บริษัท ความฝัน ไม่จำกัด (เยาวชน)
ระเบิดกรอบคิด ฉีกอนาคต
ก่อนโลกถึงจุดจบ
การจัดนิทรรศการภายใน ‘โรงเรียน’ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ เสมือนเป็น ‘เวที’ เปิดโอกาส ให้เด็กนักเรียนได้งัดฝีไม้ลายมือ โชว์ศักยภาพ แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่
ได้บาลานซ์สมองทั้งสองฟาก เพราะนอกจากเป็นเวทีแสดงผลงานด้านวิชาการแล้ว ยังเป็นพื้นที่ให้ปลดปล่อยความครีเอทจากสมองซีกซ้าย ใช้ซีกขวา ประมวลแนวคิดและมุมมองของตัวเอง สื่อสารภายใต้หัวข้อที่เลือกเอง
แม้จะจบไปแล้วหมาดๆ สำหรับ ‘นิทรรศสวนฯ 2024’ โดยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “บริษัท ความฝัน ไม่จำกัด (เยาวชน) : Dream Corp.” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นำมาซึ่งภาพของความกระตือรือร้น และการร่วมมือร่วมใจ ของเหล่านักเรียน คณะครูและบุคลากร
เปิดประตูบ้าน เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกทุกเพศ ทุกวัย ไม่เว้นแค่ในฝั่งพระนคร ได้เข้าไปสัมผัสความเป็น ‘เด็กสวนฯ’
สิ้นสุดการรอคอย
คัมแบ๊กในรอบ 8 ปี
เมื่อพูดถึง ‘นิทรรศการ’ ที่จัดในโรงเรียน ภาพจำของห้องที่เต็มไปด้วยบอร์ดวิชาการจ๋า โปสเตอร์ให้ความรู้ทั่วไป ที่ดูแล้วจำเจสุดๆ
แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ผนวกกับการออกไอเดียสุดสร้างสรรค์ของนักเรียนรุ่นใหม่ เราจึงเห็นนิทรรศการในโรงเรียนนี้ที่ให้กลิ่นอายแหวกออกไป
ในงานนิทรรศสวนฯ 2024 เราได้เห็นการออกแบบนิทรรศการ ที่มาจากไอเดียของนักเรียนหลากหลายระดับชั้น นอกจากจะเห็นความสร้างสรรค์ผ่านผลงานแล้ว ก็ยังทำให้ผู้ที่เข้ามารับชมได้รู้ถึงมุมมองและความสนใจของนักเรียนในยุคปัจจุบัน

กิตติณัฐ ชูรังสฤษฎิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ แห่ง ร.ร.สวนกุหลาบฯ หนึ่งในทีมผู้จัดนิทรรศสวนฯ 2024 เล่าถึงการดำเนินงานในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะพบอุปสรรคในการทำงาน
แต่ปัญหาบางอย่าง ตัวนักเรียนอาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากครูหรือทางโรงเรียน แม้บางปัญหาอยู่นอกเหนืออำนาจการแก้ไขของทุกฝ่าย แต่ด้วยการเข้ามาซัพพอร์ต ในท้ายที่สุดก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

“รู้สึกภาคภูมิใจ ที่เราได้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ของโรงเรียน โดยปกติเราจะจัดงานในทุกๆ 4 ปี แต่ในครั้งที่แล้วมีเหตุการณ์โควิด-19 เกิดขึ้น ทำให้เราไม่ได้จัดต้องเลื่อนออกมา และครั้งนี้เป็นการครบรอบ 8 ปีของงาน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พวกเรารอคอยมานาน” กิตติณัฐเผย
เคยเกือบจะได้ร่วมงานตอนมัธยมศึกษาปีที่ 2 แต่ชวดไปเพราะโควิด ปัจจุบันได้กลายมาเป็นคณะผู้จัดงานตามความตั้งใจ
กิตติณัฐยังฝากถึงน้องรุ่นต่อๆ ไป ที่จะมีโอกาสเข้ามาจัดการงานในลักษณะนี้ด้วยว่า การทำงานใดๆ อุปสรรคและปัญหานั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เราควรเตรียมตัวตั้งรับตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อแก้ไข

