อ่านมรดกโลก อ่าน‘ภูพระบาท’ ตำนานศักดิ์สิทธิ์สถานกลางขุนเขา
เป็นอีกเล่มใหม่ที่มาอย่างรวดเร็วทันใจ ในวาระที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกไปหมาดๆ ตามหลังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเพียงชั่วอึดใจเดียว
สำนักพิมพ์มติชน อวดโฉมประวัติศาสตร์อ่านง่ายพาเดินทางไปยังมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 8 ของไทย ผ่านการไล่เรียงประวัติความเป็นมา อันสำคัญทางด้านโบราณสถาน สังคม การเมือง ตลอดทั้ง 184 หน้า และภาพประกอบ 4 สีทั้งเล่ม

ผลงาน รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
เริ่มต้นบอกเล่าตั้งแต่ชื่อ ‘ภูพระบาท’ ซึ่งมาจาก ‘รอยพระพุทธบาท’ ที่ประดิษฐานอยู่บนเทือกเขานี้ ทว่า อุทยานแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงรอยพระพุทธบาทเท่านั้น แต่ยังปรากฏเสาและเพิงหินทรายขนาดใหญ่ ใบเสมา และร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์หลากยุคสมัย
สะท้อนถึงพัฒนาการและสังคมของกลุ่มคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
รศ.ดร.รุ่งโรจน์เผยว่า ภูพระบาทเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรรมของไทย ด้วยเหตุว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนต่างยุคต่างสมัยต่อเนื่องนานนับพันปี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนเข้าสู่ยุคต้นประวัติศาสตร์เรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน

นับเป็นสถานที่ซึ่งวัฒนธรรมกับธรรมชาติดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน โดยบนภูพระบาทมีเพิงหินหรือโขดหินรูปทรงแปลกตากระจายตัวอยู่จำนวนมาก บางแห่งใหญ่โตชวนอัศจรรย์ใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
มนุษย์ในอดีตไม่อาจหาคำอธิบายได้ จึงเชื่อว่าเกิดขึ้นจากการเสกสรรของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นที่สถิตมั่นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลให้เกิดการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อที่เพิงหิน หรือโขดหินเหล่านี้ อย่างเช่น การวาดภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ครั้นเมื่อพุทธศาสนาแบบวัฒนธรรมทวารวดีภาคอีสานเริ่มแผ่เข้ามา ภูพระบาทก็ถูกใช้งานในฐานะของพุทธสถานแบบอรัญวาสี เกิดการดัดแปลงเพิงหินหรือโขดหินเพื่อประกอบกิจพิธีทางพุทธศาสนา ที่สำคัญยิ่งคือทำใบเสมาปักล้อมรอบโขดหินหลายแห่ง ซึ่งนับว่าเป็นหลักฐานการอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนากับการบูชาโขดหินศักดิ์สิทธิ์
กระทั่งเมื่อวัฒนธรรมและการเมืองของอาณาจักรล้านช้างได้เข้ามายังภูพระบาท การอยู่ร่วมกันของประเพณีทางพุทธศาสนากับการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในธรรมชาติยังคงสืบต่อมา และสิ่งนี้ยังคงดำรงอยู่จนปัจจุบัน
ภูพระบาทไม่ได้มีแต่ช่วงเวลาอันรุ่งเรืองที่ผู้คนพากันขึ้นมาใช้ประโยชน์ แต่ยังมีช่วงเวลาที่ร่วงโรยจนเรียกได้ว่าแทบรกร้างจนเรื่องราวของภูพระบาทในสมัยนี้จางหายไป
ทว่าเมื่อผู้คนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ภูพระบาทจึงถูกอธิบายใหม่ให้เข้ากับบริบทของสังคม เช่น การเชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ เข้ากับตำนานอุสาบารส สะท้อนทรรศนะว่าภูพระบาทไม่ได้อยู่ในฐานะของพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ที่มีชีวิตรักของตัวละครในตำนานโลดแล่นอยู่ด้วย

ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนานัปการ ส่งผลให้ภูพระบาทได้รับการดูแลรักษาและกันพื้นที่เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทยในที่สุด
มาร่วมค้นหาและสำรวจร่องรอยอารยธรรมบนภูพระบาท ผ่าน 5 บท
ดังนี้
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 ภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์บนเพิงหิน
บทที่ 3 พุทธสถานอรัญญวาสี 1,000 ปีแต่ครั้งวัฒนธรรมทวารวดีภาคอีสาน
บทที่ 4 พระพุทธบาทและตำนานสถานที่ในวัฒนธรรมล้านช้าง
บทที่ 5 ส่งท้าย
นี่คือเล่มที่พลาดไม่ได้ ด้วยข้อมูลวิชาการแน่นๆ รูปประกอบงดงามเต็มตา บทวิเคราะห์ในประเด็นหลากหลายที่ชวนให้คิดต่อได้อย่างลึกซึ้ง
ผู้สนใจสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน
https://www.matichonbook.com
0-2589-0020 ต่อ 3350-3360
และติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook

