต้นยางไปในตัว ที่สำคัญยัง ‘ออร์แกนิค’ เลิกพ่นยา แถมใช้ได้ทุกส่วนไม่มีเหลือทิ้ง เศษขมิ้นก็ขายได้ใช้ผสมทำอาหารสัตว์ วัวทานแล้วถ่ายดีท้องไม่อืด
การที่แม่ๆ ได้รู้ว่าเมื่อต้นปาล์มสูง ดินจะแน่นและรากแผ่ขยายใหญ่ ปลูกขมิ้นไม่ค่อยขึ้น แก้ได้ด้วยการใช้รถแทรกเตอร์ ช่วยสลายรากบางส่วนให้กลายเป็นปุ๋ย นับเป็นการปลูกความรู้ใหม่ พลิกวิธีการเดิม เพิ่มรายได้ในระหว่างที่ปาล์มไม่ออกลูก ลดต้นทุน 38% เพิ่มกำไรถึง 36%
มี รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, รพ.ท่าฉาง และสถานพยาบาลอีกนับไม่ถ้วนที่รอรับไปทำยา สมกับคำเคลม ‘ขมิ้นที่ดีที่สุดในไทย’ วัดจากค่าสารเคอร์คิวมิน (Curcumin) ที่ท็อปสุดในประเทศ ถึง 10% จากค่าเฉลี่ย 3% เพราะปลูกบนดินแดงร่วนซุยอยู่ติดกับเนินเขา อุดมไปด้วยธาตุอาหาร เป็นขมิ้น GI ได้รับรอบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในโซน อ.พนม อ.ตาขุน และ อ.คีรีรัฐ จึงต่อยอดความยูนีคนี้ ตั้งเป็น ‘ธนาคารขมิ้น 6 สายพันธุ์’ ขมิ้นชัน,แดงสยาม, ดำ, ขาว, ด้วง และขมิ้นอ้อย
แม่หนูเรียงบอกเลยว่า จากเมื่อก่อนออเดอร์มีเป็นตันๆ แต่แรงงานทำไม่ทัน บวกกับสภาพอากาศที่ฝนแปดแดดสี่ เน่าลงในดินเสียหายเกินครึ่ง เมื่อมีรถทุ่นแรง มีโรงเรือนแปรรูป มีเครื่องหั่น ฝาน ล้าง กวน และบรรจุภัณฑ์ชีวิตก็ง่ายขึ้น มั่นใจในมาตรฐาน และมองเห็นลู่ทางชวนลูกหลานกลับบ้านเกิด
“แม่พูดภาษาฝรั่งไม่เป็นก็จับนวดเลย พอนวดเสร็จเขาชอบ แต่ถามราคาพูดไม่ถูก ก็เลยส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาช่วย” แม่หนูเรียงเล่าด้วยรอยยิ้ม
เพื่อนหาทำ ‘แบรนด์นางไพร’
ขมิ้นชันอันดับ 1 ในไทย
เป็นเพราะความกระหายเรียนรู้ของเหล่าแม่ๆ เสริมด้วยลมใต้ปีกที่ดี ทำให้มีแรงบินได้ไกล
ลองผิดลองถูก พัฒนาวิธีการเพาะปลูกเพื่อผลผลิตที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำ ผูกความร่วมมือในชุมชนจนสร้างแบรนด์ ‘นางไพร’ ได้สำเร็จ จากลูกประคบ ก็เพิ่มกลุ่มเครื่องแกง เครื่องสำอาง ไปจนถึงสูตรยาดองเมียเด็ก
คอนเฟิร์มว่าถุงเดียวรู้เรื่อง! พรรณีมณฑ์ สีกาหลง Social Development Manager รีวิวผลลัพธ์หลังมีปัญหาหลังคลอดบุตร ประจำเดือนไม่มา เพียงจิบเดียวก็พรั่งพรู ชนิดที่หมอยังอึ้ง
มองการที่แม่ๆ ทุ่มเทมาเกือบ 30 ปีแต่ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะการขอเลข อย.ต้องผ่านหลายด่าน ทั้งขึ้นทะเบียนยา อาคาร-กระบวนการผลิต จึงเข้ามาช่วยเดินเรื่องทุกขั้นตอน อยู่ระหว่างรอตรวจสอบตามมาตรฐาน GMP หากผ่าน ก็พร้อมลุยต่อทันที
