หน้าแรก ประชาชื่น 3 ฉากทัศน์ จะ...

3 ฉากทัศน์ จะเป็นอย่างไร? หากไทยเพิ่มความหลากหลายด้านโปรตีน ‘ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลิกกินเนื้อ’

8.11.24 | 12:14 น.

3 ฉากทัศน์ จะเป็นอย่างไร?
หากไทยเพิ่มความหลากหลายด้านโปรตีน
‘ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลิกกินเนื้อ’

หลายปีที่ผ่านมา ปัญหาหลักที่ประชากรทั่วทุกมุมโลกต้องเผชิญ คือปัญหาสิ่งแวดล้อม แม้แต่ประเทศไทยเอง ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่แทบไม่มีภัยพิบัติ ทุกวันนี้กลับต้องรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า ภัยแล้ง น้ำท่วม ฝุ่นละออง ไปจนถึงอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ ภัยธรรมชาติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลของการที่มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างละเลยสิ่งแวดล้อม และหลายครั้ง การกระทำของมนุษย์ก็ทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วย และหนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง คือ ‘การผลิตโปรตีนจากสัตว์เชิงอุตสาหกรรม’

อุตสาหกรรมปศุสัตว์ขนาดใหญ่ เป็นเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย หนึ่งในนั้นคือการใช้พื้นที่เพื่อปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ที่นำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ระบบการผลิตอาหารที่ไม่ยั่งยืนและไม่ส่งผลดีทั้งต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ทำให้องค์กร Madre Brava เริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร โดยเฉพาะการผลิตโปรตีนจากสัตว์ โดยผลักดันให้เกิดการสร้างความหลากหลายด้านที่มาของโปรตีน จากความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านสวัสดิภาพสัตว์ โดยเชื่อว่าเราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเปลี่ยนไปบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยพืช ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบมากเกินไป ทั้งมนุษย์เรา สัตว์ และโลก รวมถึงเศรษฐกิจจะได้ประโยชน์มหาศาลจากการเปลี่ยนแปลงนี้

⦁แหล่งโปรตีนหลากหลาย
คือหนทางแห่งอนาคต

Advertisement

วิชญะภัทร์ ภิรมย์ศานต์ ผู้อำนวยการ Madre Brava ประเทศไทย กล่าวว่า การผลิตโปรตีนจากพืชมีความยั่งยืนกว่าการผลิตโปรตีนจากสัตว์ เพราะใช้พื้นที่ในการผลิตน้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์ และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า นี่จึงอาจเรียกได้ว่า ระบบอาหารที่มีพืชเป็นหลักคืออาหารแห่งอนาคต

“เวลาเราเลี้ยงวัวหรือเลี้ยงหมู เราก็ต้องปลูกพืชมาให้เขากินก่อน ใช้เวลาเลี้ยงสักพักหนึ่งถึงจะนำหมู นำวัวมาผลิตเป็นอาหารได้ แต่ถ้าเราปลูกพืชที่เป็นโปรตีนเลย มันมาหาเราโดยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลาง ก็เลยใช้ทรัพยากรน้อยกว่า”

นอกจากนี้ ยังเสริมว่า นักสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์ต่างเห็นพ้องกันว่า การผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกที่เติบโตขึ้น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องมีการสร้างความหลากหลายให้มีแหล่งโปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น และทำให้อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไม่ขยายตัวไปมากกว่านี้

ด้วยเหตุนี้ การสร้างความหลากหลายทางด้านโปรตีน หรือ Protein Diversification จึงเป็นแนวทางใหม่ที่ทั่วโลกควรนำไปปรับใช้

“เราต้องสร้างความหลากหลายในอาหารการกินของเราตอนนี้พอพูดถึงโปรตีน เราก็จะนึกถึงเนื้อสัตว์ เนื้อปลา แต่จริงๆ แล้ว โปรตีนมาจากหลายแหล่งได้ มาจากพืช มาจากสัตว์ รวมกันได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารก็แนะนำว่าให้หาแหล่งโปรตีนจากพืชมาเสริม และโปรตีนจากพืชควรจะเป็นแหล่งโปรตีนหลักในอาหารของเรา ความหลากหลายก็คือ มาจากพืช มาจากสัตว์ รวมกัน ไม่ใช่โปรตีนจากสัตว์อย่างเดียว” วิชญะภัทร์กล่าว

