คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช
ต้นแบบการศึกษาดนตรี
วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 วันเกิดของ คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช ปีนี้ครบ 92 ปี ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ เป็นครูต้นแบบและเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์การศึกษาดนตรี คุณหญิงเกิดในครอบครัวชั้นกลาง พ่อมีอาชีพค้าขาย ชอบสีไวโอลิน บังคับลูกทั้ง 8 คนให้ได้เรียนดนตรี พ่อได้จ้างครูมาสอนดนตรีให้ลูกทุกคนที่บ้าน เมื่อพี่ๆ หนีเรียนเพราะครูดนตรีเป็นคนดุ เหลือคุณหญิงอดทนเรียนอยู่คนเดียวและชอบเล่นเปียโนมาก
คุณหญิงเริ่มเรียนเปียโนอายุ 8 ขวบ เมื่ออายุ 13 ปี (พ.ศ.2488) ได้ลงแข่งขันเปียโน ซึ่งมีคณะกรรมการ อาทิ พระเจนดุริยางค์ หม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ผลการตัดสินปรากฏเด็กหญิงมาลัยวัลย์ โมชดารา ได้ที่ 1 เด็กชายปิยะพันธ์ สนิทวงศ์ ได้ที่ 2 เด็กชายเสรี โอสถานุเคราะห์ ได้ที่ 3 เด็กหญิงมาลัยวัลย์ โมชดารา ได้รางวัลพิเศษคือ ได้เรียนทฤษฎีดนตรีกับพระเจนดุริยางค์เป็นเวลา 3 ปี พระเจนดุริยางค์ได้ตั้งกติกาว่า “มาลัยวัลย์ เธอต้องเล่นเพลงเปียโนคอนแชร์โตให้ฉันฟังก่อนฉันตายนะ” แต่คุณหญิงก็ไม่ได้เล่นเปียโนคอนแชร์โตให้พระเจนดุริยางค์ฟัง เพราะเมื่อกลับมาจากอเมริกา พ.ศ.2499 ก็ไม่มีวงออร์เคสตราเก่งพอจะเล่นเปียโนคอนแชร์โตได้ ซึ่งเมื่อพระเจนดุริยางค์ได้ออกจากกรมศิลปากรไปแล้ว พ.ศ.2496 วงออร์เคสตราที่เก่งก็หมดสภาพ
คุณหญิงมาลัยวัลย์ เรียนมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย (กุลสตรีวังหลัง ก่อตั้ง พ.ศ.2417) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีวงขับร้องประสานเสียง มีเปียโน สอนโดยมิชชันนารีชื่อ มิสไวดา รัมโบห์ (Vida Rumbaugh) ซึ่งเป็นครูดนตรีคนสำคัญมาก ผู้ให้การสนับสนุนและผลักดันให้คุณหญิงได้ไปศึกษาดนตรีต่อที่สหรัฐอเมริกา
ปี พ.ศ.2492 คุณหญิงสอบแข่งขันเยาวชนเพื่อเป็นผู้แทนไปประชุมเยาวชนนานาชาติ ที่เมืองนิวยอร์ก จัดโดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก (New York Herald Tribune) พ.ศ.2494 คุณหญิงได้รับทุนไปเรียนดนตรีวิชาเอกเปียโนที่วิทยาลัยคอ (Coe College, Cedar Rapids) ไอโอวา สหรัฐอเมริกา ต่อมาได้ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่โรงเรียนอีสแมน (Eastman School of Music) มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนดนตรีที่สร้างคนเก่งแห่งหนึ่งในอเมริกา คุณหญิงได้รับรางวัลเรียนเก่ง เล่นดนตรีเก่ง และรางวัลเรียนดีได้คะแนนสูงสุด
กลับเมืองไทย พ.ศ.2499 เข้ารับราชการที่วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร มุ่งหวังจะพัฒนาการศึกษาดนตรีอย่างจริงจัง สอนวิชาดนตรีสากลและเปียโน เนื่องจากระบบราชการยังล้าหลัง จึงไม่สามารถรักษาคนดีที่มีฝีมือได้ แถมมีเงินเดือนค่าตอบแทนต่ำ ไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ คุณหญิงทำงานได้ 2 ปี ก็ลาออก