ด้าน ศุภชัย หอมพันนา Sustainable Solutions Promotion ตั้งใจเข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต แต่ยังคงอิงภูมิปัญญาการทำเกษตรในพื้นที่ จึงใช้วิธีค่อยๆ ปรับ
ปัญหาแรกที่เจอคือ ดินเป็นกรด ให้ปุ๋ยไปแล้วพืชดันไม่มีความอยากกินอาหาร ต้องใส่ปูนข้าวปรับสภาพดินให้ดูดแร่ธาตุได้เต็มที่ผลลัพธ์คือได้หัวขมิ้นเบิ้มๆ

“ด้วยสภาพที่เหมาะสม ดิน น้ำ อากาศ ถ้าปลูกตรงฤดูปลูก (พ.ค.) แล้วมีน้ำเข้ามาซัพพอร์ตเรื่อยๆ จะได้หัวใหญ่ฟอร์มสวย ถ้า ก.ค.ฝนตกชุก หัวขมิ้นเน่าง่าย” ศุภชัยชี้ให้เห็นว่าผลผลิตจะได้มากน้อยยังขึ้นอยู่กับช่วงที่ปลูกด้วย
“เริ่มจากไถบุกเบิก ไถพรวน และหยอดหัวแง่งได้ทันที ข้ามขั้นตอนโรตารี่ ลดต้นทุนได้อีกขั้น บำรุงรักษาโดยบินโดรนฉีดพ่นสารชีวพันธุ์ กำจัดหนอนเชื้อรา เศษขมิ้นที่เหลือก็เอาไปทำน้ำหมักใช้ฉีดในแปลงต่อ ส่วนการเก็บเกี่ยว ใช้เครื่อง ลดอัตราการสูญเสียเหลือเพียง 10% จากเดิมขุดแล้วหัวโดนตัด เสียถึง 50:50”
นอกจากให้เทคนิคการปลูก ยังไกด์แนวทางบริหารโดยสมาชิกกลุ่ม สร้างระบบบุ๊กกิ้งให้จองคิวใช้เครื่องจักร โดยหัก % ปันผลให้คนในกลุ่ม พร้อมส่งทีมงานเข้ามาดูแลแบบเพื่อนคู่คิด คอยเก็บสถิติแปลงทดสอบ ไม่ต่างจากวิจัยและพัฒนาไปในตัว
ส่วนสินค้า ก็มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ‘เกษตรอินโน’ ขายผ่านออนไลน์ภายใต้ชื่อแบรนด์เกษตรสุข รวมถึงอบรมการทำตลาด ให้ติ๊กต็อกเกอร์มาสอนแม่ๆ ไลฟ์ขาย อยู่ได้แบบสบายๆ เมื่อบริหารจัดการเป็น
กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เห็นความเป็นไปได้ มีอินสไปเรชั่นในการกลับมาสานต่ออาชีพที่บ้านเกิด
ปลูกแรงบันดาลใจ
เมืองสมุนไพรเพื่อการท่องเที่ยว’
สอดรับกับแผนพัฒนาจังหวัด ที่ขับเน้นด้านเกษตรกรรมและท่องเที่ยว
ด้วยพื้นฐานประชากรกว่า 7 แสนคน เป็นเกษตรกรไปแล้วกว่า 70%
บันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ฯ มองว่า เดินมาถูกทาง เห็นศักยภาพในการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ เตรียมดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้สุด ด้วยภูมิศาสตร์พื้นที่กว่า 8 ล้านไร่ มากมายไปด้วยป่าเขา สมเป็นเมืองแห่งสิ่งแวดล้อม ทางจังหวัดจึงพร้อมพิชิตเป้าหมายใหม่ ‘เมืองสมุนไพรเพื่อการท่องเที่ยว’
“ทางจังหวัดให้คำมั่นว่าจะร่วมกับทาง กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในเรื่องที่ดินต่างๆ และสาธารณสุข จะอนุรักษ์ให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเป็นมิตร 6-7 ด้านตามเป้าหมาย BCG เราพร้อมที่จะเดินต่อ” รองผู้ว่าฯเผยความตั้งใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เห็นด้วยอย่างยิ่ง ตอกย้ำอีกเสียงว่าชุมชนนี้มี ‘ต้นทุนที่ดี’ และเห็นถึงความตั้งใจจนอยากช่วยดัน