⦁เปิด 3 ฉากทัศน์
หากไทยหลากหลายด้านโปรตีน

Madre Brava เปิดรายงานการวิจัย ‘ครัวแห่งอนาคต: ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หากประเทศไทยสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีน’ ที่จัดทำร่วมกับ Asia Research and Engagement จากคำถามที่ว่า ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก แต่จะเป็นได้นานแค่ไหน เนื่องจากการผลิตโปรตีนจากสัตว์ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้องนำเข้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูง และถ้าประเทศไทยอยากเป็นครัวแห่งอนาคต ต้องทำอย่างไร โดยมีการเก็บข้อมูลปริมาณการผลิตโปรตีนจากสัตว์ ตั้งแต่ปี 1990-2020 ว่าโปรตีนจากสัตว์แต่ละประเภทผลิตอย่างไร เท่าไร มีอัตราการเพิ่มอย่างไรบ้าง พร้อมคาดการณ์สถานการณ์การผลิตโปรตีนจากสัตว์จนถึงปี 2050 นอกจากนี้แสดงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมซึ่งประเทศไทยจะได้หากมีการสร้างความหลากหลายของการผลิตโปรตีนของไทย

งานวิจัยดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) ดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 กรณีที่มีการผลิตเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นตามปกติ จนกระทั่งถึงปี 2050 พบว่า ในปี 2050 ประเทศไทยจะมีการใช้ที่ดินทั้งหมดในการสนับสนุนภาคการผลิตโปรตีนจากสัตว์ถึง 61,500 ตารางกิโลเมตร และจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าระดับที่ปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศถึง 4 เท่า คิดเป็น 44.9 ล้านตัน
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งระดับที่ปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศคือ 11 ล้านคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ฉากทัศน์ที่ 2 กรณีที่มีการผลิตโปรตีนจากพืชมาแทนการผลิตโปรตีนจากสัตว์ 30% ภายในปี 2050 พบว่าจะใช้ที่ดินเพื่อการผลิตโปรตีนจากสัตว์น้อยกว่าฉากทัศน์ที่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ 13,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้จะลดจากฉากทัศน์ที่มีการผลิตเนื้อสัตว์ตามปกติไปมาก แต่สุดท้ายแล้วเมื่อถึงปี 2050 ก็จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าระยะที่ปลอดภัยต่อสภาพภูมิอากาศอยู่ดี

ฉากทัศน์ที่ 3 กรณีที่มีการสร้างความหลากหลายจากแหล่งโปรตีน ให้มีโปรตีนจากพืช 50% ภายในปี 2050 พบว่าจะเกิดประโยชน์ในหลายภาคส่วน ได้แก่

ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ 1.3 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ก็จะสร้างตำแหน่งงานใหม่อีก 1.15 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเกิดมาจากการผลิตโปรตีนจากพืช

ด้านการใช้พื้นที่ หากมีการสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีน 50% ภายในปี 2050 จะช่วยประหยัดการใช้พื้นที่ได้ถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับฉากทัศน์ที่ 1 ซึ่งคิดเป็นพื้นที่เท่าๆ กับจังหวัดนครราชสีมา

ด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเทียบเท่ากับการลดจำนวนรถยนต์ลง 8.45 ล้านคันจากถนนในประเทศสหรัฐอเมริกา (35.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) และเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการผลิตอาหารอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งระยะปลอดภัยคือ 11.0 ล้านเมตริกตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

⦁‘ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลิกกินเนื้อสัตว์’
รัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง ผู้บริโภคได้ประโยชน์

วิชญะภัทร์ย้ำว่า การผลิตโปรตีนหลากหลายเป็นเรื่องของทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลิกกินเนื้อสัตว์

“พวกเราทุกคนเพิ่มพืชในจานอาหารของเราได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้ว ผลดีทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อภาครัฐ และเอกชนหันมาจับมือกัน แล้วก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการผลิตโปรตีน ในระดับที่มีนัยสำคัญ” วิชญะภัทร์กล่าว โดยย้ำว่า อยากเห็นอนาคตที่มีพืชมาเป็นทางเลือกให้คนรับประทาน เป็นอนาคตสำหรับคนไทยที่มีโปรตีนจากพืชที่ดีต่อสุขภาพ ที่ยั่งยืนกว่า หาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องเสียสละ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เราอยากจะเห็นสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ทุกคนสามารถทำเพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยที่ไม่ลำบากเกินไป