พ.ศ.2501-2518 ได้สอนวงขับร้องประสานเสียงที่โรงเรียนนานาชาติ (ร่วมฤดี) ขณะเดียวกันได้สร้างวงขับร้องประสานเสียงโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย (พ.ศ.2504-2522) สอนที่โรงเรียนจิตรลดา (พ.ศ.2506-2525) ได้ถวายการสอนดนตรีให้แก่เจ้าฟ้า 2 พระองค์ พ.ศ.2504-2509 (สมเด็จพระเทพฯ และเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์) คุณหญิงยังสอนวงขับร้องประสานเสียงที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2506-2526
พ.ศ.2517 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดงานฉลอง 100 ปี “ศตวรรษานุสรณ์” โดยให้คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช เป็นผู้อำนวยเพลง และได้จัดแสดงวงขับร้องประสานเสียงประจำปี ผลิตผลงานเพลงเป็นเทปออกจำหน่ายเพื่อหารายได้ให้โรงเรียน วงขับร้องประสานเสียงเป็นแหล่งผลิตนักร้องประสานเสียงไทยจำนวนมาก
พ.ศ.2522 คุณหญิงมาลัยวัลย์ ตั้งวงขับร้องประสานเสียงเยาวชนสยาม ร่วมกับโรงเรียนสยามกลการและกระทรวงศึกษาธิการ จัดการฝึกอบรมครูสอนขับร้องประสานเสียง พ.ศ.2524 คุณหญิงมาลัยวัลย์ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ร่วมกับกรมศิลปากร ก่อตั้งคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย เพื่อไปแสดงขับร้องประสานเสียงที่ฮ่องกง โดยคุณหญิงมาลัยวัลย์เป็นผู้อำนวยเพลง

พ.ศ.2525 คุณหญิงมาลัยวัลย์เป็นประธานและเป็นผู้ควบคุมวงขับร้องประสานเสียงในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี แสดงที่โรงละครแห่งชาติ ปีถัดมา พ.ศ.2526 คุณหญิงควบคุมวงขับร้องประสานเสียงของคริสต์ศาสนิกชนไทย คาทอลิกและโปรเตสแตนต์ จัดมหกรรมดนตรีศักดิ์สิทธิ์
พ.ศ.2530 ควบคุมวงขับร้องประสานเสียงในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา มีนักร้อง 1,000 คน แสดงที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งเป็นคณะนักร้องที่มีกลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย
หลังจากปี พ.ศ.2530 คุณหญิงมาลัยวัลย์ได้นำวงขับร้องประสานเสียงแสดงที่สวนหลวง ร.9 ประพันธ์เพลง “สุขในสวน” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นดนตรีในสวนมาอย่างต่อเนื่อง พ.ศ.2535 คุณหญิงมาลัยวัลย์ได้เป็นผู้รวมนักร้องนานาชาติ (The Bangkok Festival Choir) 300 คน แสดงร่วมกับวงดุริยางค์ราชนาวี เพื่อร้องเพลงถวายความจงรักภักดี ซึ่งเป็นวงขับร้องประสานเสียงที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล
คุณหญิงมาลัยวัลย์มีผลงานเพลงบันทึกเสียงเป็นเทป 14 ชุด อาทิ วัฒนาพาชื่น, วัฒนาพาเพลิน, มหกรรมขับร้องประสานเสียงเพลงพระราชนิพนธ์จิตรลดาคอนเสิร์ต, จิตรลดา 25 ปี, Concert ก.ร.ป.กลาง, สยามกลการคอรัส, สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี, คอนเสิร์ตของคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย, เพลงเพื่อสายใจไทย, เพลงเพื่อสวนหลวง ร.9, สำหรับชุดวันวาร เป็นชุดเพื่อหารายได้ให้แก่โรงเรียนจิตรลดา มีเพลงพิเศษที่คุณหญิงมาลัยวัลย์ประพันธ์ขึ้นถวายเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงพระเจริญพระชนมายุ 40 พรรษา พ.ศ.2538