แปลกใหม่ ไม่จำเจ
‘ก่อนโลกดับสลาย’ ขุดความฝัน พินิจกิเลส
ภายในงานนิทรรศสวนฯ 2024 เต็มไปด้วยนิทรรศการที่น่าสนใจจากชุมนุมนักเรียนกว่า 50 ชุมนุมที่ช่วยกันวางแผน ก่อร่าง สร้างขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็น ‘ชุมนุมสวนเฮลท์คลับ’ ได้จัดนิทรรศการในชื่อ ‘Forgotten Dreams (ความฝันที่ถูกลืม)’ จัดออกมาได้ว้าวมาก ที่น่าสนใจอย่าง ‘Escape Room’ ชวนเข้าไปไขปริศนาภายในห้องต่างๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวผ่านการถอดปริศนาแต่ละข้อ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปของเหตุการณ์
ในนิทรรศการ Forgotten Dreams พาผู้ร่วมนิทรรศการเข้าไปร่วมไขปริศนาจากเศษความทรงจำ ร่วมกับการให้ข้อมูลเกร็ดความรู้ทางการแพทย์ได้อย่างลงตัว นำไปสู่ข้อคิดให้กำลังใจสู่การยอมรับตัวตนและไม่ย่อท้อต่อ ‘ความฝัน’ ของตัวเอง

ในด้านของ ‘ชุมนุมพุทธศาสน์’ ได้นำเอาหลักธรรมคำสอนจากพระพุทธศาสนามาตีความใหม่ ให้มีความเป็นปัจจุบันมากขึ้นผ่านนิทรรศการ ‘ในราตรีแห่งฝัน ความสุขชั่วครู่ปล่อยสู่นิรันดร์’ โดยนิทรรศการต้องการสื่อความหมายคำว่า ‘ความสุข’ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครั้ง ชั่วคราวแล้วจางหายไป และบางครั้งความสุขเพียงชั่วคราวนั้นอาจนำมาซึ่งความทุกข์ในภายหลัง
ทุกสิ่งล้วนเกิดจาก ‘กิเลส’ เมื่อหาหนทางดับกิเลสนั้นลงได้ จึงจะนำไปสู่ความสงบของจิตใจที่แท้จริง
สะท้อนความสนใจเด็กรุ่นใหม่ ผ่านหลากหลายกิจกรรม
‘ชุมนุมภูมิศาสตร์และโลกศาสตร์’ นิทรรศการมาในชื่อ ‘กรุงเทพมหานที ภัยพิบัติจากมือเรา’ ซึ่งนำเสนอโดยให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม ด้วยการสร้างห้องจำลองเหตุการณ์ ‘กรุงเทพฯจมน้ำ’ นำผู้ชมกางร่ม สัมผัสละอองฝนจำลอง ท่ามกลางน้ำที่กำลังจะท่วมสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯให้จมลง

วัตถุประสงค์เบื้องหลัง คือมุ่งหวังให้ความรู้ในด้านปัจจัยเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ที่สามารถเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ อีกทั้งยังสร้างความตระหนักในเรื่องของ ‘ภาวะโลกร้อน’ ที่เกิดจากมนุษย์ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดน้ำท่วมได้บ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากชุมนุมภูมิศาสตร์และโลกศาสตร์ ที่ได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเข้ามานำเสนอแล้ว ‘ชุมนุมดาราศาสตร์’ ก็ได้จัดนิทรรศการ ‘แดนฝันท่ามกลางหมู่ดาว’ นอกจากจะนำเกร็ดทางดาราศาสตร์มาแบ่งปันผ่านนิทรรศการ ยังสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการคาดการณ์อนาคตในวันที่ ‘โลก’ ต้องมีจุดจบไม่ต่างจากดาวดวงอื่นๆ ในอวกาศ
แม้ว่าจะมีปัจจัยมากมายที่มีผลต่อการดับสลายของโลก แต่มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำลายโลกเช่นกัน อีกทั้งยังชวนมองไกลออกไปในวันที่ไม่มีโลกอีกต่อไป สู่ดาวดวงถัดไปที่จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของมวลมนุษยชาติ

แหวกกรอบ ‘ฝันให้ไกล’
หวังเยาวชนไทยไปให้ถึง ‘จุดเปลี่ยน’
นอกจากนิทรรศการภายในห้องเรียนต่างๆ ก็ยังมีกิจกรรมการแสดง เปิดฟลอร์ให้นักเรียนได้ออกมาวาดลวดลาย แสดงความสามารถบนเวที หนึ่งในไฮไลต์ในงานนิทรรศสวนฯ 2024 ก็คือการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ จาก ชุมนุมโขนสวนกุหลาบฯ ซึ่งได้เปิดเวทีแสดงความสามารถ จัดเต็มถึง 4 ตอน ได้แก่ หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา, ฉุยฉายหนุมานทรงเครื่อง, หนุมานรบมัจฉานุ และถวายพล ยกรบ
ตลอดระยะเวลาจัดนิทรรศการตลอด 3 วัน นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ร่วมงานจะได้รับชมการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่หาชมยาก สืบต่อกันมายาวนาน ในปัจจุบันก็ถูกสานต่อด้วยพลังของเด็กรุ่นใหม่ ที่มีใจรักในศิลปวัฒนธรรมไทย หนึ่งในนั้นคือเด็กนักเรียนจากรั้วชมพู-ฟ้า
นอกเหนือไปจากกิจกรรมจากชุมนุมต่างๆ ยังมีการจัดการแข่งขันหลากหลายประเภท ทั้งด้านวิชาการ กีฬา ไปจนถึงแข่งขันเกมกระดาน ให้นักเรียนแสดงศักยภาพ ความถนัดด้านต่างๆ ออกมาอย่างเต็มแม็กซ์ ที่สำคัญยังทำให้ได้กระชับมิตรภาพระหว่างผู้แข่งขันด้วยกันเอง
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก็มีจุดให้คำปรึกษา แนะแนวหลักสูตร เพื่อช่วยวางแผนอนาคต

ธนะภูมิ สุขสง่าเจริญ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประธานนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการในการจัดงานนิทรรศสวนฯ 2024 ได้เล่าถึงเป้าหมายของการจัดนิทรรศการของโรงเรียนสวนกุหลาบในครั้งนี้ขึ้น โดยมุ่งหวังพัฒนาทักษะของนักเรียนภายในโรงเรียน ให้มีทักษะการเรียนรู้ การจัดการที่ดี ซึ่งประสบการณ์เช่นนี้ไม่สามารถหาได้ในการเรียนในห้องเรียนทั่วๆ ไป
ธนะภูมิเผยความคาดหวังที่ผู้รับชมนิทรรศการจะได้รับ ซึ่งนอกจากจะเป็นงานที่สะท้อนถึงศักยภาพ ความสามารถ แนวคิดและจุดยืนของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของเยาวชนไทยแล้ว ก็หวังว่าผู้ที่เข้ามาชม ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะได้รับแรงบันดาลใจ ค้นพบในสิ่งที่ตนมีความสนใจและกลับไปต่อยอดความฝันที่มีให้เป็นจริง
ในส่วนของธีม “บริษัท ความฝัน ไม่จำกัด (เยาวชน) : Dream Corp.” ธนะภูมิอธิบายถึงความหมายเอาไว้ว่า เรื่องของความฝันนั้นเป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก แต่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งหากจะทำให้สำเร็จตามฝัน ความฝันนั้นจะต้องไม่ถูกจำกัด จึงเป็นที่มาของ บริษัท ความฝัน ไม่จำกัด (เยาวชน) ซึ่งตั้งชื่อให้ล้อกับคำว่า บริษัท จำกัด (มหาชน)
“ทุกคนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า A dream without a goal is just a wish หรือว่าความฝันโดยที่ไม่ได้วางแผนอะไรเป็นเพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ
ประเด็นคือคำแรก A Dream ความหมายคือ ถ้าเราไม่มีความฝันตั้งแต่แรกก็จะไม่มีประโยคหลังต่อๆ มา ความสำคัญของความฝัน คือเขาต้องฝันให้ไกล เขาต้องไม่สนใจว่า จะมีเรื่องของวัฒนธรรม ค่านิยมต่างๆ ที่อาจจะกดดันเขาอยู่ เราจึงเติมคำว่า ‘ไม่จำกัด’ ลงไป เพราะรู้สึกว่า ไม่มีสิ่งใดที่มันจำกัดความฝันได้อย่างจริงๆ” ธนะภูมิเผย
ประธานนักเรียนผู้นี้ มองว่าเรื่องความฝันของเยาวชน ต้องฝันให้ไกล ฝันให้ใหญ่
“ฝันในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ฝันในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ฝันในสิ่งที่แปลกใหม่ จึงจะทำให้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น ทำให้ประเทศชาติของเราออกจากกรอบเดิมๆ เพราะแน่นอนว่าสิ่งใหม่ๆ มันก็จะทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆ เช่นเดียวกัน” ธนะภูมิกล่าวทิ้งท้าย
ณัฐนนท์ วสันตดิลก
ฐิติกานต์ แสงบุญ