จากผลการวิจัยดังกล่าว Madre Brava เล็งเห็นว่า จำเป็นต้องมีมาตรการด่วนเพื่อกระตุ้นการเติบโตของโปรตีนที่ยั่งยืนในประเทศไทยเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ด้วยโปรตีนจากพืชร้อยละ 50 ภายในปี 2050 โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้

เริ่มต้นด้วยบทบาทของภาครัฐ ต้องทำให้โปรตีนจากพืชและโปรตีนจากสัตว์มีโอกาสในตลาดเท่าเทียมกัน รัฐบาลควรพิจารณานโยบายด้านภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำหน่ายและทำให้อาหารจากพืชหาซื้อง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนชาวไทยสามารถเลือกอาหารที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนมากขึ้น

การจัดซื้อจัดจ้างและการจัดหาของภาครัฐ: จัดเมนูอาหารที่เน้นพืชในงานและการประชุมของหน่วยงานรัฐบาลเพื่อสร้างความต้องการผลิตภัณฑ์จากพืช หน่วยงานราชการยังสามารถพิจารณาเพิ่มตัวเลือกเมนูอาหารจากพืชในโรงอาหารของอาคารราชการ โรงเรียน และโรงพยาบาลของรัฐ

นำแผนการเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนอย่างเป็นธรรมมาใช้: พัฒนาแนวทางต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินและโครงการพัฒนาศักยภาพสำหรับเกษตรกรไทยเพื่อให้สามารถเปลี่ยนมาผลิตพืชผลสำหรับโปรตีนจากพืชได้

ส่วนบทบาทของภาคเอกชน อย่างซุปเปอร์มาร์เก็ต ควรกำหนดเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งของโปรตีนที่ยั่งยืน พร้อมทั้งวางมาตรการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ ลดราคาผลิตภัณฑ์จากพืชให้เทียบเท่ากับโปรตีนจากสัตว์เพื่อลดอุปสรรคด้านราคาและสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนมากขึ้น

นอกจากนี้ ควรจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากพืชในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนควบคู่กับโปรตีนจากสัตว์เพื่อกระตุ้นการซื้อและเพิ่มการมองเห็น เพิ่มการจัดแสดงให้เด่นชัดด้วยสื่อให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการเตรียมอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ และประโยชน์ต่อสุขภาพของผลิตภัณฑ์จากพืช

ขณะที่ผู้ผลิตอาหาร ควรปรับใช้กลยุทธ์การสร้างความหลากหลายของแหล่งโปรตีนสู่โปรตีนจากพืช ให้เป็นหนึ่งในแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนความยั่งยืนอื่นๆ เช่น การให้คำมั่นสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

พร้อมทั้งลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกให้มีรสชาติอร่อยขึ้น ผ่านการแปรรูปน้อยลง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น และมีราคาเหมาะสม โดยมุ่งเน้นทั้งการส่งออกและตลาดในประเทศด้านบริษัทให้บริการอาหาร ควรเพิ่มเมนูที่ทำจากพืชและแสดงตัวเลือกเหล่านี้ควบคู่ไปกับเมนูปกติ โดยเมนูจากพืชควรเสนอในช่วงราคาเดียวกับเมนูปกติ โดยไม่ควรมีราคาสูงกว่าบทบาทของผู้บริโภค

ในส่วนของผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายในการเปลี่ยนแปลงโลกด้วยการเพิ่มความหลากหลายด้านโปรตีน ไม่ว่าจะเป็นการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงบางส่วนในแต่ละมื้อ หรืองดการบริโภคเนื้อสัตว์ในบางมื้อ รวมทั้งสามารถเพิ่มโปรตีนจากพืชในจานอาหารควบคู่ไปกับการบริโภคเนื้อสัตว์ก็ได้เช่นกัน

โดยเน้นแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง และไม่รบกวนวิถีชีวิตปกติมากจนเกินไป