ทุนวัฒนธรรมทำ ‘มงลง’ อพท.ส่ง ‘4 แลนด์มาร์ก’
คว้าท็อป 100 หมุดหมายสายกรีน แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก
เข้าสู่ปลายปี 2567 ยังมีเรื่องราวดีๆ ให้ใจฟู
เพราะล่าสุด Green Destinations ได้ประกาศรายชื่อ Green Destinations Top 100 Stories ประจำปี 2024
โดยมี 4 แหล่งท่องเที่ยวที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อพท.’ เข้ามาร่วมพัฒนา เฟ้นหาศักยภาพชุมชน ผลักดันตามแนวทาง เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC)
กระทั่งได้รับการประกาศให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ในวันนี้
‘เวียงภูเพียงแช่แห้ง จ.น่าน, เมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี, เมืองเก่าสงขลา จ.สงขลา และ เชียงคาน จ.เลย’ คือรายนามของโลเกชั่นทั้งเหนือ กลาง ใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน แลนด์มาร์กท่องเที่ยวสายกรีน แห่งเมืองไทย

“ถือว่าเป็นปีที่ได้รับการประกาศมากที่สุด นับตั้งแต่มีการส่งแหล่งท่องเที่ยวเข้าร่วมการคัดเลือกดังกล่าว”
หลังทราบข่าวดี นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท.เผยความรู้สึก
ภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ ของ อพท. ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ประจำปี 2024 มากถึง 4 แห่งด้วยกัน
สำหรับแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน (Good Practice Story : GPS) ของแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการประกาศรายชื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ประจำปี 2024 ไล่เรียงตามจังหวัด ดังนี้
‘น่าน’ ปั้นประเพณี สู่เฟสติวัล ที่มีพาวเวอร์
เวียงภูเพียงแช่แห้ง จ.น่าน นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีในประเภท Culture & Tradition ประเด็น กลไกการยกระดับงานประเพณีท้องถิ่นเทศกาลหกเป็ง สู่เทศกาลที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

ด้วย ประเพณีหกเป็ง นมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง มีความขลังและทรงพลังอย่างยิ่ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ภายในพระอารามหลวง ของวัดพระธาตุแช่แห้ง อ.ภูเพียง
ซึ่งทาง อพท.ตั้งเป้าหมาย ยกระดับและขับเคลื่อนประเพณีของจังหวัด ให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (soft power) เป็นงานเทศกาลประเพณีระดับชาติและนานาชาติ และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดจากทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนในการสาธิตภูมิปัญญา
เพราะมีทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านศาสนา การแสดงพระธรรมเทศนาเวสสันดรชาดกระดับนานาชาติ การแสดงธรรมแบบพื้นเมืองภาคพายัพ พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง (สวดมนต์ตั๋น) และส่งเสริมงานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ให้เกิดการสืบสานอย่างยั่งยืน
ทั้งยังมากล้นไปด้วยกิจกรรมที่สร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยไฮไลต์คือ ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน, ขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละอำเภอ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การประกวดต้นกุ่ม ต้นดอก การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนยลวิถีวัดพระธาตุแช่แห้ง-บ้านหนองเต่า การทำบายศรี การแกะสลักผักผลไม้ การประกวด เครื่องจักสาน
ตลอดจน การประกวดตีกลองปูจา กลองสะบัดชัย กลองแอว กลองมองเชิง การประดิษฐ์โคม ตุง 12 ราศี ฯลฯ ละลานตากับ การออกร้านจำหน่ายสินค้าจากเครือข่ายกลุ่ม OTOP
ซึ่งนอกจากเทศกาลดังกล่าวแล้ว ยังมีประเพณีเก่าแก่ อย่าง ‘แข่งเรือเมืองน่าน’ ที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ ด้วยเอกลักษณ์ของเรือที่ยูนีคไม่เหมือนจังหวัดไหน มีการเชื้อเชิญหมู่บ้านและวัดข้างเคียงให้นำเรือมาแข่งกัน เพื่อความสนุกสนาน สมานสามัคคีช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปีอีกด้วย
ฟื้นเมืองโบราณอู่ทอง ด้วยพลังศรัทธา
