หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์เดือนห...

คอลัมน์เดือนหงายที่ชายโขง : สามเหลี่ยมทองคำ:เมื่อพญามังกรข่มพญานาค(1)

8.03.17 | 14:19 น.

สามเหลี่ยมทองคำเป็นดินแดนที่มีความทับซ้อนทั้งทางชาติพันธุ์ การปกครอง เศรษฐกิจ และอิทธิพลมายาวนาน เนื่องจากเป็นรอยต่อทั้งทางภูมิศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ จุดบรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกก่อให้เกิดเป็นสันดอนรูปสามเหลี่ยมในฝั่งประเทศเมียนมา สร้างความหลากหลายในชีวิตผู้คนและการสัญจรเดินทางไปมาของสินค้าแลกเปลี่ยน อีกทั้งเป็นปลายขอบของเขตอำนาจปกครองรัฐจนก่อให้เกิดพื้นที่สีเทาแย่งชิงและความรุนแรง

ความทับซ้อนและอิทธิพลมืดบนเส้นทางสามเหลี่ยมทองคำเกิดขึ้นมายาวนาน และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเส้นทางลำเลียงฝิ่นและเฮโรอีนของขุนส่าราชายาเสพติด แม้ว่าทางการไทย ลาว พม่า จะร่วมมือกันเพื่อกวาดล้างปราบปรามหลายครั้ง และประสบความสำเร็จจากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกพืชทดแทน แต่การค้าและลำเลียงยาเสพติดและของเถื่อนยังดำเนินไปอยู่ และต่อเนื่องมาจนถึงหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดและโจรสลัดตามลำแม่น้ำโขง

เหตุการณ์ฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพเป็นหลักหมุดสำคัญของความเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจีนถือโอกาสความตายของชาวจีนครั้งที่ใหญ่ที่สุดนอกแผ่นดินจีนนี้ เข้ามารวบอำนาจเพื่อสอบสวนหาตัวคนผิดพร้อมกับแผ่อิทธิพลเหนือรัฐตามลำน้ำโขงไปพร้อมกัน เช่นเดียวกับการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงบริเวณต้นน้ำที่อยู่ในเขตประเทศจีนโดยไม่ฟังคำคัดค้านจากประเทศปลายน้ำ

หากเราไปเยือนดินแดนสามเหลี่ยมทองคำในวันนี้ เราจะได้เห็นความเปลี่ยน แปลงดังกล่าวด้วยตาตัวเองอย่างชัดเจนปฏิเสธไม่ได้ว่า “จีน” กลายเป็นพญามังกรล่องลงมาข่มพญานาคเหนือสามเหลี่ยมทองคำอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเรียบร้อยแล้วทั้งสามฝั่ง ไทย ลาว เมียนมา

บนฝั่งไทย เรือสินค้าที่เทียบท่าเรือเชียงแสน ซึ่งประกอบไปด้วยหลายท่า เช่น ท่าเรือเชียงแสน 1 ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าใหญ่จำพวกรถยนต์ ท่าเรือห้าเชียง ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ท่าเรือเชียงแสน 2 ขนส่งปศุสัตว์และสิ่งมีชีวิต ล้วนแล้วแต่เป็นเรือสัญชาติจีน ขึ้นป้ายภาษาจีน และบรรทุกคนงานจีนมาเต็มอัตรา

Advertisement

บรรยากาศเศรษฐกิจของท่าเรือเชียงแสนที่คาดหวังว่าจะรุ่งเรืองไปด้วยร้านค้าและการค้าขายขนส่ง กลับเงียบเหงาไม่เป็นไปตามแนวโน้มที่หวัง อาคารพาณิชย์ที่สร้างใหม่ถูกปล่อยร้าง ราคาที่ดินเปล่าที่เก็งกำไรทะยานขึ้นไปสูงลิบลิ่วแต่ไม่มีใครซื้อเปลี่ยนมือเพื่อทำธุรกิจจริง ด้วยเหตุผลด้านแรงงานและประชากร

คนงานจีนที่ล่องมากับเรือจีน ไม่ออกมากินใช้ในตัวเมืองและบริเวณท่าเรือเชียงแสน แต่บริโภคสินค้าที่นำมาด้วยบนเรือก่อนที่จะกลับไปพักบนเรือ หรือข้ามไปอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนบนฝั่งลาว ในทางกลับกัน บริษัทนำเข้าส่งออก หรือแม้กระทั่งเรือข้ามฟากไปลาวและเมียนมา ล้วนเป็นคนจีนหรือไทยใหญ่ของบริษัทจีนจ้างมาทั้งสิ้น

บรรยากาศของเมืองเชียงแสนจึงยังเป็นเมืองชายแดนที่สงบและสงัด เต็มไปด้วยซากโบราณสถานในยุคโยนกนาคนครที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก และแหล่งท่องเที่ยวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำก็เงียบเหงาและรกร้าง มีเพียงบางฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้นที่จะมีนักท่องเที่ยวคึกคัก ส่วนธุรกิจการค้าต่างๆ กลับไปอยู่บริเวณแม่สาย และเชียงของ มากกว่าที่จะมาตามท่าเรือเชียงแสนอย่างที่เคยคาดการณ์

การคาดหมายที่ผิดพลาดนี้ทำให้ถนนไฮเวย์จากสนามบินเชียงราย-ท่าเรือเชียงแสนใหม่ หรือทางหลวงหมายเลข 1290 ต้องชะงักกลางทางมาหลายปี กลายเป็นถนนหกเลนที่กุดด้วนกลางทางก่อนข้ามแม่น้ำกกและผู้ที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์แถบเชียงแสนน่าจะต้องติดดอยกันอีกนานพอควร

สัปดาห์หน้าจะข้ามฝั่งไปดูดินแดนที่กลุ่มทุนจีนเข้ามาเช่าใช้ระยะยาว 99 ปี เพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงเมื่อพญามังกรเข้ามาใช้งานแผ่นดินของเขตเศรษฐกิจพิเศษบน สปป.ลาวกันครับ