มองโลกปีหน้า
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ งวดเข้ามา วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้จะมีการโหวต
คู่ต่อสู้คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และ นางคามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต
ผลจากการเลือกตั้งจะส่งผลต่อโลกและประเทศไทย
วันก่อน เครือมติชนได้จัดสัมมนา ‘US ELECTION 2024 เจาะลึกศึกชิงทำเนียบขาว’ ขึ้น
วันนั้น ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปาฐกถาพิเศษ
อาจารย์สุรเกียรติ์ให้ความรู้ได้ดีเยี่ยม
สรุปเบื้องต้นว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำสหรัฐ โลกก็น่าจะปั่นป่วน
ผลกระทบ 2 อย่างที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้นำสหรัฐคนต่อไป นั่นคือ 1.ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และ 2.ผลกระทบทางการเมือง-ความมั่นคง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ แบ่งเป็น ผลกระทบต่อ “ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบเดิม” และผลกระทบต่อ “ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศทางเลือกใหม่”
ในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบเดิม กรณีทรัมป์เป็นประธานาธิบดี
คาดกันว่า การเปิดฟรีเทรดจะสั่นไหวพอสมควร ความตกลงการค้าเสรีของหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ทรัมป์ไม่เอา กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) ที่ไทยพร้อมเข้าร่วม ก็ต้องดูทรัมป์จะเอาหรือเปล่า รวมถึงองค์การการค้าโลก (WTO) ด้วย
ส่วนความสัมพันธ์กับจีน การกีดกันทางการค้าน่าจะมากขึ้น กลายเป็นสงครามทางเทคโนโลยี
ถ้า “แฮร์ริส” เป็นประธานาธิบดี IPEF คงเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่อยากเอามาแทน CPTPP และยังต้องเดินหน้า “เอเปค” ต่อด้วย
ส่วนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน คงมีการแข่งขัน แต่คาดการณ์ได้
ขณะที่ในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศทางเลือกใหม่ สิ่งที่น่าสนใจ คือ การเติบโตของกลุ่มประเทศบริกส์ BRICS ที่ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้
และเพิ่มอีก 6 ประเทศ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย อาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน อาร์เจนตินา รวมอยู่ด้วย
ขณะนี้มีอีก 20 ประเทศรวมถึงไทยเข้าคิวรอเข้าร่วม
การเติบโตของ BRICS ก้าวล้ำไปถึงความคิดที่จะริเริ่มระบบการชำระเงินแทนระบบ SWIFT
ระบบ SWIFT นิยมใช้กันมาก แต่ภายหลังจีนคิดค้นระบบ CIPS ขึ้นมาใช้
ส่วน BRICS คิดระบบการโอนเงินระหว่างประเทศที่ไม่ต้องพึ่งใคร
ที่น่าสนใจ คือ ระบบเงินสำรองระหว่างประเทศของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่เรียกว่า Special Drawing Right หรือ SDR (สิทธิไถ่ถอนเงินจาก IMF) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น บอร์ด IMF ให้ความสำคัญกับเงินหยวน
เอาโควต้าของเงินเยนและปอนด์ไปให้เงินหยวน
ตอนนี้โควต้าในตะกร้าของ SDR อันดับ 1.ดอลลาร์ 2.ยูโร 3.หยวน และ 4.ปอนด์
นอกจากนี้ BRICS ยังมองหาหนทางสร้าง global research ที่เป็นสกุลเงินของ BRICS จนเกิดกระบวนการที่เรียกว่า ‘ใช้ดอลลาร์ให้น้อยลง’
แม้ว่าปัจจุบันดอลลาร์ยังมีสัดส่วนมากที่สุด แต่เงินหยวนก็เริ่มใช้ในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น
ทีนี้เราลองเหลียวมามองสถานการณ์ในเมียนมา
อาจารย์สุรเกียรติ์บอกว่า ความขัดแย้งในเมียนมาจะซับซ้อนมากขึ้น
ความขัดแย้งดังกล่าว แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.ชนกลุ่มน้อยขัดแย้งกันเอง 2.รัฐบาลทหารขัดแย้งกับฝ่ายต่อต้าน และ 3.ความขัดแย้งระดับจีโอโพลิติกส์
สถานการณ์ในขณะนี้ สหรัฐเริ่มจะเข้ามาเพื่อถ่วงดุลความขัดแย้งระดับจีโอโพลิติกส์ในเมียนมา
สถานการณ์ในเมียนมาจึงขยายผลเป็นการขัดแย้งกันของมหาอำนาจ
โดยสรุป สถานการณ์ทั่วโลกหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อาจารย์สุรเกียรติ์แนะนำให้ไทยกวาดสัญญาณในอนาคตให้ดี
แนะนำให้ 1.ทันต่อเศรษฐกิจโลก และ 2.ต้องหาทางออกจากความขัดแย้ง
ในเรื่องการทันต่อเศรษฐกิจโลก ไทยต้องรู้จักเลือก โดยฟังกระแสมหาอำนาจ
มองให้เห็นว่า อันไหนจะรุ่ง อันไหนจะร่วง แล้วหาที่ยืนบนจุดที่ปลอดภัย
ส่วนการหาทางออกจากความขัดแย้ง น่าจะช่วยผลักดันให้เกิดการพูดคุย
อาทิ กรณีทะเลจีนใต้ อาจร่วมมือกับอาเซียนผลักดันให้ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้คลี่คลาย
เหมือนกับที่ไทยเคยทำกับมาเลเซียตั้งแต่ปี 1978 จนไม่มีความแตกร้าว
ฟังการสัมมนาครั้งนี้ทำให้เห็นชัดแจ้งว่า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีผลต่อโลกและไทย
สำหรับเครือมติชนมีภารกิจเกาะติดศึกการเลือกตั้งผู้นำโลกครั้งนี้
ตั้งแต่ 08.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน มติชนทีวีจัดรายการสด เจาะลึกศึกทำเนียบขาว
คอการเมือง โดยเฉพาะผู้กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง ไม่ควรพลาด
เพราะผลการเลือกตั้งในวันนั้น จะทำให้รู้กันล่ะว่า โลกปีหน้าจะเป็นอย่างไร
นฤตย์ เสกธีระ