ในฝั่งของสุพรรณบุรี เมืองอู่ข้าวอู่น้ำของบ้านเรา และยังเป็นที่ตั้งของ อพท.อู่ทอง ที่มีภารกิจพัฒนาการท่องเที่ยวภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองสร้างสรรค์การท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิม”
ยึดหลักการความยั่งยืน (Sustainability) โดยครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
เมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จึงนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีในประเภท Destination Management ด้วยประเด็น การฟื้นฟูแหล่งเสื่อมโทรมเมืองโบราณอู่ทอง ด้วยพลังศรัทธาภาคประชาสังคม สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เพราะพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ทอง มากล้นไปด้วยศาสนสถาน และพระพุทธรูปที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
‘พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ’ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินธรรมชาติ ที่มีความสูงถึง 108 เมตร, ‘สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติเมืองโบราณอู่ทอง Sky Walk’ จุดชมวิวพื้นกระจกสูง ระยะทางเดินประมาณ 500 เมตร ออกแบบโดยไม่มีเสาค้ำ และมีลิฟต์แก้วให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ ได้แบบชิลๆ
‘สวนหินธรรมชาติ’ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วนอุทยานพุม่วง โดยจังหวัดร่วมกับชุมชนในพื้นที่และ อพท.อู่ทอง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาพุหางนาค จัดเส้นทางเดินชมความงดงาม และเรียนรู้ธรรมชาติ
‘วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม’ หรือวัดเขาพระ ที่มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี หรือสมัยอู่ทอง
ซึ่งนอกจากมนต์ขลัง นักท่องเที่ยวจะยังได้สัมผัสเสน่ห์และเรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวไทพวน บ้านเขาพระ โดย อพท.อู่ทอง ร่วมมือกับชุมชน จนเกิดเป็นท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ
ชุบชีวิตเมืองเก่า ฟื้น ‘สงขลา’ ด้วยคอมมูนิตี้
นัมเบอร์วัน เมืองเก่าของประเทศไทย ที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ย่านไหนๆ คงหนีไม่พ้น “ย่านเมืองเก่าสงขลา”
เมืองเก่าสงขลา จ.สงขลา จึงนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีในประเภท Thriving Communities ประเด็นการฟื้นคืนเมืองเก่าสงขลาให้กลับมามีชีวิต

ด้วยความน่าสนใจของพื้นที่ที่มีทะเลสาบ (Lagoon) อยู่ติดเมือง เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้า และท่าเรือที่สำคัญของภาคใต้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 200 ปี หรือที่เรียกว่า “สงขลาบ่อยาง”
จวบจนทุกวันนี้ คนในชุมชนได้มีแนวคิดในการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวในชุมชน โดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการคิด และลงมือขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
เมืองเก่าสงขลา มีถนนสายสำคัญ 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม เป็นถนนที่เต็มไปด้วยอาคารซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ทั้งแบบตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสและตึกแถวแบบจีนพาณิชย์
จุดสตาร์ต ถ้าหากอยากเดินชมย่านเก่าเมืองสงขลา แนะนำเริ่มต้นจากประตูเมืองสงขลา ไปตามถนนนครนอก ที่เลียบริมทะเลสาบสงขลา สุดปลายถนนมีโรงสีเก่าทาสีแดงทั้งหลัง เรียกว่า “หับ โห้ หิ้น” ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่องราวเมืองเก่าสงขลา
ถัดมาคือถนนนครใน และถนนนางงาม พิกัดรวมของร้านอาหารคาวหวานท้องถิ่นที่มีชื่อ ทั้งขนมไทยที่หาทานได้ยาก อย่าง ขี้มอด ทองเอก ข้าวฟ่างกวน ขนมกระบอก ขนมบูตู สำปันนี ห้ามพลาด ร้านไอศกรีม ร้านข้าวสตู ร้านกาแฟโบราณ
หรือจะเลือกเดินปล่อยใจก็ไม่มีเบื่อ ชมภาพวาดสตรีทอาร์ตตามผนังบ้านเรือนบนถนนเส้นต่างๆ ที่ภาพสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างแจ่มชัด ทั้งสภากาแฟ ภาพเด็กสามเชื้อชาติ ภาพนางเอกงิ้ว เป็นต้น
รัน ‘เชียงคาน’ ผ่านคูปองอาหารเช้า
ตัดภาพมาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฟื้นเมืองเก่าได้อย่างมีสีสัน ไม่ต่างจากสงขลา
เมืองเชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้ ยังเป็นส่วนผสมแห่งความลงตัวทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย จุดหมายที่หลายคนเลือกจับแมป ไปหลบลี้หนีความวุ่นวายรอบตัวชั่วคราว เพื่อสัมผัสกับความสโลว์ไลฟ์อันแสนสงบ ให้หัวใจฟูฟ่องด้วยความสุขอีกครั้ง

เชียงคาน จ.เลย นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีในประเภท Thriving Communities ประเด็น เมื่อคูปองอาหารเช้ากลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงคาน
วันนี้ของ…เชียงคาน ไม่เคยขาดแคลนความอบอุ่น ด้วยกลิ่นอายความเป็นเมืองโบราณ มีบ้านเรือนไม้เก่าแก่ คาเฟ่ตกแต่งชิคๆ ให้นั่งผ่อนใจ เสพกลิ่นอายความสงบ
ยังไม่นับ สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้ง ‘วัดศรีคุณเมือง’ ศาสนสถานสำคัญ แหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้าง, ‘วัดมหาธาตุ’ วัดที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง, ‘ถนนคนเดินเชียงคาน’ ที่คลาสสิกสุดๆ มีของให้เดินเลือกซื้อหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นประเภทงานศิลปะ เมนูพื้นเมือง ก็มีให้ลิ้มรส อาทิข้าวเปียกเส้น โจ๊ก ขนมจีน ยำแหนมคลุก หรือของกินเล่นอย่าง ข้าวจี่ทอด กุ้งทอด ข้าวเกรียบว่าว แม้จะเป็นถนนคนเดินสายสั้นๆ แต่ทะลักไปด้วยร้านรวง
ส่วนใครเป็นสายธรรม แนะนำ ‘วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน’ โบราณสถานเก่าแก่คู่เชียงคาน, ‘วัดท่าคก’ ที่เป็นดั่งปูชนียสถานสำคัญ ตลอดจน ‘พระใหญ่ภูคกงิ้ว’ ที่มีสกายวอล์กกระจกใส มองเห็นจุดของแม่น้ำโขง 2 สี ได้อย่างชัดเจน เหมาะเดินชมพระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมภูเขาที่สวยงาม และวิวแม่น้ำกว้างสุดสายตา อย่างได้อรรถรส
โดย อพท. ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนา ‘เชียงคาน’ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะบูรณาการร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชนและชุมชน
ให้เชียงคานเป็นต้นแบบและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ยึดอัตลักษณ์จังหวัด ให้กลายเป็นจุดขับเน้น
4 ใน 170 ลิสต์ พิกัดเที่ยวไทย ‘มงลง’
การได้รับการประกาศให้เป็น Green Destinations Top 100 Stories มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอเรื่องราวความสำเร็จและแนวปฏิบัติที่ดีด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน เพื่อให้องค์กรจัดการท่องเที่ยวทั่วโลกนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตัวเอง
นาวาอากาศเอก อธิคุณ เผยว่า สำหรับ อพท.ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ปักหมุดหมายในการทำงานร่วมกัน ที่สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อพท. และภายใต้แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในหลายพื้นที่พิเศษฯ
“ในปี 2024 มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับการคัดเลือกกว่า 170 รายชื่อแหล่งท่องเที่ยว จาก 45 ประเทศ โดยมีเรื่องราวที่ส่งเข้าประกวด 129 เรื่อง
การคัดเลือกเรื่องราวจะถูกประเมินโดยทีมผู้ประเมิน ของ Green Destinations ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศและพันธมิตร เกณฑ์การคัดเลือกพิจารณาจากคุณภาพของเรื่องราว ความสามารถในการถ่ายทอด ความคิดสร้างสรรค์ และการครอบคลุมทุกด้านของความยั่งยืน”
ผู้อำนวยการ อพท. ตั้งตารอแสดงความยินดี กับภาพแห่งความสำเร็จอันเกิดจากพลังคนไทย
เพราะนอกจาก แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 จะได้รับการประกาศรายชื่อ Green Destinations Top 100 Stories ประจำปี 2024 แล้ว ยังมีนัดหมายสำคัญ เข้าร่วมฉลองความสำเร็จในพิธีที่จะจัดขึ้นในงานประชุมระดับโลก Green Destinations Global Conference 2024 (GD2024 Global Conference) ณ สาธารณรัฐชิลี ในเดือนธันวาคมนี้ อีกด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ เป็นปีพิเศษ ที่พื้นที่พิเศษของ อพท. ได้รับการการันตีในความสามารถ มากที่สุดนับตั้งแต่มีการส่งแหล่งท่องเที่ยวเข้าร่วมประชัน และกำลังจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของไทย ในอนาคต