ผลงานเพลงขับร้องประสานเสียงที่คุณหญิงภูมิใจมากคือ เพลงสรรเสริญพระบารมี การเรียบเรียงเสียงร้องแบบใช้เสียงร้องล้วนๆ โดยไม่ใช้เครื่องดนตรี (A cappella) ซึ่งใช้เปิดอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เมื่อผู้เขียนเข้าไปทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2530 ตั้งใจสร้างวิทยาลัยดนตรีที่มีมาตรฐานสากล จึงได้ศึกษาครูดนตรีต้นแบบ 3 คน คือ พระเจนดุริยางค์ อาจารย์กำธร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช โดยถอดบทเรียนวิถีชีวิต การเรียนดนตรี อุดมการณ์ ความตั้งใจ ความจริงจังในชีวิต ถอดบทเรียนออกมาว่า คนไทยที่เก่งดนตรีทำได้อย่างไร ถ้าจะสร้างคนเก่งดนตรีให้ได้อย่างครูต้นแบบจะต้องทำอย่างไร และคุณลักษณะของโรงเรียนดนตรีที่สุดยอดในระดับสากลเป็นอย่างไร
ยังพบว่าครูต้นแบบเป็นคนทำงานหนัก ศึกษาดนตรีอย่างเคร่งครัด ทุ่มเทการฝึกซ้อม การเรียนรู้อย่างมีระเบียบวินัย ขยันซื่อสัตย์ ศรัทธาต่ออาชีพดนตรี เอาจริงเอาจังกับชีวิตโดยเฉพาะงานดนตรี มีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา รักษาคำพูดมีวาจาสัตย์ มีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล มาตรฐานต่อรองไม่ได้ มีจริยธรรม มีรสนิยมและประณีต เป็นบุคลากรที่มีความเด็ดขาดชัดเจนโผงผางตรงไปตรงมา ใช้คุณภาพเป็นเพื่อนร่วมงาน และคนที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะทำงานกับครูต้นแบบเหล่านี้ได้ จนได้ชื่อว่า “ศิษย์พระเจนฯ ศิษย์อาจารย์กำธร และศิษย์คุณหญิงมาลัยวัลย์” การได้เป็นศิษย์ที่ผ่านมือครูต้นแบบ จึงเป็นรางวัลชีวิต
พ.ศ.2532 ได้เปิดสอนปริญญาโทดนตรีครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่กล้าเชิญคุณหญิงมาลัยวัลย์ เพราะว่าการสอนปริญญาโทวิชาวัฒนธรรมดนตรี เป็นการศึกษาที่อยู่รอบๆ ดนตรี ไม่ใช่ตัวดนตรีจริงๆ ไม่ได้ฝึกหรือสร้างนักดนตรี ไม่ได้สร้างผลงานดนตรี ใน พ.ศ.2541 เมื่อเปิดสอนปริญญาตรีดนตรี สาขาดนตรีปฏิบัติ จึงเชิญคุณหญิงเป็นกรรมการคัดเลือกนักศึกษา เมื่อเปิดปริญญาเอกดนตรี พ.ศ.2548 สภามหาวิทยาลัยมหิดล ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ดนตรี ให้แก่คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช ซึ่งเป็นคนแรก ถือเป็นใบเบิกทางให้ระบบการศึกษาดนตรีของไทย

[วาดภาพ (ขาวดำ) โดยอิทธิพล วาทะวัฒนะ (อี๊ด ฟุตบาท) วาดระหว่าง พ.ศ.2542-2546]
ท่ามกลางสังคมไทยที่อยู่กันอย่างรอมชอม ไม่มีมาตรฐาน “ขี้เกียจ ฉ้อฉล และคดโกง” ใช้วิธีพวกมากลากไป อยู่ได้เพราะพวก อยู่กันแบบไทยๆ ทำให้การศึกษาดนตรีและอาชีพดนตรีพัฒนาช้า วิถีชีวิตไม่มีคุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดระเบียบวินัย ไม่ตรงเวลา ขาดความรับผิดชอบ และดนตรีเป็นอาชีพชั้นต่ำไม่น่าเชื่อถือ
การถอดบทเรียนจากครูต้นแบบทั้ง 3 คน ด้วยความเข้มข้นทางจิตวิญญาณ ได้พัฒนาดนตรีให้เป็นวิชาของนักปราชญ์ ดนตรีเป็นวิชาของผู้เจริญ ดนตรีเป็นหุ้นส่วนของชีวิต อัจฉริยะมาจากการฝึก ไม่ใช่พันธุกรรม สร้างคนดนตรีให้ออกไปสร้างชาติ ดนตรีเป็นหุ้นส่วนของสังคมที่เจริญ ดนตรีสร้างความรักสามัคคีขึ้นในสังคม
“ชัยชนะและความสำเร็จไม่ได้มาเพราะความสามารถและฝีมือเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของหัวใจ”
อุดมการณ์ของครูต้นแบบ ทำให้วิทยาลัยดนตรีเจริญรุดหน้า เป็นผู้นำการศึกษาดนตรีในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว วันนี้ คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช เหลืออยู่คนเดียว จึงขอบันทึกไว้ด้วยความเคารพอย่างสูง
สุกรี เจริญสุข

