หน้าแรก ประชาชื่น พระนางจามเทวี...

พระนางจามเทวี : บุคคลกับตำนาน

12.11.24 | 12:30 น.

พระนางจามเทวี : บุคคลกับตำนาน

ที่จังหวัดลำพูน อนุสาวรีย์ของ “พระนางจามเทวี” ตั้งโดดเด่นอยู่ในตัวเมือง พร้อมกับเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าพระนางคือผู้ปกครอง “เมืองหริภุญไชย” ในยุคสร้างบ้านแปงเมืองหลายพันปีก่อน

“พระนางจามเทวี” ภาพวาดโดย อาจารย์สราวุธ กันไพรี

หรือค้นหาในระบบออนไลน์ “วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี” ก็จะบันทึกว่า

“พระนางจามเทวี เป็นสตรีซึ่งปรากฏพระนามในเอกสารต่างๆ ซึ่งระบุว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย อันเป็นอาณาจักรโบราณในภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน ตำนานต่างๆ ที่กล่าวถึงพระองค์ระบุศักราชไว้ไม่ตรงกัน…”

แล้ว “พระนางจามเทวี” เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ หรือวีรสตรีในตำนาน

Advertisement
ปก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2567

เรื่องนี้ สมฤทธิ์ ลือชัย เรียบเรียงไว้ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับพฤศจิกายน 2567 นี้ กับบทความที่ชื่อว่า “พระนางจามเทวี :มีตัวตนหรือแค่ตำนาน”

ผู้เขียน (สมฤทธิ์ ลือชัย) สันนิษฐานค่อนข้างหนักแน่น ว่าเรื่องราวของพระนางจามเทวีเป็นตำนานมากกว่าเป็นประวัติศาสตร์

“ตำนาน” ในคำจำกัดความของสมฤทธิ์ได้อธิบายว่า “เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา เพื่ออธิบายเรื่องราวในอดีตซึ่งอาจมีเค้าโครงความจริงปนอยู่บ้าง แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องแต่ง…”

ประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าเรื่องราวของพระนางจามเทวีเป็นตำนานมากกว่าประวัติศาสตร์?

หนึ่งคือ หลักฐานทางโบราณคดีที่เมืองลำพูน เมืองแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดถึงพุทธศตวรรษที่ 14-15

แต่ “เอกสาร” ต่างๆ ที่เสนอเรื่องราวของพระนางจามเทวี กล่าวว่า เมืองหริภุญไชยที่ฤๅษีวาสุเทพสร้างแล้วให้พระนางจามเทวีมาปกครองนั้นอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 แต่หลักฐานทางโบราณคดีกลับมีอายุแค่พุทธศตวรรษที่ 14

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน (ภาพจาก Facebook : BoRo Marl)

ระยะเวลาที่ห่างกันถึง 100 ปี แสดงว่า หลักฐานทางโบราณคดีไม่รองรับเรื่องของพระนางจามเทวี

นอกจากนี้ หากเมืองหริภุญไชยสถาปนาขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ขณะนั้นเป็นถิ่นฐานของคนพื้นเมืองที่เรียกว่า “ลัวะ” มีขุนวิลังคะคือตัวแทนของชาวลัวะที่นับถือผี ส่วนพระนางจามเทวี คือ ตัวแทนของชาวมอญที่นับถือพุทธ

แม้จะมีการบันทึกเรื่องสงครามระหว่างขุนวิลังคะเมืองหริภุญไชย กับพระนางจามเทวีจากละโว้ ก็เป็นไปได้สูงหรือไม่ว่าเรื่องนี้นั้นไม่เป็นความจริง แต่แอบแฝงประสงค์อื่น การที่พระนางจามเทวีชนะขุนวิลังคะไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้ แต่ยังเป็นเรื่องของมอญชนะลัวะ เรื่องของพุทธชนะผีอีกด้วย

หนึ่งคือ หากพระนางจามเทวีมาจากเมืองละโว้ เมืองละโว้ขณะนั้นเป็นเมืองของคน “มอญ” ดังที่ปรากฏว่ามีจารึกอักษรมอญมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 เช่น จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดข่อย หรือพุทธศตวรรษที่ 13-14 เช่น จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดมหาธาตุเมืองลพบุรี

“จารึก ลพ.1” เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน (ภาพจากฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/543)

เมืองละโว้ไม่ว่าผู้มีอำนาจเป็นมอญ หรือคนส่วนใหญ่เป็นมอญ หรือใช้วัฒนธรรมมอญก็แล้วแต่
พระนางจามเทวีก็สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นคนมอญและพูดภาษามอญ ถ้าพระนางจามเทวีมาจากละโว้ในพุทธศตวรรษที่ 13 จริง พระนางก็ต้องนำอักษรมอญที่ใช้ในวิถีชีวิตมาด้วย แล้วเหตุใดที่หริภุญไชยจึงไม่มีจารึกอักษรมอญเลยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระนางและทายาท

แม้ว่าปัจจุบันพบจารึกอักษรมอญในเมืองลำพูนกว่า 10 หลักแต่เป็นจารึกที่ทำขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 ทั้งหมด

หนึ่งคือ เอกสารต่างๆ จะกล่าวชื่นชมพระนางจามเทวีเป็นพุทธศาสนิกชนที่ยิ่งใหญ่ ได้สร้างศาสนสถานไว้หลายแห่งแต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างศาสนสถานใหญ่ๆ มาเลยตั้งแต่สมัยพระนาง คือ พุทธศตวรรษที่ 13 ที่ปรากฏหลักฐานเหลือในปัจจุบัน เช่น พระธาตุหริภุญไชยผู้สร้างกลับกลายมาเป็นพระเจ้าอาทิตยราช ซึ่งเป็นกษัตริย์หริภุญไชย เมื่อพุทธศตวรรษที่ 16

ฯลฯ

เหล่านี้เป็นประเด็นบางส่วนที่ สมฤทธิ์ ลือชัย วิเคราะห์ไว้ ส่วนพยานวัตถุ, เอกสารหลักฐาน ใดบ้าง ที่ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่สร้างความเชื่อมั่นใจได้ ขอได้โปรดติดตามได้ใน นิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับพฤศจิกายนนี้

กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม

สั่งซื้อนิตยสาร