พระนางจามเทวี : บุคคลกับตำนาน
ที่จังหวัดลำพูน อนุสาวรีย์ของ “พระนางจามเทวี” ตั้งโดดเด่นอยู่ในตัวเมือง พร้อมกับเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่าพระนางคือผู้ปกครอง “เมืองหริภุญไชย” ในยุคสร้างบ้านแปงเมืองหลายพันปีก่อน

หรือค้นหาในระบบออนไลน์ “วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี” ก็จะบันทึกว่า
“พระนางจามเทวี เป็นสตรีซึ่งปรากฏพระนามในเอกสารต่างๆ ซึ่งระบุว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย อันเป็นอาณาจักรโบราณในภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน ตำนานต่างๆ ที่กล่าวถึงพระองค์ระบุศักราชไว้ไม่ตรงกัน…”
แล้ว “พระนางจามเทวี” เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ หรือวีรสตรีในตำนาน

เรื่องนี้ สมฤทธิ์ ลือชัย เรียบเรียงไว้ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับพฤศจิกายน 2567 นี้ กับบทความที่ชื่อว่า “พระนางจามเทวี :มีตัวตนหรือแค่ตำนาน”
ผู้เขียน (สมฤทธิ์ ลือชัย) สันนิษฐานค่อนข้างหนักแน่น ว่าเรื่องราวของพระนางจามเทวีเป็นตำนานมากกว่าเป็นประวัติศาสตร์
“ตำนาน” ในคำจำกัดความของสมฤทธิ์ได้อธิบายว่า “เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา เพื่ออธิบายเรื่องราวในอดีตซึ่งอาจมีเค้าโครงความจริงปนอยู่บ้าง แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องแต่ง…”
ประเด็นอะไรที่เขาเห็นว่าเรื่องราวของพระนางจามเทวีเป็นตำนานมากกว่าประวัติศาสตร์?
หนึ่งคือ หลักฐานทางโบราณคดีที่เมืองลำพูน เมืองแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดถึงพุทธศตวรรษที่ 14-15
แต่ “เอกสาร” ต่างๆ ที่เสนอเรื่องราวของพระนางจามเทวี กล่าวว่า เมืองหริภุญไชยที่ฤๅษีวาสุเทพสร้างแล้วให้พระนางจามเทวีมาปกครองนั้นอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 แต่หลักฐานทางโบราณคดีกลับมีอายุแค่พุทธศตวรรษที่ 14

ระยะเวลาที่ห่างกันถึง 100 ปี แสดงว่า หลักฐานทางโบราณคดีไม่รองรับเรื่องของพระนางจามเทวี
นอกจากนี้ หากเมืองหริภุญไชยสถาปนาขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 14 ขณะนั้นเป็นถิ่นฐานของคนพื้นเมืองที่เรียกว่า “ลัวะ” มีขุนวิลังคะคือตัวแทนของชาวลัวะที่นับถือผี ส่วนพระนางจามเทวี คือ ตัวแทนของชาวมอญที่นับถือพุทธ
แม้จะมีการบันทึกเรื่องสงครามระหว่างขุนวิลังคะเมืองหริภุญไชย กับพระนางจามเทวีจากละโว้ ก็เป็นไปได้สูงหรือไม่ว่าเรื่องนี้นั้นไม่เป็นความจริง แต่แอบแฝงประสงค์อื่น การที่พระนางจามเทวีชนะขุนวิลังคะไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้ แต่ยังเป็นเรื่องของมอญชนะลัวะ เรื่องของพุทธชนะผีอีกด้วย
หนึ่งคือ หากพระนางจามเทวีมาจากเมืองละโว้ เมืองละโว้ขณะนั้นเป็นเมืองของคน “มอญ” ดังที่ปรากฏว่ามีจารึกอักษรมอญมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 เช่น จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดข่อย หรือพุทธศตวรรษที่ 13-14 เช่น จารึกฐานพระพุทธรูปยืนวัดมหาธาตุเมืองลพบุรี

เมืองละโว้ไม่ว่าผู้มีอำนาจเป็นมอญ หรือคนส่วนใหญ่เป็นมอญ หรือใช้วัฒนธรรมมอญก็แล้วแต่
พระนางจามเทวีก็สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นคนมอญและพูดภาษามอญ ถ้าพระนางจามเทวีมาจากละโว้ในพุทธศตวรรษที่ 13 จริง พระนางก็ต้องนำอักษรมอญที่ใช้ในวิถีชีวิตมาด้วย แล้วเหตุใดที่หริภุญไชยจึงไม่มีจารึกอักษรมอญเลยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระนางและทายาท
แม้ว่าปัจจุบันพบจารึกอักษรมอญในเมืองลำพูนกว่า 10 หลักแต่เป็นจารึกที่ทำขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 ทั้งหมด
หนึ่งคือ เอกสารต่างๆ จะกล่าวชื่นชมพระนางจามเทวีเป็นพุทธศาสนิกชนที่ยิ่งใหญ่ ได้สร้างศาสนสถานไว้หลายแห่งแต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างศาสนสถานใหญ่ๆ มาเลยตั้งแต่สมัยพระนาง คือ พุทธศตวรรษที่ 13 ที่ปรากฏหลักฐานเหลือในปัจจุบัน เช่น พระธาตุหริภุญไชยผู้สร้างกลับกลายมาเป็นพระเจ้าอาทิตยราช ซึ่งเป็นกษัตริย์หริภุญไชย เมื่อพุทธศตวรรษที่ 16
ฯลฯ
เหล่านี้เป็นประเด็นบางส่วนที่ สมฤทธิ์ ลือชัย วิเคราะห์ไว้ ส่วนพยานวัตถุ, เอกสารหลักฐาน ใดบ้าง ที่ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่สร้างความเชื่อมั่นใจได้ ขอได้โปรดติดตามได้ใน นิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับพฤศจิกายนนี้
กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม

สั่งซื้อนิตยสาร