เพราะมอง ‘ภาคการเกษตร’ ถือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนประเทศ ประจวบเหมาะกับการเจอพืชที่สอดรับกับแนวท่องเที่ยวในภาคใต้ จึงเห็นความเป็นไปได้ในการบุกเบิก สร้างศูนย์แห่งที่ 6 แห่งแรกในภาคใต้
“สมุนไพร เป็นแนวที่เรามองเห็นว่าจะพืชสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าระดับประเทศ มาเที่ยวสุราษฎร์ธานี ถ้าถามต่างชาติว่าอยากไปที่ไหน ‘สมุย’ มาเป็นอันดับแรกๆ เสมอ ภาพด้านการท่องเที่ยวมันชัดเจนมาก ก็เลยมองเห็นภูมิปัญญาต่างๆ ที่ชุมชนมี สมุนไพรเป็นตัวนำอยู่แล้ว ยังมีเรื่องของการนวดที่ไทยเราดังอีก เราอยากมาเดินจูงมือไปกับเกษตรกร ให้ภาพตรงนี้ที่ชัดเจน เกิดขึ้นได้จริง” กัปตันคูโบต้าเห็นช่องทางดันท่องเที่ยวไทย กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดด้วยสมุนไพร
นอกจากจะเล็งเปิดศูนย์แห่งใหม่ด้าน ‘ข้าว’ ที่ จ.ชัยนาท ยังมองหาโอกาสผสมผสานการเพาะปลูก เพื่อเพิ่มรายได้ตลอดทั้งปี และส่องตลาด ‘ดอกไม้’
“ดาวเรือง มีความต้องการใช้เยอะมาก ยิ่งฤดูที่สายมูมาแรง ปากคลองตลาดวันวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 3 ล้านดอกต่อวัน ไม่แน่ถ้าเจอพื้นที่ที่มีศักยภาพ อาจจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำมูลค่าได้สูงเช่นกัน”
ขณะที่ จูนจิ โอตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เน้นย้ำเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม จึงมุ่งเน้นไปที่เกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้พึ่งพาตัวเองได้ เกิดความรักและภูมิใจในอาชีพ
จึงยึด 3 แกนหลักในการเข้ามาพัฒนาทั้ง 1.ด้านการปลูกด้วยวิธีเกษตรครบวงจร Kubota (Agri) Solutions หรือ KAS 2.ส่งเสริมการตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมถึง 3.พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เข้มแข็ง
“ผมเชื่อว่าศูนย์แห่งนี้ จะเป็นศูนย์กลางสร้างพลังความร่วมมือ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ชุมชนและเศรษฐกิจของจังหวัด เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเกษตรกรไทย ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่”
หัวเรือแห่งคูโบต้า ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยืนเคียงข้างเกษตรกรต่อไป แทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นความสำเร็จ ของแหล่งปลูกขมิ้นที่ดีที่สุดบนผืนแผ่นดินไทย จากพลังเกษตรกรตัวแม่
อธิษฐาน จันทร์กลม

